
น้ำท่วมเซาะบ้าน-คอนโด พื้นที่เสี่ยงถูกท่วมเพียบ
แม้ว่าจะมีความพยายามอย่างเต็มกำลังเพื่อไม่ให้น้ำเข้าท่วม กทม. แต่ก็ยังสร้างความกังวลใจให้กับคน กทม. รวมถึงภาคธุรกิจอยู่ไม่น้อย เพราะวิกฤตน้ำครั้งนี้รุนแรงที่สุดในรอบ 18 ปี และมีปริมาณน้ำมากที่สุดในรอบ 30 ปี ขนาดปริมาณน้ำน้อยกว่าครั้งนี้ บ่อยครั้งที่ กทม.ก็ยังไม่สามารถต้านกระแสน้ำไว้ได้
ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เรื่องน้ำท่วมมีส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจซื้ออยู่ไม่น้อย ทั้งในภาพรวมและในภาพย่อยของธุรกิจ นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า หากดูบทเรียนจากอดีตในปี 2526 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ หลังจากนั้นเศรษฐกิจจะตกต่ำลงมาก สินค้าก็มีราคาแพง และเมื่อเศรษฐกิจรวมไม่ดีก็ย่อมส่งผลกระทบต่อการซื้ออสังหาริมทรัพย์แน่นอน
“
วิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายในวงกว้าง และหนักกว่าในปี 2526 เสียอีก ทางเราก็รู้สึกหวั่นใจว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม และมากระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะบ้านเป็นสินค้าราคาแพง ถ้าผู้บริโภคมีความรู้สึกไม่มั่นใจก็จะชะลอการซื้อออกไป”ขณะที่ในภาพเล็กตีวงเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หากน้ำเกิดท่วม กทม. และปริมณฑล แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อยอดขายในไตรมาสสุดท้ายของปีอย่างแน่นอน เพราะการเดินทางที่ไม่สะดวก และที่สำคัญหากโครงการไหนไปตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อน้ำท่วม ผู้บริโภคย่อมชะลอการซื้อเพื่อดูให้แน่ชัดว่าโครงการที่จะซื้ออยู่ในพื้นที่ที่รอดพ้นจากน้ำท่วมหรือไม่
นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า หากน้ำเข้าท่วม กทม. ก็ย่อมส่งผลต่อยอดขายบ้านอย่างแน่นอน แต่จะมีผลมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับว่าในพื้นที่น้ำท่วมนานแค่ไหน ซึ่งขณะนี้ทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ก็พยายามที่จะเตรียมการป้องกันปัญหาน้ำท่วมอยู่
“
แต่ก็เป็นโอกาสที่ผู้ต้องการซื้อบ้านจะได้ตรวจสอบทำเลที่ตั้งโครงการที่จะซื้อว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมหรือไม่”สำหรับพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมใน กทม. และปริมณฑล ยังคงเป็นพื้นที่ที่ใช้รับน้ำในฤดูน้ำเหนือหลาก ได้แก่ พื้นที่สีเขียว และสีเขียวลายตามแนวเหนือใต้ในฝั่งตะวันออกของ กทม. หรือที่เรียกว่า ฟรัสเวย์ ตั้งแต่พื้นที่ในเขตคลองสามวา มีนบุรี ลาดกระบัง หนองจอก ซึ่งเป็นบริเวณที่มีโครงการบ้านจัดสรรอยู่เป็นจำนวนมาก
เช่นเดียวกับพื้นที่รับน้ำทางด้านเหนือของ กทม. เช่น ย่านรังสิต ปทุมธานี นนทบุรี ก็เป็นบริเวณที่มีโครงการบ้านจัดสรรและที่ดินเป็นจำนวนมากเช่นกัน ขณะที่พื้นที่ตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาของ กทม. ซึ่งมีโครงการคอนโดมิเนียมอยู่เป็นจำนวนมาก ก็เป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมเช่นกัน
นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ เชื่อว่าโครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งรวมถึงโครงการลุมพินี พาร์ค ริเวอร์ไซด์
–พระราม 3 ที่จะเปิดขายในวันที่ 30 ต.ค.นี้แม้ว่าจะมีการป้องกันน้ำที่เอ่อล้นจากแม่น้ำเจ้าพระยาไว้แล้ว แต่ถ้าหากเกิดน้ำท่วมก็คงมีผลกระทบต่อยอดขายอย่างแน่นอนผลกระทบกับยอดขายจากน้ำท่วมอาจจะเป็นแค่ผลเฉพาะหน้า แต่ที่กระทบมากกว่านั้น คือ ภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพของบริษัทที่อาจถูกมองได้ว่าไม่ศึกษาให้ดีพอ หรือละเลยที่จะเตรียมโครงการไว้รับมือกับปัญหาน้ำท่วม ซึ่งถือเป็นจุดตายจุดหนึ่งในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์







