
‘เอไอเอ’ชิงตลาดเปิดขายกรมธรรม์บำนาญ
โพสต์ทูเดย์
— “เอไอเอ” ชิงตลาดบำนาญ นำออกกรมธรรม์ใหม่ลดภาษีได้ตามเกณฑ์สรรพากรนายรอน แวน โอเยน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ (เอไอเอ) ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้เสนอขายกรมธรรม์บำนาญรูปแบบใหม่
“เอไอเอ บำนาญ 60/85” ที่ลูกค้าสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับกรมธรรม์แบบบำนาญได้สูงสุดถึง 2 แสนบาท ตามที่กรมสรรพากรกำหนดไว้ได้ โดยไม่เกี่ยวกับสิทธิเดิมที่ได้ลดหย่อน 1 แสนบาทสำหรับกรมธรรม์ดังกล่าวกำหนดวงเงินเอาประกันขั้นต่ำที่ 1 แสนบาท โดยมีอัตราเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 43393 บาทต่อจำนวนเงินเอาประกัน 1,000 บาท เช่น ผู้ชายอายุ 40 ปี ที่ต้องการความคุ้มครองชีวิตในจำนวนเงินเอาประกัน 1 แสนบาท จะเสียเบี้ยประกันภัยปีละ 7,650 บาท
ทั้งนี้ ในส่วนเงื่อนไขความคุ้มครองนั้น ผู้เอาประกันจะได้รับเงินบำนาญปีละ 10% ของจำนวนเงินเอาประกัน เริ่มต้นตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไป จนครบอายุสัญญากรมธรรม์ที่อายุ 85 ปี พร้อมเงื่อนไขการันตีจ่ายเงินบำนาญจนครบ 15 ปี และจะได้รับความคุ้มครองชีวิตเพิ่มขึ้นปีละ 10% ของจำนวนเงินเอาประกัน เริ่มต้นตั้งแต่อายุ 51 ปีขึ้นไป หรือสูงสุด 200% ของจำนวนเงินเอาประกันเมื่ออายุ 59 ปี ทั้งนี้ความคุ้มครองชีวิตจะสิ้นสุดเมื่อผู้เอาประกัยภัยอายุครบ 60 ปี หรือเมื่อเริ่มรับเงินบำนาญ
“
เราอยากเห็นคนไทยเตรียมความพร้อมทางการเงินเพื่อสร้างสวัสดิการให้ตัวเองสามารถใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในช่วงหลังเกษียณ ซึ่งการประกันชีวิตเป็นช่องทางหนึ่งในการสร้างสวัสดิการในรูปของเงินบำนาญให้แก่ผู้เอาประกันภัยในช่วงหลังเกษียณได้” นายโอเยน กล่าวนายแอนดรูว์ มาร์ติน ชอว์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท ไอเอ็นจีประกันชีวิต กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อนำกรมธรรม์ประกันบำนาญรูปแบบใหม่มาทำตลาด ทั้งที่ผ่านช่องทางธนาคารทหารไทยและช่องทางตัวแทน แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะนำแบบประกันบำนาญใหม่ออกมาขายได้ทันในปีนี้หรือไม่ ซึ่งไอเอ็นจีทั่วโลกมีความชำนาญ และเน้นหนักเรื่องประกันบำนาญอยู่แล้ว
&<2288;
สำหรับแบบประกัน
“เอไอเอ บำนาญ 60/85 (บำนาญ)” สำหรับบุคคลอายุ 30 – 55 ปี ชำระเบี้ยประกันภัยถึงอายุ 60 ปี และเมื่อผู้เอาประกันภัยอายุ 60 ปีขึ้นไปจนครบกำหนดสัญญากรมธรรม์ที่อายุ 85 ปี ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินคืนรายงวดที่เปรียบเสมือนเงินบำนาญปีละ 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้น โดยบริษัทจะการันตีการจ่ายเงินบำนาญจนครบ 15 ปี นั่นคือ หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตก่อนอายุ 74 ปี บริษัทจะจ่ายบำนาญเป็นเงินก้อนครั้งเดียวในวงเงินเท่ากับมูลค่าปัจจุบัน (present value) ของจำนวนเงินบำนาญที่ยังจ่ายไม่ครบ 15 ปี พร้อมกันนี้ เมื่อผู้เอาประกันภัยอายุครบ 51 ปีขึ้นไปจะได้รับความคุ้มครองชีวิตเพิ่มขึ้นอีกปีละ 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยทุกปี โดยความคุ้มครองชีวิตจะเพิ่มเป็น 110, 120%, 130% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเมื่ออายุ 51, 52 และ 53 ปีตามลำดับจนเพิ่มสูงสุดเป็น 200% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเมื่ออายุ 59 ปี โดยความคุ้มครองชีวิตจะสิ้นสุดเมื่อผู้เอาประกันภัยอายุครบ 60 ปีหรือเมื่อเริ่มรับเงินบำนาญนาย รอน แวน โอเยน กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุ ดังจะเห็นได้จากข้อมูลของ The UN World Population Prospects ขององค์การสหประชาชาติ ฉบับปรับปรุงปี 2548 ที่รายงานว่าในปี พ.ศ. 2553 ประเทศไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากถึง 7,868,000 คน หรือ 11.5% ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งคาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าหรือในปี พ.ศ. 2563 จะมีประชากรที่อายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มเป็น 11,711,000 คน หรือ 16.4% ของประชากรทั้งประเทศ และในปี พ.ศ. 2573 หรือ 20 ปีข้างหน้าจะเพิ่มเป็น 15,838,000 คนหรือ 21.6% ของประชากรทั้งประเทศ ดังนั้น เอไอเอ ประเทศไทย จึงอยากเห็นคนไทยเตรียมความพร้อมทางการเงินเพื่อสร้างสวัสดิการให้ตัวเองสามารถใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในช่วงหลังเกษียณ ซึ่งการประกันชีวิตเป็นช่องทางหนึ่งในการสร้างสวัสดิการในรูปของเงินบำนาญให้แก่ผู้เอาประกันภัยในช่วงหลังเกษียณได้






