posttoday
โซลโล 7017 ชุบชีวิตทางด่วนเก่าให้ใสปิ๊ง (2)

โซลโล 7017 ชุบชีวิตทางด่วนเก่าให้ใสปิ๊ง (2)

04 พฤศจิกายน 2561

หากโลกนี้ มีไม้เท้ากายสิทธิ์ที่สามารถชุบชีวิตมนุษย์และสิ่งต่างๆ

โดย ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย 

หากโลกนี้ มีไม้เท้ากายสิทธิ์ที่สามารถชุบชีวิตมนุษย์และสิ่งต่างๆ ให้ฟื้นคืนชีพสู่ความสดใสวัยเยาว์ มีชีวิตชีวาดังเดิมได้ก็คงจะดี ทว่า ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดคงทนถาวร อย่าได้พูดถึงชีวิตของมนุษย์เราที่มีเวลาอยู่บนโลกเพียงน้อยนิด แม้ความมั่งคั่งหรือสิ่งก่อสร้างในอภิมหาโปรเจกต์แสนล้านบาท ก็มีวันเวลาที่เสื่อมสลายไปได้ ดังนั้น จึงได้เกิดศาสตร์แห่ง Asset Management

ที่เข้ามาจัดการกับความเสื่อมถอยของสินทรัพย์ราคาแพง ที่เราสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น ตึก อาคาร ยานพาหนะ ถนนหนทาง โรงงาน เครื่องจักร...ความโดดเด่นดีงามของศาสตร์ด้าน Asset Management คือ ความสามารถในการตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับทรัพย์สินที่หมดอายุ และค้นหาวิธีการ “จะทำอย่างไร ให้ทรัพย์สินที่เสื่อมสภาพไปแล้ว กลับมามีประโยชน์ยืดอายุใช้งานได้ต่อ”...

เมืองใหญ่ๆ รอบโลกต่างเผชิญกับสถานการณ์เดียวกัน คือ เข้ายุคที่สิ่งปลูกสร้างต่างๆ เริ่มเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา การทำ City Regeneration เป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจ และใช้ศาสตร์แห่ง Asset Management เข้ามาบริหารจัดการสินทรัพย์ในช่วง Life Cycle สุดท้าย

โซลโล 7017 ชุบชีวิตทางด่วนเก่าให้ใสปิ๊ง (2)

กรุงโซลของเกาหลีก็มีทั้งสิ่งปลูกสร้างอาคารอายุหลายร้อยปีที่เดชะบุญรอดพ้นจากดาบซามูไรและระเบิดของญี่ปุ่นและสงครามเกาหลีมาได้ ตึกระฟ้า ถนนหนทางที่สร้างขึ้นในยุคปฏิวัติโครงสร้างเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมก็เยอะ...

ทว่า ชาวเกาหลีมีมิติของความรู้สึกผูกพันและความกังวลถึงผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวเมืองสูงมาก ดังนั้น การตัดสินใจของผู้บริหารกรุงโซลนั้น แทนที่จะตรงทื่อตามทฤษฎี คือ Refurbish-Reuse-Replace กลับมีการพลิกแพลงกระบวนท่าซึ่งทำให้กลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจและน่าทึ่งอยู่ไม่น้อยเลย

ผลจากนโยบาย “แชแซง-재생” หรือ “ชุบชีวิตใหม่” ของผู้บริหารในปัจจุบัน ทำให้กรุงโซลตั้งหน่วยงานหนึ่ง ชื่อว่า Urban Renewal Headquarters ขึ้นมาทำหน้าที่ “พัฒนาเมืองเก่าให้ใสปิ๊ง” ภายใต้แนวคิดหลักแบบชาวกรุงโซล คือ “Seoul-Style Urban Renewal”

โซลโล 7017 ชุบชีวิตทางด่วนเก่าให้ใสปิ๊ง (2)

เพื่อจัดการกับสิ่งปลูกสร้างและสถานที่เก่าๆ ให้กลายเป็น Landmark ใหม่ที่มีความสำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของกรุงโซล วันนี้ขอยกตัวอย่าง “ทางเดินสวนลอยฟ้า โซลโล 7017” ที่กรุงโซลชุบชีวิตถนนทางยกระดับเก่าอายุใช้งานมากว่า 45 ปี มาสร้างประโยชน์ในรูปแบบใหม่ค่ะ

หลังสงครามเกาหลีที่สร้างความบอบช้ำให้ประเทศอย่างแสนสาหัส ทำให้เกาหลีกลายเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในเอเชีย ช่วง 10 ปีหลังจากนั้น รัฐบาลเกาหลีได้เร่งปฏิวัติอุตสาหกรรมเพื่อทำให้ประเทศเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรม เกาหลีผลิตเองทุกอย่างตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ สินค้าต่างชาติอย่าได้หวังเจาะเข้าตลาดเกาหลีเลยในช่วงเวลานั้น

แทบจะไม่เห็นรถยี่ห้อต่างชาติวิ่งอยู่บนถนนเพราะเขาผลิตรถยนต์ได้เองในราคาไม่แพง จึงเริ่มมีปริมาณรถวิ่งในกรุงโซลมากขึ้น รถติดสาหัสสากรรจ์ ... (หมายเหตุ ทุกวันนี้บ้านเราซื้อรถยนต์ในคุณภาพเดียวกัน ราคาแพงกว่าที่เกาหลีเกือบหนึ่งเท่าตัวค่ะ เมื่อวานมีอาคันตุกะมาจากเกาหลี ถามราคารถยนต์ที่ไปรับ เขาตกใจแทบตกเบาะนั่ง เพราะราคาเท่านี้ซื้อรถยนต์ขนาดเดียวกันได้ 2 คัน)

โซลโล 7017 ชุบชีวิตทางด่วนเก่าให้ใสปิ๊ง (2)

ในช่วง 1960-1970 รัฐบาลจึงได้ตัดสินใจสร้างทางยกระดับผ่านใจกลางเมืองนับสิบสายเพื่อให้การจราจรไหลลื่นขึ้น โดยเฉพาะบริเวณสถานีรถไฟกรุงโซลซึ่งเป็นชุมทางของการขนส่งระบบรางออกไปทุกสารทิศ และมีผู้คนราว 3.9 แสนคนกับรถเมล์ถึง 75 สายสัญจรผ่านทุกวัน ทางยกระดับหลายสายจึงวิ่งเฉียดผ่านสถานีรถไฟนี้ รวมถึงทางยกระดับสายหนึ่งที่วิ่งผ่าน “ถนน โท-กเย-โน ข้างตลาดนัมแดมุน สถานีรถไฟ” ก็ได้เปิดใช้ในปี 1970 ด้วยเช่นกัน

โดยทั่วไปแล้ว อายุของสิ่งปลูกสร้าง ถนนหนทางมีการจัดทำข้อกำหนดไว้ระหว่างอายุ 20-40 ปี หลังจากใช้งานไปนานแล้วกรุงโซลได้มีการตรวจสภาพของทางยกระดับเหล่านี้สม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ใช้ทาง และประชาชนโดยรอบ ในที่สุดเส้นทางยกระดับหลายสายได้ถูกรื้อถอนไปเมื่อหมดอายุ ประกอบกับกรุงโซลได้มีการพัฒนาเมืองเป็น Smart City ระบบขนส่งสาธารณะดีเลิศ

รถเมล์ตรงเวลาเป๊ะมาก รถไฟฟ้าใต้ดินวิ่งเข้า-ออกเมืองมีถึง 7 สาย รถติดน้อยลงทำให้ผู้คนใช้บริการขนส่งสาธารณะมากกว่ารถยนต์ส่วนตัวซึ่งอาจมีปัญหาที่จอดรถอีกด้วย สุดท้ายในปี 2008 ก็เหลือทางยกระดับจากถนน “โท-กเย-โน นัมแดมุน สถานีรถไฟกรุงโซล” ที่ประเมินเกรดได้ต่ำสุด คือ D ...ที่มีแต่ทางเลือกให้ต้องรื้อถอนนี่ละค่ะ ที่ต้องตัดสินใจ

โซลโล 7017 ชุบชีวิตทางด่วนเก่าให้ใสปิ๊ง (2)

Urban Renewal Headquarters ได้พิจารณาหลายด้าน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการเมืองให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน รวมไปถึงด้านจิตวิญญาณและวัฒนธรรมของชาวโซล ... สุดท้าย จึงได้นำเสนอให้ปิดทางยกระดับ ไม่รื้อถอนแต่ปรับปรุงให้เป็นสวนลอยฟ้าและทางเดินเท้าที่ขึ้นลงได้ถึง 17 ช่องเป็น Green Area ของเมืองที่ปลูกต้นไม้ดอกไม้งามนานาชนิด ทั้งมีกลิ่นหอม มีต้นและใบงดงาม เป็นต้นไม้หายาก หรือ เป็นสัญลักษณ์ของเกาหลี และหวังให้ผู้คนที่เดินผ่านทางเชื่อมไปสู่สถานีรถไฟกรุงโซลนี้ได้มีความสุขกับการเดิน...

เมื่อประกาศแนวทางพัฒนาอย่างนี้ ก็เกิดความโกลาหลใหญ่ พ่อค้าแม่ขายในตลาดนัมแดมุนประท้วงกันวุ่นวายเพราะเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อการค้าขาย ทำอย่างไรก็ไม่ยอม ต้องมีการทำประชาพิจารณ์และประชุมหารือกับประชาชนชาวกรุงโซลเกือบ 4,000 ครั้ง จึงได้มีการตัดสินใจเริ่มปรับปรุงเส้นทาง...

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท