
จับตาสินค้าไทยหวั่นโดนสหรัฐตัดจีเอสพีเพิ่ม
เอกชนห่วงสินค้าถูกตัด จีเอสพีกระทบอุตสาหกรรมระยะสั้น แต่เชื่อมั่นรัฐเข็นส่งออกได้ตามเป้า เหตุเพิ่งเริ่มดำเนินการปลายปี
เอกชนห่วงสินค้าถูกตัด จีเอสพีกระทบอุตสาหกรรมระยะสั้น แต่เชื่อมั่นรัฐเข็นส่งออกได้ตามเป้า เหตุเพิ่งเริ่มดำเนินการปลายปี
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การประเมินผลกระทบ เบื้องต้นที่รัฐบาลสหรัฐออกประกาศ ผลการพิจารณาโครงการทบทวนการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) โดยตัดจีเอสพีสินค้าไทย 11 รายการ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น คาดว่าอาจกระทบในระยะสั้นๆ เท่านั้น แต่จะไม่กระทบการส่งออกระยะยาว เนื่องจากสินค้าในกลุ่มที่ถูกตัดสิทธิจีเอสพีนั้นมีมูลค่าไม่มาก แต่ภาพรวมเศรษฐกิจโลกน่าจะมีผลในเรื่องการส่งออกมากกว่า เพราะมีผลต่อกำลังซื้อ โดยเชื่อว่าเป้าหมายในการส่งออกปีนี้ยังเป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐกำหนดไว้ 8% และเป็นไปตามที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินไว้ 7-10%
"ในระยะสั้นน่าจะมีเอฟเฟกต์บ้าง เพราะปัจจุบันเครื่องซักผ้าส่งออกไป สหรัฐจำนวนมาก ส่วนผลไม้อบแห้งต่างๆ ก็เป็นสินค้าที่ต่างชาติชอบ แต่ก็ต้อง ปรับตัวและมองหาโอกาสในตลาดใหม่ๆ เพิ่มเติม เชื่อว่าปีนี้ไม่มีผลกระทบ เพราะมาตรการเพิ่งเริ่มมีผลในเดือนนี้" นาย สุพันธุ์ กล่าว
ด้าน นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า การที่สหรัฐตัดสิทธิ จีเอสพีสินค้าไทยครั้งนี้ กระทบต่อศักยภาพการแข่งขันของสินค้าทั้ง 11 รายการ เพราะคู่แข่งจะได้เปรียบมากขึ้น แต่จะมากน้อยแค่ไหนต้องดูรายสินค้าว่าจะลดราคาสู้ได้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้สินค้าไทยยังได้สิทธิจีเอสพีจากสหรัฐกว่า 3,000 รายการ จึงยังกระทบไม่มาก
อย่างไรก็ตาม ไทยจะต้องจับตาสินค้าที่ไทยได้สิทธิจีเอสพีส่งไปยังตลาดสหรัฐอย่างใกล้ชิดทุกเดือน หากสินค้าใดที่ยอดส่งออกมีส่วนแบ่งการตลาดใกล้ 50% จะต้องเตือนไปยังสมาคมผู้ผลิตสินค้า เหล่านี้ให้ปรับฐานตลาดส่งออกกระจายไปยังประเทศอื่น เพื่อไม่ให้ส่วนแบ่งการตลาดเกิน 50%
ขณะเดียวกันยังเป็นห่วงสงคราม การค้าระหว่างจีนกับสหรัฐที่ยืดเยื้อ จะทำให้สหรัฐนำเข้าสินค้าไทยบางชนิดทดแทนจากจีนเพิ่มขึ้น จนอาจจะมีส่วนแบ่งการตลาดเกิน 50% ทำให้ถูกตัดสิทธิเพิ่ม







