
ธุรกิจดันเทคโนโลยีไอที
กรุงไทยผนึกพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง ปั้นนักศึกษาอาเซียนพัฒนาเทคโนโลยีสร้างความยั่งยืนธุรกิจ
กรุงไทยผนึกพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง ปั้นนักศึกษาอาเซียนพัฒนาเทคโนโลยีสร้างความยั่งยืนธุรกิจ เล็งใช้โอซีอาร์ให้สินเชื่อเร็วขึ้นปีหน้า
นายธีรวัฒน์ อัศวโภคี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานนวัตกรรมข้อมูลเพื่อการขับเคลื่อนธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า กระแสฟินเทคที่เข้ามาทำให้ธนาคารกรุงไทยต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยี ทั้งปัญญาประดิษฐ์เอไอ แชตบอต ไบโอเมตทริกซ์ หรือการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล รวมทั้งการก้าวพัฒนาไปสู่บล็อกเชน เพื่อเชื่อมโลกระหว่างฟิสิคอลกับดิจิทัล สร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจการเงิน
ทั้งนี้ หนึ่งในเทคโนโลยีที่บริษัทให้ความสนใจ การประยุกต์ใช้เอไอ แชตบอต มาช่วยอำนวยความสะดวกทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งเป็นโจทย์ในการจัดการประชุมนานาชาติ (International Seminar on Technology for Sustainability : ISTS) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เป็นเจ้าภาพ ระดมนักศึกษา 5 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง อินโดนีเซีย และไทย เพื่อคิดค้นนวัตกรรมแก้ปัญหา
ขณะที่กลุ่มนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้คิดค้นระบบโอซีอาร์ (Optical Character Recognition : OCR) คือ การแปลงไฟล์ภาพเอกสารให้เป็นไฟล์ข้อความโดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์ หรือการเปลี่ยนแปลงรูปบุคคลให้กลายเป็นข้อมูล เพื่ออำนวยความสะดวกการทำธุรกรรมการเงิน โดยเฉพาะการขอสินเชื่อ
“เทคโนโลยีโอซีอาร์ ธนาคารสามารถตรวจสอบข้อมูลลูกค้า โอกาสและความเสี่ยงของธนาคารและอนุมัติการขอสินเชื่อได้เร็วยิ่งขึ้น จากเดิมต้องใช้ระยะเวลาราว 1 สัปดาห์ ซึ่งขณะนี้ระบบโอซีอาร์ของธนาคารกรุงไทยใช้สำหรับการจัดเก็บข้อมูลภายในองค์กรก่อน แต่ยังไม่ได้นำระบบดังกล่าวไปใช้สำหรับบุคคลภายนอก ซึ่งมีแนวโน้มว่าในปีหน้าจะเริ่มนำมาใช้สำหรับการขอสินเชื่อ รวมถึงมองการต่อยอดไปใช้กับหน่วยงานภาครัฐในอนาคต” นายธีรวัฒน์ กล่าว
น.ส.พรรณรมณ กันทะสิริ นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า เทคโนโลยีโอซีอาร์พัฒนาขึ้นโดยให้ลูกค้าสามารถส่งรูปผ่านทางไลน์และเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ผ่านทางกูเกิล เพื่อใช้แปลงภาพมาเป็นข้อมูลและสามารถจัดเก็บได้ ช่วยลดเวลาการจัดเก็บข้อมูล 60-70% และความผิดพลาดจากการพิมพ์และช่วยให้การทำงานมีความรวดเร็ว
สำหรับการจัดงานการประชุมนานาชาติ ปีนี้จัดในรูปแบบแฮกกะตอน โดยมีบริษัทเอกชนเข้าร่วม 5 ราย ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ตั้งโจทย์เน้นการประยุกต์การใช้เอไอ แชตบอต อเมซอน เว็บ เซอร์วิสมุ่งโจทย์การวิเคราะห์ข้อมูลจากเมืองอัจฉริยะ เพื่อสร้างแบบจำลองและนำเสนอเชิงอินเตอร์แอ็กทีฟ เรือเร็วลมพระยา มุ่งเน้นนำเทคโนโลยีเออาร์และวีอาร์มาช่วยสร้างมูลค่าธุรกิจท่องเที่ยว เป็นต้น
นอกจากนี้ บริษัท ออโตเดสก์ ตั้งโจทย์การสร้างระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วยและผู้สูงอายุ เป็นต้น ซึ่งผลการประกวดผลงานนวัตกรรมทั้งหมดจะประกาศทีมผู้ชนะวันที่ 13 ต.ค.นี้







