posttoday
ยานฮะยะบุซะ 2

ยานฮะยะบุซะ 2

30 กันยายน 2561

ขณะนี้ยานอวกาศฮะยะบุซะ 2 ของญี่ปุ่น

โดย วรเชษฐ์ บุญปลอด
 
ขณะนี้ยานอวกาศฮะยะบุซะ 2 ของญี่ปุ่น กำลังอยู่ระหว่างการสำรวจดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กดวงหนึ่งที่มีชื่อว่า รีวกู ญี่ปุ่นประสบความสำเร็จมาแล้วในการส่งยานฮะยะบุซะลำแรกออกไปสำรวจดาวเคราะห์น้อยอิโตะกะวะในช่วงปี 2546-2553 ยานอวกาศลำที่สองนี้มีความพิเศษกว่าตรงที่ได้หย่อนยานสำรวจขนาดเล็กลงไปกลิ้งกระดอนอยู่บนพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย และได้ภาพถ่ายพื้นผิวที่มีความละเอียดสูงส่งกลับมายังโลก
 
องค์การสำรวจอวกาศของญี่ปุ่น ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างย่อว่า แจ็กซา (JAXA) เคยส่งยานฮะยะบุซะ (แปลว่า เหยี่ยว) ไปเก็บตัวอย่างฝุ่นบนดาวเคราะห์น้อยอิโตะกะวะ โดยภารกิจของยานลำแรกได้สำเร็จลุล่วงไปแล้วเมื่อยานเดินทางกลับถึงโลกในเดือน มิ.ย. 2553 ส่วนยานฮะยะบุซะ 2 ขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2557 หลังจากยานเดินทางออกจากโลกแล้วได้เข้าสู่วงโคจรรอบดวงอาทิตย์ จุดหมายปลายทางเป็นดาวเคราะห์น้อยที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า 162173 รีวกู (162173 Ryugu) โดยตัวเลขนำหน้าชื่อแสดงลำดับในบัญชีดาวเคราะห์น้อยของศูนย์ดาวเคราะห์น้อย ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล
 
ดาวเคราะห์น้อยรีวกูมีขนาดประมาณ 1 กิโลเมตร จัดเป็นดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกเพราะมีส่วนหนึ่งของวงโคจรเฉียดผ่านใกล้วงโคจรของโลก และยังเป็นหนึ่งในดาวเคราะห์น้อยที่อาจชนโลกได้ในอนาคต ถูกค้นพบเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2542 ชื่อของดาวเคราะห์น้อยมาจากชื่อพระราชวังของมังกรใต้ทะเลในเทพนิยายของญี่ปุ่น การศึกษาสมบัติของดาวเคราะห์น้อยจากสเปกตรัม พบว่าเป็นดาวเคราะห์น้อยชนิดซี (คาร์บอน) ซึ่งส่วนใหญ่ดาวเคราะห์น้อยที่พบจะเป็นชนิดนี้
 
วงโคจรของรีวกูมีความรีโดยจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลกเล็กน้อย ส่วนจุดไกลดวงอาทิตย์ที่สุดอยู่เกือบจะถึงวงโคจรของดาวอังคาร ประกอบกับระนาบวงโคจรที่เอียงทำมุมเพียง 6 องศา เมื่อเทียบกับวงโคจรของโลก ทำให้ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีโอกาสโคจรผ่านใกล้โลกและดาวอังคาร
 

ยานฮะยะบุซะ 2

 
ก่อนหน้าการสำรวจด้วยยานอวกาศ นักดาราศาสตร์ได้ศึกษาและวิเคราะห์สมบัติต่างๆ ของดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ และคาดว่ามีรูปร่างใกล้เคียงทรงกลม หมุนรอบตัวเองในทิศทางตรงข้ามกับการหมุนรอบตัวเองของโลก เมื่อยานฮะยะบุซะ 2 เดินทางเข้าไปใกล้ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2561 ก็พบว่ารีวกูมีรูปร่างคล้ายเพชร ซึ่งมีทรงแปดหน้า หมุนรอบตัวเองด้วยคาบ 7.6 ชั่วโมง
 
ยานฮะยะบุซะ 2 เดินทางไปถึงดาวเคราะห์น้อยรีวกูเมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา และได้ถูกกำหนดให้โคจรไปกับดาวเคราะห์น้อยตลอดการสำรวจซึ่งจะดำเนินต่อเนื่องไปถึงเดือน ธ.ค. 2562 ระหว่างนี้ยานมีกำหนดปล่อยยานลูกจำนวน 3 ลำ ให้ไปลงสำรวจบนพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย โดยลำแรกได้ถูกปล่อยลงไปแล้วเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2561 ขณะยานแม่โฉบเข้าไปที่ความสูงจากพื้นผิวประมาณ 60 เมตร บนยานลูกลำนี้ซึ่งมีชื่อเรียกว่า MINERVA-II1 ประกอบด้วย ยาน 2 ลำ แต่ละลำมีขนาดเล็กเพียงราว 18 เซนติเมตร บรรจุกล้องถ่ายภาพและเทอร์มอมิเตอร์ ทำให้สามารถวัดอุณหภูมิและถ่ายภาพพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ในระยะใกล้ได้เป็นครั้งแรก
 
เมื่อเอ่ยถึงยานสำรวจบนพื้นผิว เราอาจจะนึกถึงรถหกล้อที่แล่นอยู่บนดาวอังคาร แต่ยานสำรวจที่ถูกส่งไปลงบนดาวเคราะห์น้อยครั้งนี้มีรูปร่างคล้ายล้อรถ ด้วยความโน้มถ่วงของรีวกูที่น้อยกว่าโลกถึง 6 หมื่นเท่า ยานลูกที่ถูกปล่อยลงไปนี้จึงเดินทางไปบนพื้นผิวโดยอัตโนมัติด้วยการกลิ้งและกระดอน อาศัยกลไกการเคลื่อนที่จากมอเตอร์ขนาดเล็กภายในยาน ส่วนแหล่งพลังงานคือตัวเก็บประจุและแผงเซลล์สุริยะที่ห่อหุ้มอยู่รอบตัวยาน แจ็กซาระบุว่าในการกระดอนแต่ละครั้ง ยานสามารถลอยอยู่ได้นานประมาณ 15 นาที และเคลื่อนที่ไปได้ไกล 15 เมตร
 
เดือน ต.ค. 2561 แจ็กซามีแผนจะปล่อยยานลูกลำที่ 2 ลงไปบนพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย ยานลำนี้มีชื่อ มาสคอต (MASCOT ย่อมาจาก Mobile Asteroid Surface Scout) สร้างโดยศูนย์การบินและอวกาศเยอรมนีร่วมกับฝรั่งเศส บนมาสคอตมีสเปกโทรมิเตอร์รังสีอินฟราเรด แมกนิโทมิเตอร์ มาตรรังสี และกล้องถ่ายภาพ มีเป้าหมายสำรวจโครงสร้างของพื้นผิว องค์ประกอบของแร่ต่างๆ และสมบัติทางแม่เหล็ก
 
ยานลูกลำที่ 3 มีชื่อว่า MINERVA-II2 มีแผนจะปล่อยลงสู่พื้นผิวดาวเคราะห์น้อยในปี 2562 เป้าหมายคือการเก็บตัวอย่างดินบนดาวเคราะห์น้อยบรรจุไว้ในแคปซูล หลังภารกิจที่ดาวเคราะห์น้อยสิ้นสุดลงในราวเดือน ธ.ค. 2562 ยานฮะยะบุซะ 2 มีกำหนดจะออกเดินทางกลับสู่โลก ตามแผนคาดว่าจะถึงโลกในเดือน ธ.ค. 2563 โดยนำแคปซูลเก็บตัวอย่างปล่อยเข้าสู่บรรยากาศโลก กำหนดให้ตกลงในพื้นที่หวงห้ามทางทหารในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ซึ่งจะมีการเก็บกู้แล้วส่งไปยังแจ็กซาสำหรับการศึกษาอย่างละเอียดต่อไป
 
ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (30 ก.ย.-7 ต.ค.)
 

ยานฮะยะบุซะ 2

 
หากท้องฟ้าเปิดในเวลาหัวค่ำ มีโอกาสเห็นดาวเคราะห์สว่าง 4 ดวง ได้แก่ ดาวศุกร์ ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ และดาวอังคาร เรียงลำดับจากดวงที่อยู่ทางทิศตะวันตกมากที่สุด ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ที่สว่างเห็นได้ชัดเจนที่สุด อยู่ในช่วงที่มีความสว่างสูงสุดครั้งแรกของปี ปรากฏอยู่ในกลุ่มดาวคันชั่งทางทิศตะวันตก เยื้องไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ สูงจากขอบฟ้าไม่มากนัก จึงทำให้ดาวศุกร์อาจดูไม่สว่างเท่าที่ควร เนื่องจากแสงดาวต้องเดินทางผ่านบรรยากาศโลกที่มีระยะทางไกลขึ้นเมื่อดาวอยู่ใกล้ขอบฟ้า
 
ช่วงนี้หากดูดาวศุกร์ด้วยกล้องโทรทรรศน์กำลังขยายสูงจะเห็นดาวศุกร์เป็นเสี้ยวขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเข้าใกล้โลกมากขึ้น สังเกตดาวศุกร์ได้จนกระทั่งใกล้ตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณ 1 ทุ่มครึ่ง ดาวสว่างอีกดวงหนึ่งที่เห็นอยู่สูงกว่าดาวศุกร์ไม่มากนัก คือ ดาวพฤหัสบดี อยู่ในกลุ่มดาวคันชั่งเช่นเดียวกัน โดยเคลื่อนที่อย่างช้าๆ เมื่อเทียบกับดาวเบื้องหลัง เนื่องจากอยู่ไกลกว่าดาวศุกร์มาก
 
ห่างไปทางซ้ายมือของดาวพฤหัสบดีและสูงขึ้นไปอีกจะเห็นดาวเสาร์อยู่ในกลุ่มดาวคนยิงธนู ดาวเคราะห์ที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าอีกดวงหนึ่ง คือ ดาวอังคาร อยู่ในกลุ่มดาวแพะทะเล ห่างไปทางซ้ายมือของดาวเสาร์ สัปดาห์นี้ดาวอังคารจะผ่านจุดสูงสูดบนท้องฟ้าด้านทิศใต้ในเวลาประมาณ 2 ทุ่ม จากนั้นเคลื่อนไปทางทิศตะวันตกมากขึ้น ตกลับขอบฟ้าในเวลาเกือบตี 2
 
สัปดาห์เป็นข้างแรม มองเห็นดวงจันทร์อยู่บนท้องฟ้าในเวลาเช้ามืดของทุกวัน สว่างครึ่งดวงในวันที่ 2 ต.ค. 2561 หลังจากนั้นกลายเป็นเสี้ยว เช้ามืดวันที่ 6 ต.ค.จะเห็นจันทร์เสี้ยวอยู่ใกล้ดาวหัวใจสิงห์ ซึ่งเป็นดาวสว่างในกลุ่มดาวสิงโตที่ระยะห่าง 2 องศา 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท