
SET Social Impact Gym สร้างธุรกิจเพื่อสังคมมาตรฐานสากล
การส่งเสริมธุรกิจเพื่อสังคม (SE) ส่วนใหญ่จะเน้นการให้การสนับสนุนในขั้นปลาย
โดย วารุณี อินวันนา
การส่งเสริมธุรกิจเพื่อสังคม (SE) ส่วนใหญ่จะเน้นการให้การสนับสนุนในขั้นปลาย คือ การให้ทุนผลิตสินค้า การรับซื้อสินค้า และการเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้า อาจมีบางส่วนที่เข้าไปตั้งแต่การสอนอาชีพ การรับซื้อ และช่วยทำตลาด แต่ไม่ถึงขั้นเข้าถึงทุกรายละเอียด ต่างจากโครงการ SET Social Impact Gym ที่อยู่ภายใต้การสนับสนุนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่เกิดขึ้นมาเป็นปีที่ 2 มีกลไกครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และเน้นให้สามารถอยู่รอดได้ตัวเอง
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำหน้าที่เป็นคนกลาง ในการเชื่อมระหว่างคน 2 กลุ่ม คือ บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่มีคน มีกำลังเงิน มีความเชี่ยวชาญ มีสถานที่แล้วอยากแบ่งปัน ให้มาเจอกับธุรกิจเพื่อสังคมที่ผ่านการคัดกรองแล้ว ทั้งบนออนไลน์และการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งเวิร์กช็อป การประชุมสัมมนาย่อย
ทั้งนี้ เพื่อให้ธุรกิจเพื่อสังคม ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุน ได้รับการฝึกอบรมด้านการบริหารจัดการในรูปแบบการดำเนินธุรกิจ ช่องทางการนำเสนอสินค้าหรือบริการ เครือข่ายที่จะให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ ให้สามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า โครงการ SET Social Impact Gym ดำเนินการมาเป็นปีที่ 2 ปีนี้มีธุรกิจเพื่อสังคมเข้าร่วมโครงการเพิ่มเป็น 19 ราย จากปีแรกที่มี 13 ราย และมีโค้ชหรือพี่เลี้ยงที่มาจากผู้บริหารของ บจ.ในตลาด mai เพิ่มเป็น 30 คน จาก 19 คน ซึ่งเน้นให้ธุรกิจเหล่านี้อยู่รอดได้ด้วยตัวเอง และเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เป็นการให้ความช่วยเหลือเป็นครั้งคราว
นพเก้า สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้จัดการ ตลท. กล่าวถึงการคัดเลือกธุรกิจเพื่อสังคม ที่นำเข้าสู่โครงการ SET Social Impact Gym ว่า จะมีการพูดคุยเพื่อให้ทราบถึงรายละเอียดของคนที่ทำธุรกิจ ประวัติ ความตั้งใจ เป้าหมาย ลักษณะของธุรกิจจะต้องมีความชัดเจนในตัวสินค้าหรือบริการ คือ ต้องคลีนและเคลียร์ มีธรรมาภิบาล และธุรกิจนั้นอยู่ในขั้นตอนไหน เพิ่งเริ่มต้น หรือทำมาแล้วระยะหนึ่ง และลงพื้นที่จริง สังเกตการทำงาน เพราะพื้นฐานของแต่รายจะมีความแตกต่างกัน และมีความหลากหลาย บางรายหลังจากทำการตรวจสอบฐานะทางการเงิน หรือทำดิวดิลิเจนต์มาพบภายหลังว่าธุรกิจไม่คลีนและไม่เคลียร์ ก็จะตัดออกจากโครงการ บางรายเมื่อมาดูรายละเอียดของการบริหารพบว่าทำได้แย่มาก ก็จะตัดออกไปเช่นกัน
ทั้งนี้ เพราะต้องการให้ธุรกิจเพื่อสังคมที่โครงการ SET Social Impact Gym เข้าไปให้การสนับสนุน มีการทำธุรกิจอย่างมีคุณภาพอย่างยั่งยืน เป็นแบบอย่างให้กับธุรกิจเพื่อสังคมอื่นๆ และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมและผู้คนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และเติบใหญ่ขึ้นมาเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอีที่มีคุณภาพ ก้าวไปสู่การเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่ได้มาตรฐานให้กับประเทศ
“การจะเข้าไปสนับสนุนธุรกิจใด ต้องรู้จริง เพราะบางครั้งจะพูดในมุมของเขา หรือพูดไม่หมด พอลงไปดูปุ๊บ อาจจะเห็นบางอย่าง เช่น ไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายเรื่องเงินเดือนของตัวเอง ไม่นำบางรายการมาลงบัญชีก็มี ก็ต้องตัดออกไป ซึ่งเทรนด์ของโลกกำลังก้าวสู่ธุรกิจเพื่อสังคม เพื่อสร้างสังคมให้เติบโตให้ได้ประโยชน์ร่วมกัน เราจึงต้องสร้างคนกลุ่มนี้ให้ดีมีคุณภาพ ให้องค์ความรู้ที่ถูกต้อง” นพเก้า อธิบาย
ชาญกฤช เดชวิทักษ์ นายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ หนึ่งในโค้ชอาสาในโครงการ SET Social Impact Gym กล่าวว่า ธุรกิจเพื่อสังคมที่เข้าโครงการปีแรก 13 ราย สามารถยืนหยัดได้ และเพิ่มรายรับให้กับองค์กรได้สำเร็จในปีที่ 2 มีสัดส่วนถึง 50% ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก เมื่อเทียบกับเอสเอ็มอีที่เกิดใหม่จะอยู่รอดได้ในปีที่ 2 เพียง 3-5% เท่านั้น
“ปีที่ 2 ซึ่งมี 19 ราย เราเพิ่มความเข้มข้นในการฝึกอบรมด้านต่างๆ ทำกิจกรรม เพื่อให้อยู่รอดได้และเพิ่มรายได้ในปีที่ 2 ให้สูงกว่า 50%” ชาญกฤช กล่าว
สำหรับธุรกิจเพื่อสังคม 19 ราย ที่เข้าโครงการSet Social Impact Gym ปีที่ 2 แยกเป็น 5 หมวดได้แก่
- หมวดการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ธุรกิจผลิตภัณฑ์ไม้อัดจากฟางข้าวเพื่อลดขยะ ธุรกิจผลิตอุปกรณ์ก่อสร้างจากกล่องนมเพื่อลดขยะ ธุรกิจการส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์และคืนผืนป่าให้ชุมชน ธุรกิจ ผลิตสินค้าชนิดเติม (Refill) ผลิตภัณฑ์ อุปโภคและบริโภค เพื่อลดขยะ
- หมวดช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ประกอบด้วย ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ สร้างอาชีพให้เด็กชาวเขา ธุรกิจคอลเซ็นเตอร์โดยคนพิการ ธุรกิจสร้างแพลตฟอร์มให้บริการผู้สูงอายุ สอนการใช้โซเชียลมีเดีย
- หมวดพัฒนาชุมชน มีธุรกิจท่องเที่ยวชุมชนและสินค้าพื้นเมือง จ.เพชรบุรี ธุรกิจสินค้าจักสานจากชุมชน สร้างรายได้ให้ชุมชน ธุรกิจท่องเที่ยวลดคาร์บอนสร้างรายได้ให้ชุมชน ธุรกิจทำข้าวสังข์หยดและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวสังข์หยด เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน ธุรกิจประมูลของออนไลน์ นำรายได้ไปบริจาคให้กับมูลนิธิ ธุรกิจขายสินค้าอาหารทะเล เพื่อเพิ่มรายได้ให้ชาวประมง ธุรกิจสินค้าทอพื้นเมืองเชียงใหม่ สร้างรายได้ให้ชุมชน
- หมวดสุขอนามัย มีธุรกิจทำศิลปะดินปั้น ลดปัญหาเด็กสมาธิสั้น ธุรกิจพัฒนาแอพพลิเคชั่นช่วยเหลือด้านสุขภาพให้กับนักท่องเที่ยว ธุรกิจบำบัดความเครียดด้วยการเล่นเปียโน 1 to 5 เพื่อลดอัตราการฆ่าตัวตาย
- หมวดการศึกษา มีธุรกิจทำ แอพ ไฮ-สกูลขายอาหารผูกปิ่นโต รายได้นำไปพัฒนาการศึกษา ธุรกิจอาสาสมัครครูสอนภาษาอังกฤษ จากนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวในชุมชน
นอกจากนี้ ยังมีโค้ชหรือพี่เลี้ยงที่เป็นผู้บริหารจาก บจ.ในตลาด mai ซึ่งมีความเชี่ยวชาญจากหลากหลายธุรกิจ และมีความรู้ที่หลากหลายเข้ามาสอนและอบรมในรูปแบบต่างๆ ให้กับธุรกิจเพื่อสังคมแบบตัวต่อตัว ประกอบด้วย ชาญกฤชเดชวิทักษ์ สมพล ธนาดำรงศักดิ์ ทรงพล ชัญมาตรกิจ อุปกรม ทวีโภค กอบกาญจนา วีระพงษ์ประดิษฐ์คีรินทร์ ชูธรรมสถิตย์ ชไมพร อภิกุลวณิชณลันรัตน์ นันท์นนส์ ไตรสรณ์ วรญาณโกศล ธานินทร์ ตันประวัติ นิติธร ดีอำไพ นิธาน ชัยเนตร ประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์
ประเสริฐ ตรีวีรานุวัฒน์ พงศ์ธร ธาราไชย พรพิวรรณ นิรมลเฉิดฉาย พิศาล รัชกิจประการ วราลักษณ์ งามจิตรเจริญ ทพ.วัฒนา ชัยวัฒน์วิจิตร เตชะเกษม วิรัฐ สุขชัย สมพงษ์ ชื่นกิติญานนท์สุทิน เผด็จภัย สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย เอื้อมพรปัญญาใส
SET Social Impact Gym นับเป็นหนึ่งในโครงการสนับสนุนธุรกิจเพื่อสังคม ที่มีกลไกในการช่วยเหลือที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ที่เน้นให้ธุรกิจเพื่อสังคมเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพและได้มาตรฐานระดับบริษัทจดทะเบียน







