
มีอำนาจแต่เลือกใช้น้อยที่สุด ‘แสนยากร อุ่นมีศรี’ คนดังผังเมือง
สัปดาห์นี้ขอพาไปชมพระเครื่อง ในสำนักผังเมือง
โดย เอกชัย จั่นทอง /ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
สัปดาห์นี้ขอพาไปชมพระเครื่อง ในสำนักผังเมืองกรุงเทพมหานคร ย่านสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ก่อนอื่นขอบอกว่าไม่ใช่พระของสำนักผังเมือง แต่เป็นพระเครื่องคู่ใจของแหล่งข่าวผู้บริหารท่านหนึ่งที่ยอมเปิดอกให้ชมพระเครื่องที่เรียกว่า “รักและหวงที่สุด”
ว.2 เรียก “สผม.2” หรือ “รองแสน” แสนยากร อุ่นมีศรี รองผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร อีกหัวกะทิชั้นเยี่ยมในสำนักผังเมือง รับราชการทำงานสำคัญในสังกัดกรุงเทพฯ มายาวตลอดชีวิต ผ่านงานหินงานช้างมาไม่น้อย เช่น งานจัดการป้อมพระสุเมรุให้เรียบร้อย ถือว่าเป็นงานยากที่ต้องลงมาทำ แต่ก็ผ่านไปด้วยดีจากประสบการณ์และฝีมือที่มีลูกน้องมือดีคอยเคียงข้างช่วยงาน เพราะ “รองแสน” เกริ่นบอกเลยว่า การทำงานให้สำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นได้จากเพียงคนเดียว ต้องมีลูกน้องคอยสนับสนุน
กล่าวถึงเส้นทางการรับราชการของ “รองผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กรุงเทพฯ” จุดประกายชีวิตเริ่มต้นรับราชการครั้งแรกตั้งแต่ปี 2532 ตำแหน่งนักพัฒนาชุมชน กรุงเทพฯ ปี 2534 ตำแหน่งนิติกร กรุงเทพฯ ปี 2546 ตำแหน่งเจ้าหน้าที่จัดหาที่ดิน ปี 2547 ตำแหน่งนิติกร ถัดมาปี 2558 เลขานุการสำนักการโยธา กรุงเทพฯ 2560 ผู้อำนวยการสำนักงานเขตดินแดง ปี 2561 รองผู้อำนวยการสำนักผังเมืองจนปัจจุบัน
สิ่งที่ขาดไม่ได้คือพระเครื่องคู่กายของรองผู้อำนวยการสำนักผังเมือง เริ่มต้นที่พระองค์แรก หลวงพ่อปาน พิมพ์ทรงครุฑ วัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา ถัดมาพระปิดตา หลวงปู่ทิม รุ่นปิดตาน้ำท่วม ปี 2517 วัดละหารไร่ จ.ระยอง สุดท้ายหลวงพ่อเงิน รุ่นช้างคู่ ปี 2526 วัดท้ายน้ำ จ.พิจิตร พระเครื่องทั้ง 3 องค์นี้เรียกว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่พกติดตัวตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำงาน เดินทาง พักแรมต่างจังหวัด รู้สึกอุ่นใจปลอดภัยทุกครั้ง ไม่เคยกลัวอะไรถ้ามีพระทั้ง 3 องค์นี้อยู่ข้างกาย
โดยปกติทุกวัน “รองแสน” จะสวดมนต์ไหว้พระอยู่เป็นประจำทั้งเช้าและเย็น ก่อนย้อนบอกประสบการณ์เมื่อ 4 ปีก่อน ขณะกำลังขับรถกลับบ้านเกิดอาการหลับใน แต่เหมือนมีอะไรมากระตุ้นให้เราสะดุ้งตื่น ถ้าไม่อย่างนั้นคงเกิดอุบัติเหตุแน่นอน ส่วนตัวแขวนพระแล้วทำให้ใจเย็น มีสติ ไม่ประมาท ไม่โมโห ทำอะไรก็ต้องนึกถึงพระ นึกถึงบ้านไว้ก่อนเสมอ พระจะช่วยเตือนสติอยู่ตลอดเวลา
เส้นทางการเติบโตในชีวิตราชการของผู้ชายคนนี้ มีกระบวนการคิดน่าสนใจ รองแสน เล่าหลักการทำงานในสไตล์ตัวเองว่า การทำงานต้องทำเป็นทีมให้ได้ใจผู้ใต้บังคับบัญชา เพราะการจะทำงานให้สำเร็จได้หรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นกับการใช้อำนาจ ทว่าแทบจะไม่มีประโยชน์เลย เนื่องจากการทำงานต้องทำเป็นทีม ถือว่าเป็นแบบการทำงานที่ได้หัวใจลูกน้องอย่างแท้จริง
“บางทีไม่ได้สั่งเขาก็ทำให้ เหมือนสมัยเป็นผู้อำนวยการสำนักงานเขตดินแดง คือการทำงานในรูปแบบทีมและไว้ใจลูกน้อง พูดต้องเป็นภาษาดอกไม้ ไม่ใช่เห็นหน้าจะด่ากันอย่างเดียว เราต้องอาศัยทุกคน เราคนเดียวไม่สามารถทำงานได้เองแน่นอน ถ้าลูกน้องเราทำงานด้วยใจ งานนั้นก็จะออกมาดี แต่ถ้าเป็นงานที่สั่งแบบบังคับมักจะไม่ดี”
แสนยากร ย้ำด้วยว่า “การมีอำนาจนั้นแต่เลือกใช้อำนาจให้น้อยที่สุด” ถ้ายอมทำก็ต้องยอมทำด้วยใจแล้วทุกอย่างจะดี ไม่ใช่การบังคับขู่เข็ญ “คุณเป็นผู้บังคับบัญชาแล้วไปสั่ง ไปว่า ไปดุ มันก็ไม่ได้ใจลูกน้อง” ต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความเห็น แล้วช่วยกันเสริมกันแต่งให้ลงตัว ถ่ายทอดตัดแต่งจากประสบการณ์ของตัวเองไปสู่ความสำเร็จที่ต้องการ อนาคตบุคลากรเหล่านี้จะเติบโตขึ้นมาแทนเรา เพราะการรับราชการก็ต้องเกษียณไป
ดังนั้น การทำงานควรทำให้เป็นแบบมืออาชีพ ไม่ใช่การรู้เพียงด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น ต้องรู้สภาพแวดล้อมทุกอย่าง ทั้งข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหวในหน้าที่และอื่นๆ ที่สำคัญต้องเน้นย้ำเสมอว่า “เราต้องตั้งใจทำงาน”







