
สีทองที่ไร้รสนิยม
สีทองสังเคราะห์เป็นสีที่ผมชิงชังที่สุด มันไม่ต้อง ด้วยสุนทรียะโบราณ
โดย กรกิจ ดิษฐาน
สีทองสังเคราะห์เป็นสีที่ผมชิงชังที่สุด มันไม่ต้อง ด้วยสุนทรียะโบราณ ที่สำคัญคือสีมันทำลายพื้นผิวโบราณสถานอย่างเลวร้าย ทำให้พุทธสถานเสียความสุขุมลุ่มลึก มีสภาพเหมือนสวนสนุกราคาถูก
พุทธสถานต้องให้ความงดงามอย่างสุขุม มีเครื่องประดับที่เหมาะเจาะ เช่น ผนังวิหารสีขาวน้ำปูน เป็นความขาวที่อิ่มตา ช่วยขับการประดับกระจกลงปิดทองที่ประตูหน้าต่างให้เด่นแค่นั้น ไม่ใช่ทาสีทองจนทั่วหลัง จนหาที่เด่นไม่ได้
เราวาดภาพสักภาพ ถ้าลงสีทองทั้งแผ่นกระดาษมันจะสวยหรือ? ยิ่งเป็นทองปลอมแล้วเป็นที่อุจาดสายตายิ่ง
เหมือนมโหรีเล่นอยู่โน้ตตัวเดียวมันจะเพราะได้อย่างไร? เพลง ภาพ และพิหาร สวยขึ้นมาได้เพราะนำองค์ประกอบต่างๆ มาผสมอย่างลงตัว ที่เด่นช่วยขับด้อย และด้อยประสานเด่น มีจังหวะจะโคน ไม่ใช่สาดสีทองไปทั้งถัง
เหมือนร้อยมาลัยกรองด้วยความละเมียด แล้วไปจุ่มทองสังเคราะห์ฉันนั้น มันน่าเสียดายไหม?
ในวิหารยิ่งต้องสลัวเพื่อขับองค์พระสีทองให้เด่น ส่วนจิตรกรรมฝาผนังไม่ได้วาดเพื่อดูตอนเปิดไฟ แต่ให้ดูในแสงสลัวมันจะมีมิติขึ้นมา แต่เดี๋ยวนี้เราติดไฟในวิหารสว่างจ้า พระเจ้าหมดขลัง จิตรกรรมดูไม่จืด
อย่างพระพุทธชินราช ท่านอยู่ในพิหารหลวงที่ออกแบบมาให้แสงสลัว องค์พระจึงลอยเด่นเห็นองค์ทองในเงามืด มองแล้วเหมือนหลุดเข้าไปในมิติทิพย์ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพท่านทันเห็นและชื่นชมไว้มาก แต่ภายหลังไปแก้ช่องแสงโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์จนหมดสวย ท่านเสียดายมาก แถมตอนนี้วิหารหลวงพ่อไฟสว่างโร่ พระพุทธชินราชอาจจะงามที่สุด แต่ยังงามไม่สุดเพราะเหตุนี้
ช่วงนี้วิหารพระศรีศากยมุนีซ่อม ปิดหน้าต่างส่วนใหญ่ กับประตูหน้า ทำให้เห็นแสงรำไร คุณเอ๋ย แสงพอเหมาะจับที่องค์พระสวยจับใจ ทั้งแสงเงาทำให้เกิดมิติเหมือนมีชีวิตจิตใจ สาธุชนที่นั่งภาวนาเงียบๆ พึมพำเบาๆ ราวกับเกรงว่าจะรบกวนพระพุทธเจ้า
ความงามสุขุมส่งผลต่อจิตใจผู้ภาวนาด้วย คือสงบและปล่อยวาง สีแจ๋นจัดจ้านกระตุ้นอารมณ์มนุษย์มากเกินไป โดยเฉพาะการทาสีทองเพื่อให้ญาติโยมรู้สึกตื่นตาในความมั่งมีทางวัตถุ เป็นสุนทรียะและจริยธรรมที่ต่ำทราม
พูดถึงทอง เหตุที่ผมชังทองสังเคราะห์ เพราะรู้ว่าทองแท้ๆ สวยเพียงใดเวลาใช้กับพุทธสถาน เช่น หอไตรทองทึบที่วัดปากน้ำ แม้สภาพแวดล้อมจะวิบัติมาก แต่เพราะใช้ทองทึบ หอไตรจึงสวยเด่น นี่คือพลังวิเศษของทองแท้ๆ ต่อให้ทองลอกเป็นรอยดำของน้ำรักหรือชาด ก็ยังเปี่ยมไปด้วยสุนทรียะของความพร่อง
ที่พม่ายังมีขนบใช้ทองแท้และเคยมีขนบความงามในเงาสลัว แต่เริ่มที่จะกลายพันธุ์บ้างแล้ว หากตามรอยไทยเมื่อไร ความฉิบหายจะเกิดแก่ของคลาสสิกในพม่าทันที ผมจึงต้องรีบไปดูไปเก็บภาพ ก่อนจะวินาศเหมือนเพื่อนบ้าน
แต่พม่าเขาดีอย่าง อะไรเดิมๆ พยายามรักษาไว้ เมื่อหลายปีก่อน เผด็จการตานฉ่วยไปทาสีพระเจดีย์กองมูดอที่เมืองสกายน์ ซึ่งเดิมนั้นองค์ขาวสะอาดตา ให้กลายเป็นทองสังเคราะห์ ดูแล้วน่าหดหู่ใจ เหตุเพราะเชื่อหมอดูให้ทำบุญเสริมบารมี ล่าสุด กรรมการวัดและชาวบ้านตกลงจะทาสีขาวนวลเหมือนเดิมอีกครั้ง เป็นการตบหน้าเผด็จการที่น่าสรรเสริญยิ่ง
บางคนเถียงว่าทองแท้มันแพง และใช้เวลานาน สีกระป๋องง่ายกว่า คงต้องตอบว่า ถ้าท่านชอบของปลอมก็ตามศรัทธาเถิด แต่คนโบราณนั้นท่านไม่เร่งรีบ ท่านถวายแรงกายแรงใจปิดทองทีละแผ่นโดยไม่กลัวเสียเวลา อย่างพระเอกาทศรถ ทรงสละเครื่องประดับพระองค์ ทุบเป็นทองแผ่นปิดพระพุทธชินราชด้วยพระหัตถ์ทั้งองค์ ท่านบ่นหรือ? ทั้งๆ ที่บ้านเมืองก็เรียกร้อง ท่านรู้ว่าการเสียเวลาปิดทอง ไม่ใช่การเสีย หรือ Waste แต่คือการสละ หรือ Donate
ชาวพุทธเราเดี๋ยวนี้ไม่รู้จะรีบไปไหน ใช้ธูปปลอมเป็นแสงกะพริบ ถวายมาลัยพลาสติก ถวายสีเก๊ๆ คุณภาพต่ำให้กับวัดสวยๆ หารู้ไม่ว่าธูปนั้นท่านจุดเพื่อเอากลิ่น ไม่ใช่เอาแสง มาลัยถวายเพื่อเอากลิ่น ไม่ใช่สักแต่ว่ามีมาลัยปลอมก็ถวายๆ ไปพอเป็นพิธี ถวายสีให้โบสถ์วิหารตั้งแต่กำแพงแก้วยันกระเบื้องหลังคา โดยหารู้ไม่ว่าคนโบราณออกแบบมาลงตัวแล้ว
ถ้าจะซ่อม ซ่อมโครงสร้างเถิด อย่าอุตริไปเติมโดยไม่รู้เหนือรู้ใต้เลย







