
ไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารโลก
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) โดยเมืองนวัตกรรมอาหาร หรือฟู้ดอินโนโพลิส ร่วมกับสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) จัดกิจกรรม “Food Innopolis International Symposium 2018 Food Industry 4.0 เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ย. 2561 ที่ผ่านมา เพื่อต่อยอดมุมมองสำหรับทุกคนและทุกองค์กรที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมอาหารทั้งภาคเอกชน อุตสาหกรรม หน่วยงานภาครัฐ อาจารย์ และนักวิจัย เพื่อช่วยเชื่อมโยงงานวิจัยนวัตกรรมสู่มุมมองการตลาดยุคใหม่
การสัมมนาครั้งนี้ได้เชิญวิทยากรระดับแนวหน้าจากสถาบันด้านอาหารและอุตสาหกรรมอาหารของโลกจากประเทศต่างๆ รวม 15 ประเทศ อาทิ อิตาลี เดนมาร์ก สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ สิงคโปร์ แคนาดา นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ไทย ฯลฯ เพื่ออัพเดทแนวโน้มนวัตกรรมอาหารโลก Internet of Food การพัฒนาคนสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร 4.0 โลจิสติกส์และซัพพลายเชนสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร ความปลอดภัยอาหารและมาตรฐานอาหาร การพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารบนฐานแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเทรนด์นวัตกรรมเครื่องเทศและสมุนไพร แหล่งโปรตีนใหม่ อาหารกับสังคมผู้สูงอายุ โดยได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของแต่ละประเทศที่มีจุดแข็งแตกต่างกัน
การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานความรู้ระดับโลกเชื่อมโยงกับนักลงทุนและบริษัทต่างๆ เป็นหนึ่งในศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารที่สำคัญของโลก มีพื้นที่ในอาคารวิจัยกว่า 4.5 หมื่น ตร.ม. เพื่อรองรับบริษัทในการทำวิจัยพัฒนาด้านนวัตกรรมอาหาร มีพื้นที่แปลงทดลอง 5 เฮกตาร์ บนพื้นที่รวมทั้งสิ้น 100 เฮกตาร์ โดยปัจจุบันมีบริษัทในพื้นที่ 75 บริษัท ในจำนวนนี้เป็น Food & Agri-tech Startup 25 บริษัท
ด้านสถาบันอาหารแห่งอนาคตจากอิตาลีก็เพิ่งเดินทางมาไทย และได้เดินทางไปเยี่ยมชมความพร้อมและเครือข่ายของฟู้ดอินโนโพลิสเพื่อความร่วมมือกันในอนาคต
หนึ่งในวิทยากรที่น่าสนใจอีกท่านเป็นคนไทย คือ ดร.ธัญญวัฒน์ เกษมสุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มด้านนวัตกรรม บริษัท ไทยยูเนี่ยน ที่บอกเล่าถึงความสำเร็จของบริษัทอาหารสัญชาติไทยอย่างไทยยูเนี่ยนที่ได้รับเลือกให้ติดดัชนีดาวโจนส์เป็นอันดับ 1 ของโลก โดย ดร.ธัญญวัฒน์ บอกว่า ไทยยูเนี่ยนลงทุนเพื่ออนาคตเยอะมาก โดยเฉพาะกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนที่ประสบความสำเร็จในการทำคะแนนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเด็นด้านความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สุขภาพและโภชนาการ ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับน้ำ ด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน จรรยาบรรณธุรกิจ และแนวปฏิบัติด้านแรงงาน ซึ่งทำให้ประเทศไทยมีอันดับเรื่องการคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนในลำดับที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าไม่เกิน 10 ปีโลกเปลี่ยนแรงงานมีทักษะเท่านั้นที่จะไปด้วยกันได้กับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นธุรกิจอาหารก็ต้องเร่งปรับตัวเพราะจะเป็นหนทางเดียวที่จะดีดตัวออกจากคู่แข่งได้
ด้าน ดร.อนุวัฒน์ เชื้อเย็น คณบดีคณะพัฒนาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้หยิบยกโครงการพัฒนาต้นแบบการแปรรูปอาหารอินทรีย์เชิงสร้างสรรค์ อย่างมีส่วนร่วม “The Ultimate Seasonal Sensation หรือ The USS ที่มหาวิทยาลัยดำเนินการอยู่ สอดคล้องกับ ดร.สิรี ชัยเสรี รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ให้ความสำคัญกับกลิ่นและรสชาติของอาหาร เป็นเทรนด์ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน เพราะการนำเอาวัตถุดิบในท้องถิ่นมาปรับให้เป็นอัตลักษณ์ประจำชาติจะทำให้เพิ่มมูลค่าของอาหารได้ขณะที่ Mei Yin Low จากบริษัทด้านกลิ่นรส จิวาดอง สิงคโปร์ ก็ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ โดยมองว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคผ่านแอพพลิเคชั่นจากโซเชียลมีเดีย เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เรียนรู้พฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อนำไปปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น
เช่นเดียวกับทางกลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงจากสามพรานโมเดล อรุษ นวราช ที่ได้ก่อตั้งสามพรานโมเดลให้เป็นแหล่งเรียนรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ผลิตจากฟาร์มเกษตรไปจนถึงผู้บริโภค ที่ปัจจุบันคำนึงถึงสุขภาพมากขึ้น อรุษมองว่าการให้การศึกษากับทางเกษตรกรเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยน
วิถีเกษตรแบบเดิมมาสู่เกษตรออร์แกนิก ต้องทำให้เขาเห็นภาครายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่วนตัวของผู้บริโภคเองก็ต้องเห็นถึงความสำคัญของสุขภาพ
ขณะที่กลุ่ม Central Group เองก็มองว่า แม้จะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการซื้อผลผลิตจากเกษตรกรรายใหญ่เท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย สตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการซี่งเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ เพื่อสนับสนุนให้เกิดความยั่งยืนในระบบห่วงโซ่อาหารที่ต้องเดินไปด้วยกัน
ด้าน ดร.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ ซีอีโอเมืองนวัตกรรมอาหาร กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับเมืองนวัตกรรมอาหารในภูมิภาคอาเซียนและเวทีโลก โดยคาดหวังให้เกิดการลงทุนในกิจกรรมวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมของบริษัทในอุตสาหกรรมอาหารและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
ส่งเสริมให้เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจและเชื่อมโยงความร่วมมือด้านการวิจัยพัฒนาระหว่างบริษัทอาหารของไทยกับบริษัทต่างชาติ ตลอดจนเชื่อมโยงและสร้างโอกาสเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเมืองนวัตกรรมอาหารกับบริษัทและหน่วยงานต่างประเทศในระดับภูมิภาคอาเซียน เอเชียแปซิฟิก ยุโรป และคลัสเตอร์อาหารของสหรัฐอเมริกา ผลักดันให้เกิดกลไกความร่วมมือในการทำงานร่วมกันแบบรัฐร่วมเอกชน
ดร.อัครวิทย์ สะท้อนว่าอุตสาหกรรมอาหารเป็นรายได้สำคัญของไทย และเป็นอุตสาหกรรมที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหารตอบสนองไลฟ์สไตล์ชีวิตของในยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันนี้สามารถพูดได้ว่าไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารของโลก ดูได้จากรางวัลอันดับ 1 ของโลกที่ทางบริษัท ไทยยูเนี่ยน ได้รับ ถือเป็นเครื่องการันตีได้ถึงความเป็นมาตรฐานสากลที่ไทยทำได้







