
บทบาทใหม่ของ‘พาที สารสิน’ ซีอีโอธุรกิจเอเยนซีท่องเที่ยว
กว่า 14 ปีที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการสายการบินของ พาที สารสิน
โดย พลพัต สาเลยยกานนท์
กว่า 14 ปีที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการสายการบินของ พาที สารสิน อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) สายการบินนกแอร์ ที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วโลกมาถ่ายทอดผ่านการเปิดตัวธุรกิจใหม่ด้านการท่องเที่ยวอย่าง “เรียลลี่ เรียลลี่ คูล” (Really Really Cool) ตัวแทนขายสินค้าท่องเที่ยวออนไลน์ (Online Travel Agent : OTA) พร้อมกับสโลแกนที่ว่า “Yes You Can”
พาที เริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า ที่มาที่ไปของธุรกิจนี้เริ่มต้นหลังจากทำธุรกิจสายการบิน ส่งผลให้เรารู้จักความต้องการ (ดีมานด์) ของนักเดินทางที่ไม่ได้มองหาเฉพาะตั๋วเครื่องบินราคาถูกอย่างเดียว แต่การเดินทางของคนนั้นต้องการสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางจึงมองว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจ
เมื่อนึกถึง “เรียลลี่ เรียลลี่ คูล” จะไม่นึกถึงการท่องเที่ยวแบบเดิมๆ ที่คำนึงถึงห้องพักขนาดใหญ่หรือเล็กแค่ไหน จะบินสายการบินอะไร แต่จะนึกถึงว่าเราจะสนุกได้อย่างไร ตามความต้องการของนักท่องเที่ยวและพฤติกรรมความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไปทุกวันและต้องการความแปลกใหม่ในการท่องเที่ยวอยู่เสมอ
หากเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาดเวลานี้ที่มีจุดแข็ง 2 อย่าง คือ 1.ให้เยอะ และ 2.ราคาถูก แต่เรามี 2 จุดแข็งที่เราแตกต่าง คือ 1.สร้างประสบการณ์ และ 2.ได้ตรงความต้องการ
“นักท่องเที่ยวสมัยใหม่มองหาการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆ เพื่อค้นพบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ไม่ซ้ำใครอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เราเริ่มที่จะสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างตั้งแต่เริ่มต้น โดยแพ็กเกจการท่องเที่ยวของเราถูกออกแบบมาพิเศษโดยไม่ได้เน้นเพียงแค่จุดหมายปลายทางเพียงอย่างเดียวเท่านั้น”
ขณะที่จะใช้ประสบการณ์การเดินทางของตนที่มีในการถ่ายทอดออกมาสู่นักท่องเที่ยวซึ่งยังสามารถจัดให้นักท่องเที่ยวเลือกได้อีกด้วยว่าจะกำหนดการเดินทางท่องเที่ยวของคุณได้อย่างไร ตั้งแต่การกำหนดราคา การกำหนดเวลา การกำหนดสถานที่ ได้ตามความต้องการและเราจะเป็นที่ปรึกษาให้
นอกจากนั้น จุดมุ่งหมายที่เข้าสู่ธุรกิจนี้อีกอย่างหนึ่งคือการสร้างแพลตฟอร์ม OTA สัญชาติไทย ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายในการเดินทางของนักเดินทางทั่วโลกและเศรษฐกิจประเทศไทยพึ่งพาการท่องเที่ยวมากถึง 20-30% โดยเราจะเป็นคนไทยคนแรกที่เข้าสู่ศึกของ OTA ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับโลกกับ OTA ที่มีชื่อเสียงไม่ว่าจะเป็น เอ็กซ์พีเดีย (Expedia), บุ๊กกิ้ง ดอทคอม (Booking.com), โฮเทลดอทคอม (Hotels.com) และทริปแอดไวเซอร์ (tripadvisor.com) เป็นต้น ซึ่งคาดว่าภายใน 3 ปี “เรียลลี่ เรียลลี่ คูล” จะติดอันดับท็อป 3-4 ของโลกแข่งขันกับแบรนด์ระดับโลกได้
บริษัทใช้ทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 30 ล้านบาท) โดยต้องเรียกได้ว่าเราเป็นบริษัทเทคโนโลยีขนาดเล็ก ซึ่งใช้การวิเคราะห์ข้อมูลทุกอย่างเพื่อสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของตัวเอง ซึ่งเมื่อเรามีฐานข้อมูลของเราเองจะทำให้เรารับรู้ว่าลูกค้าของเราอยู่ตรงไหน และทำกลยุทธ์ทางการตลาดให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย และจะสร้างยอดขายและรายได้มหาศาลในอนาคต
อีกจุดหนึ่งคือ การนำเทคโนโลยีที่ต้องสร้างความ “ว้าว” ให้กับวงการและนักท่องเที่ยว คือการนำปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และแชตบอต (Chat Bot) มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจให้นักท่องเที่ยวที่ติดต่อเข้ามาสามารถรับบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีก 2-3 รายการที่ไม่เคยมีในโลก เพื่อช่วยวิเคราะห์ลูกค้าในเชิงลึกแล้วตอบโจทย์ความต้องการแต่ละบุคคล(Customize)
ในอนาคตบริษัทยังเตรียมเจรจากับแบรนด์เครือข่ายโรงแรม (เชน) ชั้นนำของโลก 3-4 ราย และสายการบินชั้นนำต่างๆ เพื่อดึงมาอยู่ในแพลตฟอร์ม รวมถึงสายการบินทั่วโลก ซึ่งจากประสบการณ์ทำงานมานานทำให้มีสายสัมพันธ์ (Connection) ที่ดีปูทางสร้างพันธมิตรช่วยขับเคลื่อนธุรกิจได้ เพื่อที่บริษัทมอบโปรโมชั่นการท่องเที่ยวสุดพิเศษในราคาที่สมเหตุสมผลที่สุดให้กับลูกค้า
จุดหมายปลายทางแรกที่เปิดให้บริการของเราคือ มัลดีฟส์ ญี่ปุ่น เพื่อรองรับความต้องการของคนไทยที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นจำนวนมาก เฉพาะความนิยมไปเล่นสกีมีมากถึง 4-5 หมื่นคน/ปี จากนั้นจะบุกตลาดอินเดีย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับหน่วยงานภาครัฐของอินเดียเพื่อศึกษาตลาด อย่างไรก็ตาม การเลือกจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวจะต้องมีจุดขาย มีความเท่ เพื่อตอบโจทย์ประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว และเปิดบริษัทในสิงคโปร์ ดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาไทยเพื่อให้บริการครบวงจรทั้งตลาดในและต่างประเทศ
สิ่งเหล่านี้จะตอบโจทย์ลูกค้าคนไทยทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ปานกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีการเติบโตอยู่อย่างต่อเนื่อง คนกลุ่มนี้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เราเลือกมัลดีฟส์เป็นจุดหมายปลายทางแรกของการเปิดตัว
จากแผนดังกล่าวแบรนด์โอทีเอสัญชาติไทยที่มีความสามารถในการแข่งขันกับแบรนด์ระดับโลกได้และคาดว่าการคืนทุนจะเกิดขึ้นเร็ว เพราะธรรมชาติของธุรกิจท่องเที่ยวสามารถทำเงินและคืนทุนในระยะเวลาอันสั้น







