posttoday
รัฐหนุนสร้างสตาร์ทอัพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 4.0

รัฐหนุนสร้างสตาร์ทอัพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 4.0

10 พฤศจิกายน 2561

การส่งเสริมผู้ประกอบการเกิดใหม่ หรือผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ

โดย เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง 

การส่งเสริมผู้ประกอบการเกิดใหม่ หรือผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ เป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการสตาร์ทอัพที่มีนวัตกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ เพื่อนำพาประเทศไทยเข้าสู่ยุค 4.0

ก่อนหน้านี้ ธนาคารออมสิน ได้เปิดผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ (SSI) ประจำไตรมาส 3 ปี 2561 ได้สำรวจกลุ่มตัวอย่างสตาร์ทอัพทั่วประเทศ พบว่า ดัชนี SSI ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนมาอยู่ที่ระดับ 61.55 ซึ่งสูงกว่าค่ากลางที่ระดับ 50 แสดงให้เห็นว่า ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ มีความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ทางธุรกิจโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี

สำหรับประเด็นปัญหาที่ต้องติดตามสำหรับผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ คือ ต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งค่าจ้างแรงงานผู้มีทักษะค่าวัสดุอุปกรณ์และค่าขนส่ง ซึ่งต้องการให้รัฐสนับสนุนด้านเงินทุน รวมถึงการร่วมลงทุน และสนับสนุนด้านการหาตลาดและเพิ่มความรู้ด้านการลงทุน การขยายธุรกิจ ภาษี ตลอดจนด้านเทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น

ล่าสุด พรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยรายงานความคืบหน้าการดำเนินการของคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้นแห่งชาติ ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานคณะกรรมการ ประจำเดือน ต.ค. 2561 มีข้อมูลที่น่าสนใจในหลายด้าน เริ่มตั้งแต่จำนวนวิสาหกิจเริ่มต้น หรือผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในประเทศไทย ที่ลงทะเบียนกับ http://startupthailand.org ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ จำนวน 1,700 ราย

ขณะที่จำนวนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรายใหม่ เอสเอ็มอีเกิดใหม่ ที่ขอรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 658) พ.ศ. 2561 เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับกำไรสุทธิเป็นระยะเวลา 5 รอบระยะเวลาบัญชี ณ สิ้นเดือน ต.ค. 2561 มียอดรวมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเกิดใหม่เข้ามาจดทะเบียนและยื่นขอรับการรับรองกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) แล้วจำนวน 183 ราย ได้รับการรับรองจาก สวทช. แล้วจำนวน 130 ราย และได้ขอใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกับกรมสรรพากรแล้วจำนวน 89 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าจำนวน 20 ราย 22 ราย และ 1 ราย

สำหรับจำนวนผู้ประกอบการสตาร์ทอัพที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ผ่านการร่วมลงทุนกับธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และธนาคารกรุงไทย ณ สิ้นเดือน ต.ค. 2561 มียอดรวมของการอนุมัติการร่วมลงทุนในผู้ประกอบการสตาร์ทอัพแล้ว 49 ราย
วงเงินรวม 1,305 ล้านบาท โดยมีผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ 16 ราย ที่ได้มีการร่วมลงทุนแล้ว คิดเป็นเงินร่วมลงทุน 375 ล้านบาท

ด้านจำนวนกลุ่มนักลงทุนในประเทศไทย ประเภทจำนวนกลุ่มนักลงทุนที่ลงทะเบียนกับ Web Portal ปัจจุบันมีกลุ่มนักลงทุนเข้าลงทะเบียนบนเว็บไซต์ http://startupthailand.org แล้วจำนวน 400 ราย และกิจการเงินร่วมลงทุน (Venture Capital : VC) และทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน (Private Equity Trust : PE Trust) ที่ขอรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 636) พ.ศ. 2560 เพื่อขอรับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้จากเงินปันผลและรายได้จากการโอนหุ้นของบริษัทเป้าหมาย เป็นระยะเวลา 10 รอบระยะเวลาบัญชี ในเดือน ต.ค. 2561 พบว่า ผู้จดแจ้งการเป็น VC และ PE Trust กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มีจำนวนทั้งสิ้น 32 ราย

ทั้งหมดจะเห็นว่า ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างช้าและจำนวนยังไม่มาก แต่การสนับสนุนของรัฐบาลมาถูกทาง นอกจากมาตรการส่งเสริมการลงทุน ยังมีกิจกรรมสำคัญงาน Innovation Thailand Expo 2018 ภายใต้แนวคิด “มุมมองใหม่ ประเทศไทยที่แตกต่าง ด้วยนวัตกรรม” ระหว่างวันที่ 4-7 ต.ค. 2561 และการเปิดตัว ทรู ดิจิทัล ปาร์ค เพื่อยกระดับสู่ Bangkok CyberTech District ล้วนเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุค 4.0 เพิ่มมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท