
อีทีเอฟหุ้นจีนเข้าตลาดหุ้นไทย
บลจ.กรุงไทยออกกองพ.ย. อิง300บริษัทแผ่นดินใหญ่
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.กรุงไทย ได้ฤกษ์คลอด “อีทีเอฟหุ้นจีน” ลงทุนหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ 300 ตัว ซื้อขายได้บนตลาดหุ้นไทย ภายในเดือน พ.ย.นี้นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย เปิดเผยว่า ในเดือน พ.ย. จะเปิดขายกองทุนเปิดดับเบิลยูไอเอสอี เคแทม ซีเอสไอ 300 ไชน่า แทร็กเกอร์ (CHINA)ซึ่งเป็นกองทุนอีทีเอฟที่เน้นลงทุนในกองทุน W.I.S.E. CSI 300 China Tracker และจะนำเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นไทยในช่วงปลายเดือน พ.ย.นี้ มูลค่ากองทุน 3,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ กองทุน W.I.S.E. CSI 300 China Tracker เป็นกองทุนดัชนีที่จดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนก่อนหักค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี CSI 300 ซึ่งประกอบด้วยหุ้น AShares 300 บริษัท โดยหุ้น AShares คือหุ้นบริษัทจีนที่ซื้อขายในรูปสกุลเงินหยวนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และเสินเจิ้น ที่ลงทุนได้เฉพาะผู้มีถิ่นฐานในสาธารณรัฐประชาชนจีนและนักลงทุนสถาบันที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
“
ถือเป็นอีทีเอฟที่ลงทุนในต่างประเทศกองทุนแรกของตลาดหุ้นไทย ทำให้นักลงทุนสามารถลงทุนหุ้นจีนได้เหมือนกับเป็นหุ้นตัวหนึ่ง และเชื่อว่าจะได้รับความนิยม เพราะประเทศจีนถือเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง” นายสมชัย กล่าวนายสุทยุต เชื้อพานิช ผู้จัดการกองทุนฝ่ายตราสารทุน บลจ.กรุงไทย กล่าวว่า ในปัจจุบันราคาหุ้น AShare ไม่ได้แตกต่างจากหุ้น HShare ซึ่งเป็นหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดฮ่องกงมากนัก ทำให้มี ความน่าสนใจมากขึ้น
“
เมื่อปี 2550 ราคาหุ้น AShare สูงกว่า HShare เกือบ 100 แต่ตอนนี้ส่วนต่างนี้เข้าใกล้ศูนย์แล้ว ซึ่งไปได้ยากที่ AShare จะต่ำกว่า HShare เพราะฉะนั้นในอนาคตหุ้น AShare มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงกว่า HShare” นายสุทยุต กล่าวนอกจากนี้ นายสุทยุต กล่าวอีกว่า หากเปรียบเทียบกับหุ้นไทยแล้ว มีอัตราส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ใกล้เคียงกัน โดย AShare อยู่ที่ 13 เท่า และหุ้นไทย 12 เท่า ขณะที่ประเทศจีนมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยปีละ 10% แต่ประเทศไทยแม้จะมีอัตราการขยายตัว 7.5% ในปีนี้ แต่ปี 2554 จะเหลือ 5.5%
ขณะเดียวกันเมื่อเปรียบเทียบดัชนีหุ้นจีนอื่นๆ พบว่าดัชนี CSI 300 มีการกระจายน้ำหนักการลงทุนที่สมดุลมากกว่า ไม่ได้กระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งมากเกินไป
อย่างไรก็ตาม กองทุนไม่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน แต่ที่ผ่านมาค่าเงินหยวนกับเงินบาทมักจะเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน







