
ไปรษณีย์ปรับโครงสร้าง แยก4ธุรกิจดันรายได้โต
โพสต์ทูเดย์
— ไปรษณีย์เตรียมรื้อโครงสร้าง แยกส่วนธุรกิจ หวังหาทางเพิ่มรายได้ปีละ 1.5 หมื่นล้านโตต่อเนื่องนายสุชาติ บุญบรรเจิดศรี กรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย (ปณท) ในฐานะประธานกรรมการสรรหา กรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า มีแนวคิดที่จะปรับโครงสร้างทางธุรกิจของไปรษณีย์ให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น โดยจะมีการตั้งผู้บริหารระดับรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ขึ้นมาดูแล 4 ธุรกิจ คือ 1.การสื่อสาร 2.การขนส่ง หรือโลจิสติกส์ 3.บริการทางการเงิน และ 4.ค้าปลีก เพื่อให้มีความคล่องตัวมากขึ้น จากเดิมที่สายธุรกิจดังกล่าวฝ่ายการตลาดเป็นผู้ดูแลเท่านั้น
การปรับโครงสร้างดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้มากกว่าเดิม จากที่ผ่านมา ปณท มีรายได้จาก 4 ธุรกิจเฉลี่ย 1.5 หมื่นล้านบาทต่อปี โดยการสื่อสาร เช่น การส่งอีเอ็มเอส ส่งใบแจ้งหนี้ เป็นรายได้หลักสัดส่วนถึง 7080% ของรายได้รวม ธุรกิจอื่นๆ สัดส่วน 79%
ทั้งนี้ หากมองถึงแนวโน้มธุรกิจที่น่าจะสร้างรายได้ให้กับไปรษณีย์ได้ในอนาคต คือ โลจิสติกส์ ซึ่งจะเข้าไปขยายฐานลูกค้าในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ต้องการลดต้นทุนในการดำเนินงาน นอกจากนี้ยังมีธนาคารคนจน หรือไมโครไฟแนนซ์ ซึ่งจะอยู่ในกลุ่มบริการทางการเงิน ที่จะเป็นธุรกิจอนาคตของไปรษณีย์
เบื้องต้นตามแผนจะมีการตั้งบริษัทลูกขึ้นมาดูแลธุรกิจดังกล่าว ที่ผ่านมาจ้างบริษัท บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป เป็นที่ปรึกษาทำการศึกษาแนวทางและรูปแบบการจัดตั้ง คาดใน 12 สัปดาห์จะได้ข้อสรุป
“
ที่ผ่านมาธนาคารไทยพาณิชย์ได้ประกาศมีสาขาให้บริการทั่วประเทศ 1,000 แห่ง แต่ถ้าเทียบกับ ปณท มีสาขาอยู่ 1,200 แห่ง ซึ่งเข้าถึงและกระจายไปยังชนบทเข้าถึงกลุ่มรากหญ้าได้ดี เป็นจุดแข็งที่น่าสนใจ” นายสุชาติ กล่าวด้านการสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่แทนนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ ซึ่งจะหมดวาระในเดือน ม.ค. 2554 นั้น คาดว่าเสร็จในเดือน ธ.ค. 2553 ซึ่งผู้ที่จะมาทำหน้าที่นั้นต้องมีความเข้าในในธุรกิจของไปรษณีย์โดยเฉพาะเรื่องธนาคาคนจน โดยไม่มีธงว่าจะเลือกผู้สมัครคนในหรือคนนอก เพราะมองว่าถ้าเป็นคนในจะมีความเข้าใจในธุรกิจ ขณะที่คนนอกจะได้ความคิดใหม่ๆ เข้ามาพัฒนาองค์กร
สำหรับคณะกรรมการสรรหานั้นมี 5 คน คือ นายสุชาติ บุญบรรเจิดศรี นายประพันธ์ บุณยเกียรติ นายสุรพลสุประดิษฐ์ นายสุรสิทธิ์ อัศดามงคล และนายเริงณรงค์ อิสมาแอล ประธานสหภาพแรงงานไปรษณีย์







