
นับถอยหลังให้อุณหภูมิโลก
สถานการณ์สิ่งแวดล้อมในภาพใหญ่ที่ว่าด้วยโลกทั้งใบและอนาคตของโลก
โดย ธเนศน์ นุ่นมัน
สถานการณ์สิ่งแวดล้อมในภาพใหญ่ที่ว่าด้วยโลกทั้งใบและอนาคตของโลก ยังตกอยู่อาการที่น่าเป็นห่วง โดยล่าสุดมีรายงานจากคณะกรรมการของสหประชาชาติด้านความร่วมมือระหว่างรัฐบาล เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก หรือ IPCC ออกมาเตือนว่า ในปี 2573 หรืออีกเพียง 12 ปีข้างหน้า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกอาจสูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส เพิ่มจากปัจจุบันที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มเพียง 1 องศาเซลเซียส เหนือกว่าระดับอุณหภูมิก่อนยุคอุตสาหกรรม
รายงานของสหประชาชาติยังเตือนด้วยว่า โลกที่ร้อนขึ้นจะส่งผลกระทบตามมาอีกมากมายตั้งแต่คลื่นความร้อนสุดขั้ว ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ปัญหาภัยแล้ง และฝนที่ตกหนักมากผิดปกติ ฯลฯ เช่นเดียวกับที่เคยมีรายงานข่าวว่า เกิดภาวะแล้งจัดที่ทำให้ขาดน้ำในเมืองเคปทาวน์ของแอฟริกาใต้ คลื่นความร้อนจัดในทวีปยุโรป และฝนที่ตกอย่างหนักจากพายุเฮอริเคนฮาร์วีย์กับพายุเฮอร์ริเคนฟลอเรนซ์ ในสหรัฐอเมริกา
ยังไม่นับถึงแนวปะการัง รวมทั้งแนวปะการังยักษ์ เกรต แบร์ริเออร์ รีฟ ของออสเตรเลีย ก็จะได้รับผลกระทบอย่างหนักด้วยเช่นกัน โดยคาดว่าปะการังของโลกจะตายลง 70-90% จากภาวะโลกร้อน
ในเวลาไล่เลี่ยกัน นิวยอร์กไทมส์ รายงานว่า ช่วงฤดูหนาวของนิวอิงแลนด์ที่หดสั้นลง ทำให้มีอากาศอบอุ่นที่ยาวนานขึ้นกำลังส่งผลกระทบต่อวงจรชีวิตของกวางมูซจำนวนหนึ่ง พวกมันต้องตายเพราะถูกเห็บจำนวนมากดูเลือดจนป่วยเป็นโรคโลหิตจาง ภาพอันน่าสยดสยอง ยากที่จะบรรยายที่เห็นได้จากกวางมูซเคราะห์ร้าย กำลังสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของโฮสต์ปรสิตที่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ สอดคล้องกับที่เคยรายงานไปก่อนหน้านี้ว่า โรคที่เห็บเป็นพาหะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออัปเปอร์มิดเวสต์ และแคลิฟอร์เนีย โดยเห็บแพร่กระจายโรคไลม์ (Lyme) โรคอะนาพลาสโมซิส (Anaplasmosis) โรคบาบีซิโอซิส (Babesiosis) โรคไข้พุพองเทือกเขาร็อกกี (Rocky Mountain Spotted Fever) โรคไข้กระต่าย (Rabbit Fever) และการติดเชื้อไวรัสโปวาสสัน (Powassan)
IPCC ระบุด้วยว่า รายงานดังกล่าวเป็นการสรุปผลจากการศึกษา ซึ่งใช้เวลาสามปีและเป็นผลจากข้อตกลงเรื่อง Climate Change ที่กรุงปารีส เมื่อปี 2558 ซึ่ง 197 ประเทศทั่วโลกตกลงจะร่วมมือกันเพื่อบรรลุเป้าการตรึงอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้อยู่ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียสเหนือระดับอุณหภูมิก่อนยุคอุตสาหกรรม และจะพยายามควบคุมอุณหภูมิโลกให้ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียสเหนือระดับอุณหภูมิก่อนยุคอุตสาหกรรมด้วย
แต่หากใครจำข่าวดังกล่าวได้ก็จะจำได้เช่นกันว่า การประชุมในปีนั้น จบลงที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศถอนตัวจากข้อตกลงดังกล่าว โดยอ้างว่าข้อตกลงนี้ไม่เป็นธรรมสำหรับสหรัฐอเมริกา
อย่างไรก็ตาม เมื่อที่ประชุม IPCC ให้ข้อสรุปว่าความพยายามในการจัดการและควบคุมปัญหาโลกร้อนไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียสเหนือกว่าระดับยุคก่อนอุตสาหกรรมนั้น เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ในทางเทคนิค ซึ่งหมายถึงความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์แขนงต่างๆ และความตั้งใจของฝ่ายการเมืองของประเทศยักษ์ใหญ่ที่จะผลักดันให้เกิดความร่วมมือระดับโลก
ประเด็นแรกนั้นเป็นพอที่จะเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์อยู่บ้าง แต่ก็ต้องทำงานแข่งกับเวลาที่เหลืออยู่ไม่มาก เพราะอย่าลืมว่าไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวล้ำไปเพียงไร การแก้ไขเรื่องนี้ก็ไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้ในช่วงข้ามคืน ขณะที่ประเด็นหลังเรื่องความร่วมมือนั้นดูจะค่อนข้างสิ้นหวัง







