
ชฎาทิพ จูตระกูล ปั้น‘เมืองไอคอนสยาม’ให้ทั่วโลกหลงรัก
ในวันที่ 9 พ.ย.นี้ คนทั่วโลกก็จะได้ยลโฉมอภิมหาโครงการ “เมืองไอคอนสยาม”
โดย จะเรียม สำรวจ
ในวันที่ 9 พ.ย.นี้ คนทั่วโลกก็จะได้ยลโฉมอภิมหาโครงการ “เมืองไอคอนสยาม” ศูนย์รวมของความมหัศจรรย์ทางด้านศิลปวัฒนธรรมไทยที่ผสมผสานอย่างกลมกลืนกับที่สุดของการช็อปปิ้งและความบันเทิง บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านเจริญนคร
โครงการนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 7.5 แสนตารางเมตร ใช้งบลงทุนมากถึง 5.4 หมื่นล้านบาท ภายในโครงการประกอบไปด้วย 4 อาคารหลัก คือ 1.ศูนย์การค้าไอคอนสยาม 2.ศูนย์การค้าไอคอนลักซ์ 3.โครงการแมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟร้อนท์ เรสซิเดนเซส แอท ไอคอนสยาม และ 4.โครงการเดอะ เรสซิเดนเซส แมนดาริน โอเรียนเต็ล แบงค็อก แอท ไอคอนสยาม
จากจุดเด่นของเมืองไอคอนสยาม ที่ต้องการนำเสนอศิลปวัฒนธรรมไทยมาตกแต่งและจัดแสดงภายในโครงการ ทำให้คนทั่วโลกต่างจับตามองความสวยงามของโครงการนี้
ชฎาทิพ (แป๋ม) จูตระกูล กรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม เล่าให้ฟังว่า ไอคอนสยามถูกรังสรรค์ขึ้นจากปณิธานที่ต้องการเชิดชูความเป็นไทยที่มีอยู่ในชาติ ด้วยการนำเสนอเอกลักษณ์และวิถีความเป็นไทยอันสง่างามให้ออกมาในรูปแบบของความวิจิตรล้ำสมัย ซึ่งความสวยงามที่เกิดขึ้นภายในโครงการเกิดขึ้นจากการรวมพลังของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นคนในชุมชนย่านเจริญนคร ชุมชนทั่วประเทศ ภาคธุรกิจ หรือภาคราชการ รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญในแขนงต่างๆ จากหลายประเทศที่รักเมืองไทยรวมกว่า 1,000 คน ที่พร้อมใจกันมานำเสนอความเป็นไทยสู่เวทีโลก
ความแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นดังกล่าวทำให้ ไอคอนสยาม ได้พลิกโฉมการพัฒนาโครงการที่เป็นจุดหมายปลายทางของธุรกิจศูนย์การค้าครั้งใหญ่ด้วยคอนเซ็ปต์ “การสร้างประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย” หรือ Creating Shared Value และ “การร่วมกันรังสรรค์” หรือ Co-Creation ในสเกลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนที่ใดในโลก
ก่อนความสำเร็จดังกล่าวจะเกิดขึ้นชฎาทิพ ได้เล่าให้ฟังว่า โครงการนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผู้เป็นพ่อ (พล.อ.เฉลิมชัย จารุวัสตร์) ที่ให้แนวทางการทำธุรกิจไว้ว่า ถ้าจะทำโครงการอะไรนับจากนี้ต้องเชิดชูความเป็นไทยแล้วจะชนะใจคนทั้งโลก
“โครงการนี้เกิดจากพ่อแป๋มที่เคยพูดไว้ว่า ถ้าจะทำโครงการต้องเชิดชูความเป็นไทย ถ้าเราทำทุกอย่างบนรากฐานของความเป็นไทย แล้วเราจะชนะใจคนทั้งโลก เพราะคนทั่วโลกรักและชื่นชมความเป็นไทย ซึ่งคนไทยเองก็เชื่อในเรื่องของความเป็นสิริมงคล เราเลยคิดที่จะเอาสิ่งมงคลต่างๆ เข้ามาไว้ในโครงการ เริ่มตั้งแต่ทางเข้า ด้วยการนำสัญลักษณ์ของไม้มงคล พวงมาลัยเข้ามาตกแต่งบริเวณทางเข้า เพื่อเป็นการต้อนรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ”
ชฎาทิพ เล่าต่อว่า เราจะเป็นสถานที่ซึ่งมีจิตวิญญาณความเป็นไทยอย่างแท้จริง เพื่อทำให้คนทั่วโลกรักโครงการไอคอนสยาม เพราะนอกจากจะตกแต่งตัวอาคารด้วยความเป็นไทยแล้ว เพลงที่ใช้เปิดในอาคารยังจะเป็นเพลงของศิลปินแห่งชาติ เพื่อให้คนไทยที่เข้ามาเดินในโครงการไอคอนสยามได้ภาคภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย
“นอกจากคนไทยจะภาคภูมิใจกับการที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยแล้ว ชาวต่างชาติที่เข้ามาเดินในโครงการไอคอนสยามก็ต้องตกหลุมรักประเทศไทย เพราะสิ่งที่เราทำ ไม่ใช่เรื่องของการค้าขายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความภูมิใจ คนที่มาค้าขายกับเรา เราก็จะทำให้เขาอยู่ได้ขายดี ซึ่งหากเราทำสิ่งนี้ได้ไม่ว่าจะเป็นการทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักไอคอนสยาม คนที่เข้ามาค้าขายกับเราสามารถยืนอยู่บนขาของตัวเองได้ สิ่งเหล่านี้จึงจะเรียกว่าความสำเร็จ”
จากจุดเด่นของโครงการไอคอนสยามที่ต้องการเชิดชูความเป็นไทย ด้วยการผลักดันแบรนด์ไทย สินค้าไทย ศิลปินไทย งานฝีมือไทย และศิลปวัฒนธรรมไทย ให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก ทำให้ ชฎาทิพ มั่นใจว่าโครงการไอคอนสยามจะสามารถก้าวไปสู่การเป็น The Next Global Destination ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวนับแสนจากทั่วประเทศไทยและทั่วโลกเข้ามาอยู่ภายในโครงการได้อย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะมีสินค้าไทยไว้คอยบริการลูกค้าแล้ว ภายในโครงการไอคอนสยามยังมีสินค้าแบรนด์เนม สินค้าลักซ์ชัวรี่ต่างๆ ไว้คอยบริการลูกค้าภายในศูนย์การค้าไอคอนลักซ์
นอกจากนี้ ยังมีห้างสรรพสินค้าสยามทาคาชิมาย่า จากประเทศญี่ปุ่น ที่เข้ามาเปิดให้บริการในประเทศไทยเป็นสาขาแรก พื้นที่ 3.6 หมื่นตารางเมตร ตลาดสุขสยาม ไอคอนแอคทีฟ โซนจำหน่ายอุปกรณ์กีฬา แฟชั่นด้านกีฬา และอุปกรณ์กลางแจ้ง ไอคอนเลเจนด์ ไอคอนคราฟต์ แหล่งรวมงานหัตถศิลป์ฝีมือคนไทย โดยความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงอุตสาหกรรม และศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ
แอปเปิ้ลสโตร์ สาขาแรกในประเทศไทย และเป็นสาขาที่สองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อจากประเทศสิงคโปร์ ศูนย์ประชุมและโรงมหรสพอเนกประสงค์ ทรู ไอคอน ฮอลล์ โรงภาพยนตร์ไอคอน ซีเนคอนิค ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำนวน 14 โรง ในจำนวนดังกล่าวมีโรงภาพยนตร์โฟร์ดีเอ็กซ์ และไอแมกซ์ ระบบละ 1 โรง สถานออกกำลังกายไอคอน บาย ฟิตเนสเฟิรส์ท และริเวอร์ มิวเซียม แบงค็อก พิพิธภัณฑ์มาตรฐานสากลแห่งแรกของประเทศไทยที่ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้า ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกับกรมธนารักษ์ และกรมศิลปากร เป็นต้น
เพื่อให้ทั่วโลกได้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของโครงการไอคอนสยาม ชฎาทิพ ได้ออกมาประกาศใช้งบสูงถึง 1,000 ล้านบาท ในการเปิดตัวโครงการไอคอนสยาม โดยงบประมาณ 70% จะใช้ไปกับการเฉลิมฉลองการเปิดตัวโครงการใน 3 วันแรก ซึ่งตรงกับวันที่ 9-11 พ.ย.ที่จะถึงนี้ ส่วนงบที่เหลืออีก 30% จะใช้ไปกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์และทำกิจกรรมต่างๆ ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2561
ในส่วนของไฮไลต์ระดับโลกที่จะเกิดขึ้นในวันเฉลิมฉลองการเปิดตัวโครงการไอคอนสยาม คือ การแสดงศิลปะการตกแต่งอาหารบนอาภรณ์ชั้นสูง ครั้งแรกในประเทศไทย โดย ทอม วูล์ฟ การแสดงมายากลชุดพิเศษโดยนักมายากลระดับโลกอย่างชาร์ลี แม็ก การแสดงร่ายรำผสมผสานกายกรรมผาดโผนจากประเทศจีน และการแสดงโชว์ของโดรนในยามค่ำคืนจำนวน 1,500 ลำ ซึ่งถือว่าสูงกว่าการแสดงโชว์ในงานกีฬาโอลิมปิกที่ใช้เพียง 1,300 ลำเท่านั้น
หลังจากเปิดให้บริการ ชฎาทิพ มั่นใจว่า โครงการไอคอนสยามจะมีลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาใช้บริการต่อวันไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนคน แบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าชาวไทย 65-70% และต่างชาติ 30-35% เนื่องจากมีการเชื่อมต่อการเดินทางทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นทางรถ ระบบราง และทางเรือ โดยในส่วนของเรือ จะมีท่าเทียบเรือ 4 ท่าไว้บริการ ขณะที่รถจะมีบริการรถรับ-ส่ง จากรถไฟฟ้าบีทีเอส มีอาคารจอดรถที่สามารถรองรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการจำนวน 5,000 คัน ส่วนทางรางจะมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีทองบริการในปลายปี 2563 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง
เมื่อเป็นเช่นนั้น มหกรรมเปิดเมืองไอคอนสยาม จึงนับเป็นเรื่องทอล์กออฟเดอะทาวน์ของปีนี้







