posttoday
เอสเอ็มอีแบงก์สั่งลุย เคาะประตูบ้านปล่อยกู้

เอสเอ็มอีแบงก์สั่งลุย เคาะประตูบ้านปล่อยกู้

26 ตุลาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — เอสเอ็มอีแบงก์ตั้งเป้าปั๊มสินเชื่อปีหน้าแสนล้าน เน้นดอกเบี้ยต่ำช่วงแรก พร้อมกดเอ็นพีแอลเหลือ 20%

นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อในปี 2554 ให้ได้ 1 แสนล้านบาท โดยในปี 2553 ธนาคารจะปล่อยสินเชื่อได้ 8 หมื่นล้านบาท จะใช้นโยบายเชิงรุกให้เจ้าหน้าที่เดินเข้าไปเคาะประตูบ้านลูกค้าเพื่อปล่อยสินเชื่อ ไม่รอลูกค้ามาหาเหมือนในอดีต

นายโสฬส กล่าวว่า การปล่อยสินเชื่อจะคิดอัตราดอกเบี้ยกับลูกค้าในระดับต่ำ เพราะธนาคารไม่ได้หวังผลกำไร เพียงแค่ให้มีรายได้เลี้ยงธนาคารได้เท่านั้น เป้าหมายสำคัญต้องช่วยลูกค้าเอสเอ็มอีให้แข็งแรง เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยที่ผ่านมาได้ปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ย 5% ปี คงที่ 5 ปี ได้รับความสนใจจากลูกค้าจำนวนมาก และในปัจจุบันก็จะปล่อย สินเชื่อในอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี คงที่ 1 ปี เพื่อช่วยลูกค้าต่อไป

 

“ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยไม่แข็งแรง ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีปัญหา หากธนาคารช่วยให้เขาอยู่ได้ภายใน 23 ปี ในระดับอัตราดอกเบี้ยต่ำ หลังจากนั้นเมื่อผู้ประกอบการแข็งแรง ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นลูกค้าก็ไม่ว่าอะไร” นายโสฬส กล่าว

ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอีกส่วนหนึ่งมาจากมีการปล่อยสินเชื่อตามนโยบายรัฐหลายโครงการที่ผู้ประกอบการสนใจขอกู้มาก เช่น สินเชื่อเอสเอ็มอีไทยเข้มแข็ง สินเชื่อชะลอเลิกจ้าง สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยว สินเชื่อผู้ประกอบการโลจิสติกส์ และสินเชื่อเพื่อวันใหม่

ด้านการแก้ไขหนี้เสีย ในเดือน ก.ย. 2553 สามารถแก้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ได้จนเหลือ 25% จากเดิมที่มีปัญหาทำให้เอ็นพีแอลสูงถึง 50% และคาดว่าถึงสิ้นปีนี้น่าจะลดเหลือ 2023% หรือคิดเป็นมูลหนี้ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันตั้งเป้าหมายว่าถึงสิ้นปี 2554 เอ็นพีแอลน่าจะเหลือ 1.3 หมื่นล้านบาท หรือกว่า 10% โดยการแก้ปัญหาที่ผ่านมาธนาคารจะใช้วิธีฟ้องร้องดำเนินคดีผู้ที่เบี้ยวหนี้ หรือลูกหนี้ที่ไม่ยอมมาเจรจากับธนาคารเพื่อหาทางแก้ปัญหา

ปัจจุบันธนาคารมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS) ที่ระดับ 7% แม้จะต่ำกว่ามาตรฐานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แต่จะไม่กระทบเป้าหมายปล่อยสินเชื่อให้ถึง 1 แสนล้านบาทในปีหน้า เนื่องจากที่ผ่านมาได้ทำเรื่องขอเพิ่มทุน 2,500 ล้านบาทไปยังกระทรวงการคลัง ซึ่งแม้จะยังไม่อนุมัติเพิ่มทุนให้ แต่ก็ยืนยันว่าธนาคารยังสามารถขยายสินเชื่อต่อไปได้ และธนาคารได้ทำเรื่องให้

นายโสฬส กล่าวว่า ได้เสนอให้นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง พิจารณาอนุมัติจ่ายเงินโบนัส 1 เดือนให้กับพนักงานของธนาคารที่มีอยู่ประมาณ 1,600 คน เพื่อเป็นกำลังใจ หลังจากขณะนี้ธนาคารมีผลดำเนินงานที่ทำกำไรได้ 8090 ล้านบาทต่อเดือน โดยเริ่มมีกำไรมาตั้งแต่เดือน ก.ค. 2552 เป็นต้นมา จากที่ 7 ปีก่อนหน้านี้ มีผลดำเนินงานขาดทุนมาโดยตลอด และคาดว่าปีนี้จะทำกำไรสุทธิได้ 500600 ล้านบาท

ทั้งนี้ เดือน ก.ย.2553 เป็นเดือนแรกที่เราแก้หนี้ แล้วได้เงินที่ตั้งสำรองไว้กลับคืนมา ซึ่งรวมหักสำรอง FRCD ที่ต้องตั้งสำรองเดือนละ 130 ล้านบาทแล้ว จะมีกำไรกว่า 10 ล้านบาท ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน ธ.ค.นี้ก็น่าจะมีกข่าวดี เพราะเรื่องที่ยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปกรณี FRCD ก็น่าจะสรุปได้เร็วๆ นี้ ซึ่งก็น่าจะทำให้สำรองกรณี FRCD ที่ตั้งไว้รวมกว่า 3,000 ล้านบาท จะกลับมาเป็นกำไรทันที

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ