
สหรัฐยื่นฟ้องแบงก์ยูบีเอสชนวนซับไพรม์
ยอมความไม่สำเร็จ สหรัฐฟ้องแบงก์ยูบีเอสฐานหลอกให้ลงทุนเสี่ยง
ยอมความไม่สำเร็จ สหรัฐฟ้องแบงก์ยูบีเอสฐานหลอกให้ลงทุนเสี่ยง ชนวนเหตุวิกฤตซับไพรม์ 2008
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐได้ยื่นฟ้องธนาคารยูบีเอสแล้ววานนี้ ในข้อหาอาญาเกี่ยวกับการฉ้อโกง กรณีหลอกให้นักลงทุนซื้อตราสารที่อิงกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย (MBS) จนนำไปสู่วิกฤตการณ์การเงินเมื่อปี 2008 โดยการฟ้องร้องครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ยูบีเอสปฏิเสธที่จะจ่ายเงินเกือบ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 6.6 หมื่นล้านบาท) เพื่อยอมความเรื่องนี้
แถลงการณ์ของกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า ระหว่างปี 2006-2007 ยูบีเอสทำให้นักลงทุนเข้าใจผิดเรื่องคุณภาพของสินเชื่อที่อยู่อาศัยความเสี่ยงสูง (ซับไพรม์) มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เป็นหัวใจสำคัญของข้อตกลงซื้อขายอนุพันธ์ MBS 40 รายการ
“นักลงทุนที่ซื้อตราสารอนุพันธ์จากยูบีเอสไปได้รับความเสียหายกันอย่างมหาศาล และไม่เพียงแต่ขาดทุนเองโดยตรงเท่านั้น แต่ยังนำไปสู่การเกิดวิกฤตการณ์การเงินในปี 2008 อีกด้วย” ริชาร์ด โดโนฮิว อัยการเขตนิวยอร์กตะวันออก กล่าว
อย่างไรก็ตาม ทางยูบีเอสได้ระบุก่อนหน้านี้ว่า ข้อกล่าวหาของรัฐบาลสหรัฐไม่มีมูลและจะขอต่อสู้ในชั้นศาลต่อไป
ทั้งนี้ คดีของยูบีเอสนับเป็นหนึ่งในการไล่บี้เอาผิดธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่งที่นำสินเชื่อซับไพรม์ ซึ่งเป็นสินเชื่อบ้านที่เสี่ยงที่สุดบนอัตราดอกเบี้ยสูง ไปแยกกองใหม่คละเกรดกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยอื่นๆ แล้วนำไปมัดรวมเป็นตราสารอนุพันธ์ MBS ใหม่ขายต่อให้นักลงทุน
ก่อนหน้านี้ สหรัฐสามารถทำข้อตกลงยอมความกับธนาคารหลายแห่ง เช่น ดอยช์แบงก์ โกลด์แมน แซคส์ และแบงก์ ออฟ อเมริกา ให้จ่ายค่าชดเชยความเสียหายได้แล้ว ขณะที่ธนาคารเครดิต สวิส เพิ่งบรรลุข้อตกลงยอมความกับสหรัฐไปเมื่อปีที่แล้ว โดยจ่ายค่ายอมความไป 5,300 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.75 แสนล้านบาท)







