
ชาวพุทธทั่วโลกสวดมนต์ ให้โลกมีเมตตาและสันติภาพ
การประชุมชาวพุทธทั่วโลก ในนามองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.)
โดย สมาน สุดโต รายงานจากนาริตะและโยโกฮามา
การประชุมชาวพุทธทั่วโลก ในนามองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) องค์การยุวชนพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (ย.พ.ส.ล.) และมหาวิทยาลัยพุทธศาสนาแห่งโลก (ม.พ.ล.) ที่โรงแรมแมโรด อินเตอร์เนชั่นแนล นาริตะ ประเทศญี่ปุ่น และที่วัดโซจิจิ โยโกฮามา ระหว่างวันที่ 5-9 พ.ย. 2561 นั้น ในเวลา 10.00 น. วันที่ 9 พ.ย. 2561 ได้มีการสวดมนต์เพื่อความเมตตาและสันติภาพต่อชาวโลก ตามพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ เคร่งขรึมด้วยวิถีแห่งเซน โดยมีพระคุณเจ้าShinzan Egawa ประธานสมาพันธ์ชาวพุทธญี่ปุ่นและเจ้าอาวาสวัดโซจิจิ เป็นประธาน ท่ามกลางชาวพุทธทั้งพระสงฆ์และคฤหัสถ์หลายร้อยคนทั่วโลก เต็มหอประชุมใหญ่และอลังการแห่งวัดโซจิจิแห่งนี้
วัดโซจิจิ นิกายโซโตเซน เป็นวัดโบราณ ตั้งอยู่ในที่กว้างใหญ่ร่มรื่นด้วยแมกไม้เหมือนปาร์กใหญ่กลางกรุง ส่วนอาคารสถานปฏิบัติธรรมนั้นประกอบด้วยโครงสร้างที่เป็นไม้ พื้นปูด้วยไม้กระดานแผ่นใหญ่ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม เช่น วอล์กกิ้ง เมดิเตชั่น เป็นต้น
ในการประชุมในวันแรกๆ ที่โรงแรมแมโรด อินเตอร์เนชั่นแนล นาริตะ มีท่านมาซามิชิ โชโดะ โคบายาชิ รองประธาน พ.ส.ล. เป็นประธานการประชุม และดำเนินการประชุมโดย พัลลภ ไทยอารี รองประธานและเลขาธิการ พ.ส.ล. ได้รับการชื่นชมจากหลายฝ่ายว่าเป็นการประชุมที่ประสบความสำเร็จ ในขณะที่ประชุมมีมติ 3 เรื่องสำคัญ ทั้งนี้มีผู้เข้าประชุมประมาณ 500 รูป/คน จากภาคีสมาชิก 202 ภาคี จาก 51 ประเทศทั่วโลก
ในการนี้ สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งญี่ปุ่น (Japan Buddhist Federation (JBF)) รับเป็นเจ้าภาพการประชุมตลอด 4 วัน
ขอให้ชาวพุทธสุขุมรอบคอบ
พระคุณเจ้า Shinzan Egawa ประธาน JBF กล่าวเปิดประชุมตอนหนึ่งว่า การเป็นเจ้าภาพการประชุม พ.ส.ล.ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 4 ซึ่งสอดคล้องกับงานฉลอง 60 ปีแห่งการก่อตั้ง JBF ที่เพิ่งฉลองในปีที่ผ่านมา
พระคุณเจ้า กล่าวว่า เราเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 มา 18 ปีแล้ว แต่สถานการณ์ทั่วโลกอยู่ในสภาพที่วุ่นวาย ทั้งด้านเชื้อชาติและศาสนา ประชาชนจำนวนมากตกอยู่ในอันตราย เมื่อเราชาวพุทธมารวมพลังอย่างนี้ จึงขอให้คิดอย่างสุขุมรอบคอบถึงบทบาทชาวพุทธว่าจะทำเช่นไรต่อเรื่องดังกล่าว
มติใหม่ 3 ข้อใหญ่
ผลจากการประชุม 4 วันนั้น พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพุทธศาสนาแห่งโลก กล่าวสรุปบนเวที วันที่ 9 พ.ย. ก่อนปิดการประชุม ที่วัดโซจิจิ เมืองโยโกฮามา ว่า เป็นปรากฏการณ์ที่น่าจดจำที่ชาวพุทธทั่วโลกมารวมตัวกันเหมือนครอบครัวเดียวกัน ที่ประชุมยังมีมติสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.พ.ส.ล.ได้แก้ไขธรรมนูญบางข้อสำเร็จ 2.ย.พ.ส.ล.ซึ่งเป็นองค์กรลูกได้ประธานคนใหม่เป็นพระญี่ปุ่นชื่อ ฮากุกะ มูระยามา(Hakuga Murayama) แห่ง All Japan Young Buddhist Association ซึ่งเป็นคนแรกที่มิใช่คนไทยที่ดำรงตำแหน่งนี้ 3.ม.พ.ล.ซึ่งเป็นองค์กรลูกของ พ.ส.ล.เช่นกัน ได้แก้ไขธรรมนูญเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงานและโปร่งใส เช่น ระบุว่าการทำงานให้ ม.พ.ล.นั้นเป็นการทำงานในรูปกิตติมศักดิ์ มิใช่งานประจำที่มีเงินเดือน เป็นต้น
ให้เมตตาตนเองและคนใกล้ตัว
ส่วนการอภิปรายเรื่องการสร้างความหวังในชีวิตและมรณกรรม (Creating hope in life and death) ที่วัดโซจิจิ ได้เท้าความเรื่องที่วัยรุ่นญี่ปุ่นมีความยากลำบากในการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบัน จึงคิดปลิดชีวิตตนเอง และธรรมชาติก็แยกเขี้ยวใส่ทันที เป็นการขัดขวางชีวิตที่สงบสุขในแต่ละวัน เป็นประสบการณ์ที่โดดเดี่ยว แสนเศร้า และผิดหวัง ต้องหาวิธีลดเรื่องนี้ จึงยกเรื่อง Compassion in Action (ความกรุณา) มาเป็นหัวข้อหลักการประชุม และมีผู้เสนอให้ใช้หลักเมตตาธรรมแก้ปัญหา โดยพยายามให้ผู้ที่จะคิดฆ่าตัวตายมีความกรุณาแผ่เมตตาให้ตนเองและครอบครัว หรือคนใกล้ชิด ว่าถ้าหากเราตายไป คนในครอบครัว เช่น พ่อแม่พี่น้องเพื่อนๆ ต้องโศกเศร้าเสียใจแค่ไหน ถ้าหากเมตตากรุณาได้แบบนี้ อาจเปลี่ยนใจไม่ฆ่าตัวตายก็ได้
นอกจากนั้น ก็มีข้อเสนอแนะว่าการพูดคุยและการรับฟังกับผู้ที่คิดสั้นเป็นสิ่งจำเป็น หรือองค์กรที่ให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเมื่อประสบภัยธรรมชาติ ต้องเข้าไปให้ถึงอย่างรวดเร็ว เช่น พ.ส.ล.เคยยื่นมือช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติเมื่อคราวแผ่นดินไหวนั้น ทำให้ผู้ที่หมดหวังในชีวิตกลับมีความหวังขึ้น
เมื่อสิ้นสุดการประชุมครั้งที่ 29 ได้มีประกาศปฏิญญากรุงโตเกียว 7 ข้อ ซึ่ง พัลลภ ไทยอารี รองประธานเลขาธิการ พ.ส.ล. กล่าวว่า จะเดินหน้าตามปฏิญญาให้เป็นรูปธรรมต่อไป
นักข่าวญี่ปุ่นตั้งคำถาม
พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (ดร.อนิลมาน ศากยะ) กล่าวหลังปิดการประชุมใหญ่ พ.ส.ล.ที่วัดโซจิจิ โยโกฮามา ว่า ได้แถลงข่าวผลการประชุม โดยมี พัลลภ ไทยอารี เลขาธิการ พ.ส.ล. ท่านมาซามิชิ โชโดะ โคบายาชิ รองประธานองค์การ พ.ส.ล. และท่านโยชิฮารุ โทมัตสึ และวิทยากรในการประชุมร่วมแถลงด้วย เมื่อจบแล้วเปิดให้ผู้สื่อข่าวถาม
ผู้สื่อข่าวญี่ปุ่นถามว่า มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง หลังจากประชุมที่ญี่ปุ่นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว พัลลภ ไทยอารี เลขาธิการ พ.ส.ล. ตอบว่า มีสมาชิกเพิ่มขึ้นกว่า 200 ภาคีสมาชิกผู้สื่อข่าวญี่ปุ่นถามว่า การที่มีเยาวชนจำนวนมากมาต้อนรับที่วัดโซจิจิ เมื่อคณะเดินทางมาในวันที่ 9 พ.ย.นั้น คิดว่าเป็นปรากฏการณ์อย่างไร ซึ่ง พัลลภ ตอบว่า เยาวชนคืออนาคตสอดคล้องกับ พ.ส.ล. ที่่มีองค์กรสำหรับคนรุ่นใหม่เรียกว่า ย.พ.ส.ล. และต่อไปจะมีกิจกรรมสำหรับเยาวชนมากขึ้น และพระศากยวงศ์วิสุทธิ์ กล่าวเสริมจาก พัลลภ ว่า การที่มีเด็กๆ มาต้อนรับ ทำให้เด็กได้เห็นความหลากหลายของพระสงฆ์จากนานาประเทศว่ามีความแตกต่างจากพระสงฆ์ญี่ปุ่น ถือว่าเป็นการปลูกฝังที่ดี
อีกคำถามหนึ่ง คิดอย่างไรที่มีประธาน ย.พ.ส.ล.เป็นชาวญี่ปุ่น เป็นต่างชาติคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้ ซึ่งท่านฮากุกะ มูระยามา (Hakuga Murayama) ประธาน ย.พ.ส.ล. ตอบว่า เป็นครั้งแรกที่ชาวญี่ปุ่นได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งนี้ นับเป็นความภูมิใจของญี่ปุ่น จึงจะทำงานอย่างเต็มที่ และทำกิจกรรมให้มากขึ้น
ผู้สื่อข่าวอีกคนถามว่า ในสายตาชาวโลกคิดอย่างไรที่เห็นพระสงฆ์ญี่ปุ่นทำงานเพื่อสังคมมาก มีคำตอบว่า การทำงานของพระสงฆ์ญี่ปุ่นสอดคล้องกับหัวข้อประชุม Compassion in Action และ พ.ส.ล.มีคณะอนุกรรมการด้านมนุษยธรรม Humanitarian ริเริ่มโดยชาวญี่ปุ่น ที่เราต้องช่วยเหลือกันด้านมนุษยธรรม
ผู้สื่อข่าวญี่ปุ่นขอให้ท่านศากยวงศ์วิสุทธิ์ตอบคำถามเดียวกันนี้ด้วย ท่านศากยวงศ์วิสุทธิ์จึงตอบว่า การที่พระสงฆ์ออกช่วยสังคม เป็นการเดินตามรอยบาทพระพุทธเจ้า หรือพระศากยมุนี ตามพุทธประวัตินั้น พระพุทธเจ้าช่วยเหลือสังคมตลอดตั้งแต่ตื่นบรรทม มิได้เข้าป่านั่งสมาธิ หรือหลบอยู่ที่ไหนๆ เลย ดังนั้นชีวิตจริงๆ ของพระสงฆ์ต้องอยู่กับสังคม คอยแก้ไขและช่วยเหลือสังคม แต่ปัจจุบันมักเข้าใจว่าพระต้องเข้าป่านั่งสมาธิเท่านั้น การที่พระญี่ปุ่นไปช่วยสังคมถือว่าเป็นเรื่องปกติ ซึ่งมิใช่เฉพาะพระญี่ปุ่นที่ออกช่วยสังคม พระประเทศอื่นๆ ก็ออกช่วยสังคมเช่นกัน เพราะพระมีชีวิตอยู่ได้เมื่อชาวบ้านสนับสนุน ถ้าชาวบ้านมีปัญหา พระก็ต้องช่วย จึงควรสนับสนุนให้พระทำแบบนี้ต่อไป
ชาวพุทธสนใจชาวโลกด้วย
จากนั้นท่านศากยวงศ์วิสุทธิ์ ได้พูดเสริมเรื่องมหาวิทยาลัยพุทธศาสนาแห่งโลก (ม.พ.ล.) จะจัดประชุมวิชาการนานาชาติเรื่องพุทธวิถีสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ในวันที่ 4-5 ธ.ค. 2561 ที่ห้องประชุมสำนักงานใหญ่ พ.ส.ล. และหอประชุมพุทธมณฑล ประเทศไทย ซึ่งจะมีนักวิชาการนานาชาติที่มีชื่อเสียงมาแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะ งานนี้จัดในนาม พ.ส.ล. ย.พ.ส.ล. และ ม.พ.ล. สนับสนุนโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทั้งนี้เพื่อประกาศให้ชาวโลกทราบว่าชาวพุทธมิได้สนใจแต่ชาวพุทธเท่านั้น หากแต่สนใจว่าจะช่วยเหลือชาวโลกด้วย
พ.ส.ล.มีสำนักงานใหญ่ตั้งถาวรที่กรุงเทพฯ เริ่มก่อตั้งในปี 2493 ที่ประเทศศรีลังกา โดย มาลาลาเซเกรา นักวิชาการชาวพุทธชาวศรีลังกา เป็นผู้ดำเนินการและเป็นประธานคนแรก จุดประสงค์เพื่อให้นิกายชาวพุทธทั้ง 3 คือ มหายานวัชรยาน และเถรวาท รวมตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
ปัจจุบันองค์กรชาวพุทธจำนวน 202 องค์กร จาก 51 ประเทศทั่วโลกเป็นภาคีสมาชิก และมีคณะอนุกรรมการต่างๆ อีก 7 คณะ ประชุมติดตามผลงานและเผยแผ่หลักธรรม ช่วยเหลือสังคมทั่วโลก โดย แผน วรรณเมธี เป็นประธาน และพัลลภ ไทยอารี เป็นเลขาธิการกิตติมศักดิ์







