
เรื่องบิดๆ เบี้ยวๆ
ผมเป็นคนหนึ่งที่เกิดใน “ยุค 90” ถ้าจะบอกว่าเป็นคนร่วมสมัยก็คงไม่แปลกนัก
โดย ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
ผมเป็นคนหนึ่งที่เกิดใน “ยุค 90” ถ้าจะบอกว่าเป็นคนร่วมสมัยก็คงไม่แปลกนัก
ความร่วมสมัยในนิยามของผมนั้นคือ การอยู่ในช่วงการปฏิวัติข้อมูลข่าวสาร เป็นรอยต่อของการเข้าสู่ยุคของการมีอินเทอร์เน็ต ถ้าจะบอกว่าเป็นคนสองโลกก็ได้
มีหลายเรื่องที่เปรียบให้เห็นถึงความแตกต่างของการเป็นคนสองโลก
“การฟังเพลง” คนยุค 90 จะฟังเพลงทั้งทีต้องไปรอฟังจากวิทยุเป็นหลัก ถ้าใครพอจะมีเงินหน่อยก็เดินไปตามร้านขายเทปหรือซีดี หากจะล้ำขึ้นมาหน่อยเวลานั้นก็มีบางร้านที่มีการติดตั้งเครื่องเล่นซีดีพร้อมกับหูฟังอย่างดีให้เราทดลองฟังเพลงได้ก่อนตัดสินใจควักเงินซื้อ
ความคลาสสิกของคนฟังเพลงในรุ่นผมคือ การเปิดปกซีดีเพื่ออ่านเนื้อร้องไปพร้อมกับฟังเพลง ซึ่งคนยุคนี้ไม่มี
ปัจจุบันแค่กดเข้าไปในแอพพลิเคชั่นก็สามารถฟังเพลงได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว ขึ้นมาพร้อมทั้งภาพและเสียง “การอ่านหนังสือ” คนยุค 90 เวลาจะหาอ่านหนังสือหรือค้นคว้าข้อมูล ก็ต้องออกแรงไปถึงห้องสมุดและไปเปิดอ่านตามร้านหนังสือ แต่เดี๋ยวนี้เข้าเว็บไซต์อยากหาเรื่องเกี่ยวกับอะไรก็พิมพ์คำสำคัญเข้าไป ทุกอย่างก็ขึ้นมาให้เห็นเต็มไปหมด
ถึงจะมีเนื้อหาไม่ครบถ้วน แต่ก็พอที่จะเป็นจุดเริ่มต้นค้นคว้าต่อยอดต่อไปได้
ในเรื่องการอ่านหนังสือ ผมยังประทับใจทุกครั้งที่ร้านหนังสือใหญ่ๆ ที่มีหนังสือราคาแพงทั้งภาษาไทยและอังกฤษจำนวนมากในปัจจุบัน ยังเปิดโอกาสให้หนอนหนังสือเปิดอ่านได้จนพอใจ เหมือนกับคนรุ่นผม
ความใจดีของร้านหนังสือในแง่นี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผมเป็นคนรักการอ่านมาจนถึงวันนี้ ซึ่งคิดว่าหนอนหนังสือท่านอื่นๆ ก็คงได้รับความเมตตาของร้านหนังสือเช่นกัน
“การนัดเจอกับเพื่อน” คนยุค’90 เวลานั้น ถึงจะมีโทรศัพท์เคลื่อนที่วางจำหน่ายอยู่บ้าง แต่ถ้าใครจำกันได้ราคาโทรศัพท์ช่วงนั้นสามารถดาวน์รถยนต์ในปัจจุบันได้กันเลยทีเดียว
ดังนั้น ถ้าจะสังสรรค์กับเพื่อนจำเป็นต้องมีความไว้วางใจและการตรงต่อเวลาซึ่งกันและกันพอสมควรว่าเมื่อนัดกันแล้วจะไม่มีใครเบี้ยว เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยจริงๆ
ต่างกับคนยุคนี้ ทุกอย่างมันดูง่ายไปเสียทั้งหมด จะนัด จะยกเลิกนัด จะเปลี่ยนสถานที่นัด ก็เพียงแค่พิมพ์ไลน์หรือโทรศัพท์หากัน เนื่องจากเป็นยุคที่ทุกคนสามารถเข้าถึงอุปกรณ์การสื่อสารภายใต้ต้นทุนที่ไม่สูงมากนัก
ที่เขียนมานี้ ไม่ได้จะบอกว่าการเกิดในยุค’90 จะดีหรือเลิศกว่าคนที่เกิดในยุคปัจจุบัน เพียงแต่ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมประเทศไทยของเราทุกวันนี้มีแต่เรื่องที่ชวนหดหู่มากนัก เป็นเพราะเราอยู่ในสังคมที่คนเราคิดแต่เพียงเอาง่ายๆ และเร็วๆ หรือไม่
อย่างการขับรถ กฎหมายที่กำหนดข้อห้ามโน่นนี่นั่นเต็มไปหมด ถามว่าผู้ควบคุมพวงมาลัยทราบหรือไม่ ก็น่าจะรู้ถึงกติกาพื้นฐานอยู่บ้าง แต่เอาเข้าจริงๆ ก็คิดแค่ “เร็วๆ และง่ายๆ”
นึกอยากจะแซงก็แซง นึกอยากจะปาดก็ปาด หรือยังจะขับรถทั้งที่เพิ่งกินเหล้าเข้าไป ไม่สนกติกาใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้ได้ตอบสนองความต้องการของตัวเองโดยเร็วและโดยง่าย จึงเป็นที่มาของอุบัติเหตุและการยิงกันกลางถนนตามที่ปรากฏในคลิป
เมื่อหลายคนคิดเอาแค่ “เร็วๆ และง่ายๆ ทำให้ “โลกนี้อยู่ยาก” ขึ้นทุกวัน
“โลกนี้อยู่ยาก” เป็นวาทกรรมที่หลายคนพูดกันในเวลานี้ ภาวะของการอยู่ยากเกิดขึ้นเต็มไปหมด โดยมีปัจจัยหนึ่งมาจากการที่ระบบกฎหมายบ้านเราไม่ได้สอดรับภาวะของโลกที่เป็นอยู่ในขณะนี้







