
กนอ.เข้มสั่งสตาร์ปิโตรเลียม ล้อมคอกแก้น้ำมันเตารั่วไหล
จี้วางมาตรการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมรอบชุมชนมาบตาพุดหาสาเหตุให้พบใน 15 วัน
จี้วางมาตรการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมรอบชุมชนมาบตาพุดหาสาเหตุให้พบใน 15 วัน
น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กรณีที่ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง หรือ SPRC ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง เกิดเหตุน้ำมันเตารั่วไหลในกระบวนการผลิต ซึ่งบริษัทได้ประกาศภาวะฉุกเฉินและเข้าระงับเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตนั้น ล่าสุด กนอ.ได้ตรวจสอบคุณภาพอากาศบริเวณจุดเกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียงแล้ว ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมชุมชนและโรงงานข้างเคียง
ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสถานประกอบการและพื้นที่ชุมชนโดยรอบ กนอ.ได้สั่งการให้บริษัททำมาตรการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ 4 แนวทาง ประกอบด้วย 1.ลดกำลังการผลิตในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อลดแรงดันภายในท่อ 2.ตรวจสอบสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดพร้อมทั้งแก้ไขและปรับปรุงขั้นตอนการปฏิบัติงาน ทำมาตรการด้านความปลอดภัยเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ 3.ประชาสัมพันธ์เหตุการณ์ให้ส่วนราชการและชุมชนใกล้เคียงทราบ 4.ทบทวนและจัดซ้อมแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน และเหตุผิดปกติจะต้องแจ้งศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
“บริษัทจะต้องดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จและแจ้งให้ กนอ.ทราบภายในระยะเวลา 15 วัน พร้อมรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานให้กับ กนอ.ทราบ หลังจากนั้น กนอ.จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโรงงานอย่างต่อเนื่องจนกว่าโรงงานจะดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อทุกภาคส่วนโดยเฉพาะชุมชนในพื้นที่” น.ส.สมจิณณ์ กล่าว
ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า ในวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา กนอ.ได้เริ่มเปิดขายซองประกวดราคาโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 อย่างเป็นทางการแล้ว และจะเปิดขายจนถึงวันที่ 21 พ.ย. 2561 โดยบรรยากาศวันแรกของการเปิดขายซอง พบว่ามีเอกชน 3 รายเข้าซื้อซองประมูล โดยเป็นภาคเอกชนไทยรายใหญ่และเชื่อว่าจะมีเอกชนหลายรายให้ ความสนใจและเริ่มทยอยเข้ามาซื้อซองอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่มีมูลค่าการลงทุนสูงกว่า 5 หมื่นล้านบาท และยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการลงทุนมายังพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งการพัฒนาท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 จะใช้ระยะเวลา 5 ปีตั้งแต่ปี 2562-2568
นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) กล่าวว่า การเปิดขายซองประมูลโครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. พบว่ามีเอกชนที่เข้ามาซื้อซองประมูลแล้ว 3 รายเป็นบริษัทในประเทศไทย 2 ราย ได้แก่ บริษัท ทีไอพีเอส บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น และบริษัทจากญี่ปุ่น 1 บริษัท ได้แก่ บริษัท อิโตชูคอปอร์เรชั่น







