posttoday
ซองโด : อภิมหาสมาร์ทซิตี้

ซองโด : อภิมหาสมาร์ทซิตี้

18 พฤศจิกายน 2561

2001 ไม่กี่ปีหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง

โดย อาทิตย์ โกวิทวรางกูร [email protected] เครือข่ายมักกะสัน 

2001 ไม่กี่ปีหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง เกาหลีใต้เปิดสนามบินอินชอน สนามบินแห่งใหม่ใกล้กรุงโซล

ปีเดียวกันนั้นเอง Stan Gale แห่งบริษัท Gale International นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สัญชาติอเมริกัน ได้รับโทรศัพท์ระหว่างประเทศจากเกาหลีใต้ เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเจอชื่อของเขาจากอินเทอร์เน็ต และชวนเขามาร่วมกันสร้าง “เมืองแห่งใหม่” ด้วยเงื่อนไขที่คนอื่นปฏิเสธกันหมด

“ธนาคารของเกาหลีใต้ จะให้วงเงินกู้จำนวน 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐแก่เขา ให้บริษัทเขาร่วมหุ้นกับบริษัทเหล็กที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ เพื่อเปิดบริษัทและนำเงินทั้งหมดนั้นไปสร้างเมืองทั้งเมืองขึ้นมาจากศูนย์”

คือไม่มีแม้แต่พื้นดิน! ... ต้องถมทะเลก่อน

ครั้งแรกที่ Gale เดินทางไปดูไซต์จริงของเมืองใหม่ซองโด (Songdo) ภาพตรงหน้าคือ ทะเล ทะเล และทะเล

แต่จมูกของเขาคงได้กลิ่นฉุนของโอกาส สายตาเขามองเห็นความเป็นไปได้อันมหาศาล

“ผมมองเห็นแพตเทิร์นบางอย่าง ที่สามารถนำไปใช้ซ้ำได้”

ภาพในหัวของเขา คือการสร้างเมืองอื่นๆ ต่อไป โดยใช้ซองโดเป็น “ต้นแบบ”

“เราเริ่มต้นจากที่นี่ จากนั้นเราจะสร้างเมืองใหม่ๆ แบบนี้ต่อไปได้อีกเพียบ ... แค่ในประเทศจีนอย่างเดียว ก็ต้องการเมืองใหม่ขนาดซองโดถึง 500 เมือง”

แต่ละเมืองที่เขาสร้างใหม่ จะสร้างได้เร็วขึ้น ดีขึ้น และถูกลงกว่าเมืองที่ผ่านมา

ในที่สุด ท่ามทะเลอันว่างเปล่าตรงหน้า เขาตัดสินใจรับงาน

ภารกิจคือการสร้างเมืองขนาด 1,500 เอเคอร์ (ประมาณเกือบ 3,800 ไร่) ที่รองรับคนทำงานประมาณ 3 แสนคน และผู้อยู่อาศัยประมาณ 6.5 หมื่นคน โดยใช้เวลาสร้างทั้งสิ้นประมาณ 15 ปี

ถือเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ (คิดเป็นเงินบาท คือมากกว่าหนึ่งล้านล้านบาท)

สำหรับท่านผู้อ่านที่ติดตามเรื่องสมาร์ทซิตี้ น่าจะเคยได้ยินชื่อของซองโดมาบ้าง

ผมรู้จักซองโดครั้งแรกจากหนังสือ Smart Cities : Big Data, Civic Hackers, and the Quest for a New Utopia โดย Anthony M. Townsend ผู้เขียนเล่าถึงซองโดในฐานะสุดยอดเมืองอัจฉริยะ ที่ประเทศเกาหลีใต้ได้ร่วมกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สัญชาติอเมริกัน (Gale International) ผู้ผลิตเหล็กอันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ (Posco) และบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Cisco สร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 21

หลายคนสนใจซองโดในฐานะ “ตัวแทน” ของเมืองอัจฉริยะที่ถูกขับเคลื่อนจากข้างบน (Top-Down)

โดยร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐ กลุ่มทุนขนาดใหญ่ (ด้านอสังหาริมทรัพย์ เหล็ก และเทคโนโลยี) และนักออกแบบระดับโลก

ซองโด (หรือเรียกในชื่ออย่างเป็นทางการว่า Songdo International Business District หรือ Songdo IBD) เป็นหนึ่งในสามเขตพื้นที่ ซึ่งประกอบกันเป็น Incheon Free Economic Zone (IFEZ) ซึ่งโอบรอบสนามบินอินชอน

เป้าหมายของ IFEZ คือการแปลงโฉมพื้นที่ทั้งสาม ให้กลายเป็นศูนย์กลางทางด้านโลจิสติกส์ ธุรกิจระหว่างประเทศ สันทนาการ และการท่องเที่ยวสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeast Asian Region) เพื่อดึงดูดบรรษัทข้ามชาติให้มาตั้งสำนักงานภูมิภาคที่นี่ โดยมีจุดขายคือการเดินทางทางอากาศ ไปยังเมืองสำคัญๆ ที่เติบโตเร็วในเอเชียตะวันออกได้สะดวกฉับไว ... เพื่อต่อกรกับประเทศจีน ที่กำลังผงาดขึ้นมา

“ย่านธุรกิจและที่พักอาศัยที่ครบจบในตัวเอง” (Self-Contained Living and Business District) จะเกิดขึ้นได้ ต้องประกอบด้วยการคมนาคมทางอากาศและทางทะเล ศูนย์โลจิสติกส์ครบ วงจร ศูนย์ธุรกิจระหว่างประเทศ บริการทางการเงิน ที่พักอาศัย โรงเรียน โรงพยาบาล ศูนย์การค้า และศูนย์รวมความบันเทิง

หนึ่งในแนวคิดที่กำหนดทิศทางของซองโดคือ Aerotropolis

หนังสือ Aerotropolis : The way we we’ll live next โดย John D. Kasarda และ Greg Lindsay ได้อธิบายว่า ที่ผ่านมาสนามบินถูกสร้างขึ้น “ใกล้ใกล้” หรือ “รอบรอบ” เมือง ... แต่โลกทุกวันนี้ สนามบินกลายมาเป็นศูนย์กลาง และเมืองถูกสร้างขึ้นรอบสนามบินแทน

เพื่อให้พนักงาน ซัพพลายเออร์ ผู้บริหาร และสินค้า เชื่อมโยงกับตลาดโลกได้ดีขึ้น ... โครงสร้างเมืองแบบนี้ จึงผสมผสานระหว่างสนามบินขนาดยักษ์ เมืองที่ถูกวางผัง โครงสร้างพื้นฐานในการขนส่ง-จัดเก็บ-กระจายสินค้า และศูนย์กลางธุรกิจ ... อาจกล่าวได้กว่า Aeropolis คือรูปร่างหน้าตาของเมือง อันเกิดจากโลกาภิวัตน์นั่นเอง

“สนามบินจะส่งผลกระทบสำคัญต่อการเลือกทำเลที่ตั้งของธุรกิจ และการพัฒนาเมืองในศตวรรษที่ 21 แบบเดียวกับถนนไฮเวย์ในศตวรรษที่ 20 ทางรถไฟในศตวรรษที่ 19 และท่าเรือในศตวรรษที่ 18” John D. Kasarda ตั้งข้อสังเกต

Gale เล่าเบื้องหลังความคิดในการสร้างซองโดไว้ว่า “เราใช้วิธีการที่ดึงเอาองค์ประกอบที่ดีที่สุด จากเมืองที่ดีที่สุดในโลกมารวมไว้ที่นี่”

สวนสาธารณะกลางเมืองอย่าง Central Park ในนิวยอร์ก หรือทางน้ำของเมืองเวนิส ถูกดึงมาใช้

KPF บริษัทสถาปนิกชื่อดังแห่งนิวยอร์ก เป็นผู้ถูกว่าจ้างให้ออกแบบมาสเตอร์แพลนของซองโด

โจทย์คือ เมืองที่ตอบโจทย์นักธุรกิจต่างชาติ

“คุณสามารถทิ้งรถไว้ที่บ้าน และคุณสามารถเดินไปยังสวนกลางเมือง คุณสามารถเดินไปส่งลูกที่โรงเรียน คุณสามารถเดินไปที่ทำงาน หรือเดินไปช็อปปิ้ง คุณสามารถเดินไปสนามกอล์ฟ ทั้งหมดอยู่ในรัศมีการเดิน”

40% ของพื้นที่เป็นพื้นที่เปิดโล่ง (Open Space) - ทางจักรยานยาวกว่า 25 กิโลเมตร - และอีกสารพัดจุดขาย

Lee Jong-cheol Commissioner ของ Incheon Free Economic Zone ได้กล่าวว่า “เมื่อโครงสร้างพื้นฐานของเมืองเสร็จสมบูรณ์ มันจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเมืองแห่งอนาคต”

ส่วน Jean-Louis Massaut ผู้อำนวยการ Smart+Connected Communities ของ Korea Cisco Systems ได้ชี้ประเด็นว่า Cisco และซองโด ได้ใช้เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมต่อ “ระบบย่อย” (Sub System) ของเมืองเข้าด้วยกัน นอกจากนั้นได้นำเอาระบบการสื่อสารผ่านวิดีโอ ที่เรียกว่า TelePresence มาช่วยให้คนสามารถพูดคุยและมีปฏิสัมพันธ์แบบเจอหน้ากันได้ โดยไม่ต้องเดินทางมาเจอกันจริงๆ

นอกจากนั้น ซองโดน่าจะเป็นการทดลองระบบอัตโนมัติภายในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก (World’s Largest Experiment in Urban Automation)

มีเซ็นเซอร์จำนวนนับล้านตัว ถูกติดตั้งไว้บนถนน บนระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ และระบบจัดการขยะและของเสีย เพื่อติดตาม ตอบสนอง และแม้แต่พยากรณ์การเคลื่อนไหวของผู้คนและวัตถุในเมือง

กำหนดเสร็จของเมืองซองโด คือปี 2015 และปีนี้คือ 2018 สามปีหลังจากกรอบเวลาที่ถูกวางไว้

ท่านผู้อ่านอยากรู้ไหมว่าซองโดที่ออกมาจะเป็นอย่างไร ตอนหน้าผมจะพาไปสำรวจครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท