posttoday
Currency War สงครามค่าเงิน

Currency War สงครามค่าเงิน

27 ตุลาคม 2553

 

 

.....เอกชัย นิตยาเกษตรวัฒน์

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา วิกฤตน้ำท่วมเป็นหัวข้อหลักของข่าวภายในประเทศ ส่วนข่าวต่างประเทศที่ยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องผลการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารชาติของกลุ่มประเทศ G20 ซึ่งเนื้อหาหลักเป็นข้อตกลง (ที่ยังตกลงไม่ได้) เกี่ยวกับการดูแลค่าเงินเพื่อไม่ให้เกิดสงครามค่าเงิน ที่อาจจะลุกลามไปสู่สมรภูมิการค้าระหว่างประเทศ

Currency Wars เดิมเป็นชื่อหนังสือ ที่แต่งโดยนายซ่งหงปิ่ง เป็นหนังสือที่ขายดีที่สุดเล่มหนึ่งในประเทศจีน และได้รับความสนใจจากผู้นำทางเศรษฐกิจของจีน นอกจากนี้ยังมีส่วนอย่างมากในการกำหนดนโยบายค่าเงินของจีน ซึ่งความจริงเนื้อหาส่วนใหญ่หนังสือเล่มนี้ กล่าวถึงประวัติศาสตร์และโครงสร้างของธนาคารพาณิชย์และธนาคารชาติของประเทศต่างๆ ตลอดจนตลาดการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐ ซึ่งเป็น “คู่กัด” เรื่องค่าเงินกับจีนในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม คำคำนี้ได้รับความสนใจอีกครั้งในเร็วๆ นี้จากปาฐกถาของนายกุยโด มันเตกา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ของบราซิล ที่กล่าวว่า โลกกำลังตกอยู่ใน “สงครามค่าเงินระหว่างประเทศ” (International Currency War) เนื่องจากรัฐบาลประเทศต่างๆ พยายามเข้าแทรกแซงค่าเงินเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของภาคการส่งออกของตัวเอง สงครามค่าเงินจึงเกิดจากการแข่งกันลดค่าเงินของประเทศต่างๆ เพื่อชิงความได้เปรียบด้านการค้า

ผู้ที่กดดันอย่างหนักให้ประเทศคู่ค้าเพิ่มค่าเงินคงไม่มีใครอื่นนอกจากสหรัฐ ที่ใช้นโยบายดอลลาร์อ่อนอย่างเห็นได้ชัด โดยใช้ข้ออ้างของการนำตลาดการค้าโลกเข้าสู่ภาวะสมดุลใหม่ (Global Rebalancing) โดยประเทศที่มีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างมาก (ซึ่งไม่ต้องสงสัยว่าพูดถึง “จีน”) จะต้องลดการเกินดุล และประเทศที่ขาดดุลมหาศาลก็ต้องลดการขาดดุลเช่นกัน และค่าเงินจะเป็นกลไกให้เกิดภาวะสมดุลใหม่นี้

มาตรการผ่อนคลายภาคการเงินระลอก 2 (Quantitative Easing 2: QEII) ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะงัดออกมาใช้เร็วๆ นี้ โดยการปั๊มเงินประมาณ 1.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐเข้าสู่ระบบการเงิน จะยิ่งทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่ามากขึ้นและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งส่งสัญญาณให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมันและทองคำปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนตลาดหุ้นและตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็พลอยคึกคักมากขึ้นในช่วงนี้

นโยบายดอลลาร์อ่อนได้ผลแค่ไหน ถ้าใครมีโอกาสไปสหรัฐในช่วงนี้ จะเห็นได้ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้าสหรัฐจำนวนมาก โดยเฉพาะจากเอเชีย (เช่น ญี่ปุ่นกับจีน) ผู้โดยสารเต็มเกือบทุกเที่ยวบิน อาจต้องรอกว่า 2 ชั่วโมงในการผ่านด่านขาเข้าของเมืองใหญ่ๆ และจะต้องรอคิวเข้าชมหรือถ่ายรูปสถานที่ท่องเที่ยว ตลอดจนคิวจ่ายเงินเวลาซื้อของ โดยเฉพาะใน Apple Store ไม่ต้องพูดถึง เพราะแต่ละนาทีทั้ง iPad iPhone ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าจากราคาที่ถูกลงเมื่อเทียบเป็นสกุลอื่น

เพราะฉะนั้น สหรัฐคงต้องใช้นโยบายดอกต่ำดอลลาร์อ่อนไปจนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างเต็มที่ และคงกดดันทุกวิถีทางให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้น โดยไม่แคร์ว่าสงครามค่าเงินและสมรภูมิการค้าจะดุเดือดเลือดพล่านแค่ไหน

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล