
สถานการณ์โลก
เฟซบุ๊กโดนล้วงตับผู้ใช้ 50 ล้าน
เฟซบุ๊กโดนล้วงตับผู้ใช้ 50 ล้าน
เฟซบุ๊ก เปิดเผยว่า บริษัทถูกแฮ็กเกอร์เจาะระบบล้วงข้อมูลผู้ใช้ราว 50 ล้านราย โดยแฮ็กเกอร์โจมตีระบบผ่านฟีเจอร์“วิว แอส” (View as) ที่ใช้ตรวจสอบความเป็นส่วนตัวของประวัติผู้ใช้ ทำให้เฟซบุ๊กต้องระงับการใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวชั่วคราว และประกาศว่าได้แก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแล้ว ขณะที่บัญชีเฟซบุ๊กของ มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเฟซบุ๊ก อิงค์และบัญชีของ เชอร์ริล แซนด์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ อยู่ในกลุ่มบัญชีที่ถูกแฮ็กด้วย
‘มัสก์’จำยอม ลาออกประธานเทสลา
คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (เอสอีซี) เปิดเผยว่า อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเทสลา ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ยอมลาออกจากตำแหน่งซีอีโอของเทสลาแล้ว พร้อมจ่ายค่าปรับอีก 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 645 ล้านบาท) หลังบรรลุข้อตกลงยุติคดีความที่เอสอีซีดำเนินการฟ้องร้องในข้อหาฉ้อโกง กรณีโพสต์ทวิตเตอร์สร้างความสับสนเรื่องการนำเทสลาออกจากตลาดหุ้นเมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา
อินโดอ่วมสึนามิ ตายพุ่งกว่า 1,500
สำนักงานบรรเทาภัยพิบัติอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิถล่มเกาะสุลาเวสี พุ่งขึ้นเป็น 1,550 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 2,500 ราย ขณะที่ในพื้นที่ประสบภัยยังคงขาดแคลนอาหารและน้ำอย่างหนัก โดยชาวบ้านเริ่มก่อจลาจลในเมืองเพื่อแย่งชิงอาหาร เป็นเหตุให้ตำรวจต้องเข้าปราบปรามด้วยการยิงปืนเตือนและใช้แก๊สน้ำตาสลายความวุ่นวาย
ขณะเดียวกัน นานาประเทศได้เร่งให้ความช่วยเหลือ อาทิ รัฐบาลอังกฤษประกาศได้มอบเงินช่วยเหลือกว่า 2 ล้านปอนด์ (ราว 84 ล้านบาท)
สื่อแฉจีนใช้ชิปสอดแนมมะกัน
บลูมเบิร์ก บิซิเนส วีก รายงานว่า จีนได้เข้าจารกรรมข้อมูลของบริษัทเอกชนและหน่วยงานรัฐบาลในสหรัฐมากถึงราว 30 แห่ง โดยใช้วิธีฝังไมโครชิปขนาดเล็กพิเศษลงในอุปกรณ์ของหน่วยงานเหล่านี้ โดยรายงานซึ่งอ้างแหล่งข่าวจากภาคธุรกิจและหน่วยข่าวกรอง 17 คน ระบุว่า ไมโครชิปดังกล่าวถูกฝังไว้ในเมนบอร์ดของเซิร์ฟเวอร์ที่ประกอบโดยบริษัท ซูเปอร์ ไมโคร คอมพิวเตอร์ ในซานโฮเซ สหรัฐ (ซูเปอร์ไมโคร)ซึ่งหน่วยงานรัฐบาลและบริษัทเอกชนขนาดใหญ่หลายแห่งในสหรัฐ เช่น แอปเปิ้ล แอมะซอน ทำให้เสี่ยงต่อการถูกแฮ็กข้อมูลความลับต่างๆ ไปด้วย ด้านบริษัท แอปเปิ้ล แอมะซอน และซูเปอร์ไมโคร ที่ถูกพาดพิงในรายงานดังกล่าวต่างออกแถลงการณ์ปฏิเสธแล้ว
ยกเครื่องใหญ่นาฟต้า 24 ปี
สหรัฐและแคนาดาบรรลุการเจรจาปรับแก้ความตกลงเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟต้า) แล้ว ตามกำหนดเส้นตายคืนวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยตกลงที่จะใช้กรอบความร่วมมือด้านการค้าฉบับใหม่ที่มีเม็กซิโกร่วมด้วย ในชื่อความตกลงสหรัฐ เม็กซิโก แคนาดา (ยูเอสเอ็มซีเอ) แทนที่ข้อตกลงนาฟต้าซึ่งใช้ร่วมกันมายาวนานกว่า 24 ปี
การปรับแก้ครั้งนี้มีประเด็นสำคัญ ได้แก่ ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ สหรัฐจะไม่เรียกเก็บภาษีรถยนต์นำเข้ากับแคนาดาและเม็กซิโก 25% และยอมให้ทั้งสองประเทศส่งออกรถยนต์ในโควตา 2.6 ล้านคัน/ปี แต่จะเพิ่มรายละเอียดด้านกฎแหล่งกำเนิดสินค้า ให้ใช้ชิ้นส่วนรถยนต์ที่ผลิตในอเมริกาเหนือเพิ่มขึ้นเป็น 75% จากเดิมอยู่ที่ 62.5% ขณะที่ชิ้นส่วน 40% ต้องมาจากการผลิตที่จ่ายค่าแรงมากกว่า 16 ดอลลาร์สหรัฐ/ชั่วโมง (ราว 515 บาท)
โตโยต้าผนึกซอฟต์แบงก์
โตโยต้า มอเตอร์ และซอฟต์แบงก์ กรุ๊ป ร่วมมือพัฒนาบริการด้านการขนส่งหลายประเภท ซึ่งรวมถึงบริการเรียกรถรับส่ง เทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ บริการส่งอาหาร การวิเคราะห์ข้อมูล บริการรถรับส่งไปโรงพยาบาลที่มีระบบตรวจสุขภาพด้วย และสำนักงานเคลื่อนที่ เพื่อต่อสู้กับการแข่งขันเทคโนโลยีการขนส่งระดับโลก ทั้งนี้ โตโยต้าและซอฟต์แบงก์จะจัดตั้งกิจการร่วมค้าชื่อ “โมเน็ต” ในเดือน มี.ค.ปีหน้า ด้วยทุนจดทะเบียน 2,000 ล้านเยน (ราว 570 ล้านบาท) และจะเพิ่มเป็น 1 หมื่นล้านเยน (ราว 2,853 ล้านบาท) ในอนาคต







