posttoday
ช้างศึกลุยซูซูกิคัพ ภารกิจคอพาดเขียง

ช้างศึกลุยซูซูกิคัพ ภารกิจคอพาดเขียง

11 พฤศจิกายน 2561

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2018

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2018 ออกสตาร์ทเกมแรกไปแล้ว แม้ว่าผลการแข่งขันของทีมชาติไทย แชมป์เก่า 5 สมัย จะออกมาสวยหรูด้วยการถล่มเอาชนะติมอร์เลสเต 7-0 แต่มันคงยังวัดอะไรไม่ได้ เพราะมาตรฐานฟุตบอลของผู้มาเยือนยังห่างชั้น ของจริงจะเริ่มนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป

ในรายการนี้ถือว่าเป็นรายการที่แฟนฟุตบอลไทยให้ความคาดหวังเป็นอย่างสูง แน่นอนว่าสมาคมกีฬาฟุตบอลย่อมรู้ดี แม้จะต้องเจอเงื่อนไขต่างๆ อาทิ การใช้ 4 ตัวหลักไม่ได้ และการเปลี่ยนระบบจัดการแข่งขันเป็นเหย้าเยือนตั้งแต่รอบแรก

เป้าหมายอย่างเดียวของช้างศึกคือแชมป์เท่านั้น นี่คือทัวร์นาเมนต์ที่กดดันที่สุดแห่งปีของสมาคมฟุตบอล และถือว่าเป็นการป้องกันแชมป์ที่ท้าทายที่สุดอีกครั้งหนึ่งของทีมชาติไทยภายใต้การนำทีมของ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซอร์เบีย จากปัจจัยภายในและนอกเหล่านี้ ที่จะส่งผลให้การตามล่าแชมป์สมัยที่ 6 เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย เปรียบเสมือนเอาคอไปพาดเขียงหากทำไม่สำเร็จ

แฟนบอลคาดหวังสูง

ทีมชาติไทยคือเบอร์หนึ่งในอาเซียน คำพูดนี้ไม่ใช่เรื่องเกินเลยนักหากจะงัดเอาจำนวนแชมป์ในรายการนี้มาพูดถึง เพราะทีมช้างศึกคือทีมที่คว้าแชมป์ในรายการนี้ได้เยอะที่สุด 5 สมัย และแน่นอนว่าสิ่งเดียวที่แฟนบอลไทยต้องการจะเห็นคือการคว้าแชมป์สมัยที่ 6 และเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน อย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน การลงเล่นในรายการนี้สิ่งเดียวที่แฟนบอลอยากจะเห็นคือแชมป์เท่านั้น มันคือความคาดหวังที่จะกลายมาเป็นความกดดันอย่างสูงที่ทีมไทยจะต้องเจอเมื่อเข้าสู่รอบที่ลึกมากขึ้นกว่านี้

ขาดตัวหลัก

ช้างศึกลุยซูซูกิคัพ ภารกิจคอพาดเขียง

ในยามที่ทีมต้องการป้องกันแชมป์ แต่ว่าทีมชาติไทยชุดนี้ไร้ตัวหลัก 4 คนที่เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในยุคอย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่เล่นกับโอเอช ลูเวิน ในลีกรองเบลเยียม และ 3 แข้งเจลีกอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ค้าแข้งกับคอนซาโดเล ซัปโปโร ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายจากวิสเซล โกเบ และธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าจากซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา ที่ล้วนติดภารกิจกับต้นสังกัด และรายการนี้ไม่ได้อยู่บนปฏิทินฟีฟ่าเดย์ ทำให้ไม่สามารถมาช่วยทีมได้ เมื่อปราศจากแข้งตัวหลักที่เป็นหัวใจของทีมมาอย่างยาวนาน ทำให้ช้างศึกชุดนี้ศักยภาพ
ลดลงอย่างไม่ต้องสงสัย

แม้แต่ มิโลวาน ราเยวัช ยังยอมรับว่าการขาดตัวหลักส่งผล “แน่นอนว่ามันมีผลต่อเรา เพราะเราเป็นตัวเต็งของรายการนี้ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไทยคือทีมที่ดีที่สุด และถ้าเรามีพวกเขามันจะง่ายมาก เพราะทั้ง 4 คนมีศักยภาพเหนือระดับอาเซียนไปแล้ว แต่ถึงไม่มีพวกเขาเราก็ยังคงเป็นตัวเต็งอยู่ดี ผมมีความเชื่อมั่นในความสามารถของผู้เล่นคนอื่นๆ ในทีม พวกเขาสามารถที่จะรับมือกับความกดดันและเล่นตามคำแนะนำของผมได้”

เพื่อนบ้านจ้องล้ม

ในการแข่งขันรายการนี้ทุกครั้งไม่ว่าทีมชาติไทยจะอยู่ในสภาพไหนก็ตาม พวกเขามักจะถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งของรายการเสมอ และเป็นเป้าหมายเบอร์ต้นๆ ของชาติเพื่อนบ้านที่ต้องการจะโค่นให้ได้เพื่อที่จะกรุยทางไปสู่การคว้าแชมป์ การเจอกับทีมชาติไทยถือว่าเป็นแมตช์พิเศษที่เพื่อนบ้านต้องการที่จะผ่านให้ได้ เพราะช้างศึกถือว่าเป็นกระดูกชิ้นโตของรายการนี้ที่ทุกทีมอยากที่จะเอาชนะเพื่อประกาศศักดาและท้าทายความเป็นเบอร์หนึ่ง

เวียดนามถือว่าเป็นอีกชาติที่ต้องการที่จะล้มทีมชาติไทยให้ได้ โดย เหงียนกวงไฮ กองหน้าทีมดาวทอง เคยให้สัมภาษณ์ว่าไม่เคยกลัวทีมชาติไทยที่เคยแพ้พวกเขามาแล้วในชุดอายุไม่เกิน23 ปี “แน่นอนว่าคู่แข่งอย่างอินโดนีเซียและไทยต่างก็แข็งแกร่ง แต่เราต้องการเป็นผู้นำของภูมิภาคนี้เช่นกัน การคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ นั้นสำคัญกับพวกเรา ไทยอาจมีนักเตะฝีเท้าดี แต่มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอะไร เมื่อดูจากชื่อแล้วหลายคนก็เคยแพ้เรามาแล้ว”

สถานการณ์ภายในสมาคมฯ

ช้างศึกลุยซูซูกิคัพ ภารกิจคอพาดเขียง                        

ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ภายในของสมาคมฟุตบอลไม่สู้ดีนัก จากผลงานของทีมชาติไทยในชุดอื่นๆ ที่ทำออกมาได้น่าผิดหวัง อย่างเช่นทีมชุดเอเชียนเกมส์ที่ตกรอบแรกเท่านั้น หรือในชุดอายุไม่เกิน 19 ปี ที่พลาดการคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลโลก รวมไปถึงสถานการณ์ภายในหลายอย่าง อาทิ ความขัดแย้งระหว่าง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ กับ พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก อดีตเลขาธิการสมาคมฯ

หากว่าผลงานในรายการนี้ไม่ได้ออกมาอย่างที่แฟนบอลและสื่อมวลชนคาดหวัง มีแต่จะเพิ่มความกดดันให้กับการทำงานของสมาคมฟุตบอลชุดนี้ให้เจอความกดดันมากขึ้นในช่วงท้ายของการทำงานที่ใกล้ครบวาระเต็มที และที่ผ่านมาตัวนายกสมาคมฯ ก็ยังยอมรับว่าถูกกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง

ผลกระทบในศึกชิงแชมป์เอเชีย

หลังจบรายการชิงแชมป์อาเซียนทีมชาติไทยมีทัวร์นาเมนต์สำคัญที่รออยู่ คือการลงเล่นในศึกเอเชียนส์คัพ รอบสุดท้าย ที่ยูเออี ในช่วงต้นปี ที่เป็นเป้าหมายที่แท้จริงที่สมาคมฟุตบอลเคยประกาศเอาไว้ว่าต้องการที่จะยกระดับทีมชาติไทยชุดใหญ่ให้เข้าใกล้ระดับเอเชียมากขึ้น และคงไม่มีโอกาสไหนที่เหมาะสมไปกว่านี้อีกแล้ว แน่นอนว่าถ้าผลงานในรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ หากว่าออกมาไม่ดี ก็จะส่งผลกระทบไปยังการเตรียมทีมเล่นศึกชิงแชมป์เอเชียมากขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ เพราะตัวโค้ชและนักเตะเองจะต้องเจอกับความกดดันที่มากขึ้นอีกหลายเท่า จนมีผลกระทบกับฟอร์มการเล่นในสนามในรายการชิงแชมป์เอเชียที่รออยู่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท