posttoday
ส่ง‘ปริญญา’นอนคุก

ส่ง‘ปริญญา’นอนคุก

13 ตุลาคม 2561

ศาลอนุญาตฝากขัง “ปริญญา” พี่ชายคนโต “บูม-จิรัชพิสิษฐ์” โกงบิตคอยน์ ชี้ความเสียหายสูง กลัวหลบหนี

ศาลอนุญาตฝากขัง “ปริญญา” พี่ชายคนโต “บูม-จิรัชพิสิษฐ์” โกงบิตคอยน์ ชี้ความเสียหายสูง กลัวหลบหนี

พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ควบคุมตัวนายปริญญา จารวิจิต อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาข้อหาร่วมกันฟอกเงินการลงทุนเงินสกุลดิจิทัล หรือบิตคอยน์ มูลค่า 749 ล้านบาท มายื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลครั้งแรก หลังจากถูกควบคุมได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อกลางดึกวันที่ 10 ต.ค. ขณะเดินทางมาจากสหรัฐอเมริกากลับยังประเทศไทย

ทั้งนี้ นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม น้องชาย ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินราคาประเมิน 4.5 ล้านบาทเศษ ขอประกันตัวนายปริญญา

อย่างไรก็ตาม ศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวนายปริญญา โดยเห็นว่าความเสียหายของคดีมีมูลค่าสูง พนักงานยังสอบสวนไม่แล้วเสร็จ ประกอบกับคัดค้านการประกัน อีกทั้งผู้ต้องหายังถูกยกเลิกหนังสือเดินทาง เพราะมีพฤติการณ์เดินทางออกนอกราชอาณาจักรบ่อยครั้ง เกรงว่าหากปล่อยชั่วคราวจะหลบหนี จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวนายปริญญาไปไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

สำหรับคำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 24 มิ.ย.-30 ธ.ค. 2560 นายปริญญาได้ร่วมกับนายจิรัชพิสิษฐ์ และ น.ส.สุพิชฌาย์ จารวิจิต น้องชายและน้องสาวกลุ่มผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกงนายเออาร์นี ออตตาวา ซาอ์ริมาอ์ เศรษฐีชาวฟินแลนด์ประกอบธุรกิจซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล จำนวน 3 ครั้ง รวมรายการโอนเหรียญบิตคอยน์ ที่นายเออาร์นีโอนไปเข้ากระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ที่กลุ่มนายปริญญา ผู้ต้องหากับพวกที่เปิดรองรับไว้ จำนวน 19 ครั้ง เป็นเงินไทยจำนวน 797 ล้านบาท จากนั้นกลุ่มผู้รับโอนบิตคอยน์ได้นำเหรียญบิตคอยน์ไปขายผ่านระบบการซื้อขายในอินเทอร์เน็ต แล้วนำเงินที่ได้จากการขายโอนเข้าบัญชีธนาคารที่เปิดไว้ ซึ่งเป็นงินที่ได้จากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงมาไว้ในการครอบครองของตน

ขณะที่ นายปริญญา นายจิรัชพิสิษฐ์ และ น.ส.สุพิชฌาย์ ได้สมคบกันฟอกเงิน ด้วยการโอนเงินอันเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิดไปมาอีกหลายครั้ง แล้วนำเงินดังกล่าวไปทำการโอนหรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ว่าก่อนหรือขณะหรือหลังกระทำความผิด ด้วยการไปทำนิติกรรมซื้อฝาก-ขายฝากที่ดินตามสถานที่ต่างๆ

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 10 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ได้จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ แล้วนำส่งพนักงานสอบสวนกองปราบฯแจ้งข้อหาดำเนินคดี “ร่วมกันฟอกเงิน” อันเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนยังสอบพยานไม่เสร็จสิ้น จึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้ 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-23 ต.ค.นี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท