posttoday
เรียนอะไรดี

เรียนอะไรดี

30 กันยายน 2561

ในยุคที่ “ปัญญาประดิษฐ์”

 
ในยุคที่ “ปัญญาประดิษฐ์” กำลังเข้ามาสั่นคลอนตลาดแรงงานอย่างรุนแรง ​อาชีพหลายอาชีพกำลังจะกลายเป็นของไม่จำเป็นและเตรียมเข้าข่ายใกล้สูญพันธ์ุในไม่ช้า
 
ไม่แปลกที่สถาบันการศึกษา บริษัทห้างร้าน ตลอดจนพ่อแม่ผู้ปกครอง เริ่มกลับมาตั้งเข็มทิศกันใหม่
 
ก่อนหน้านี้เป็นข่าวเป็นคราวหวือหวากันพักหนึ่ง เมื่อ อีลอน มัสก์ ซึ่งออกตัวว่า “เกลียดการไปโรงเรียนมากตอนผมเป็นเด็ก มันเปรียบเสมือนกับการตายทั้งเป็น” จะสร้างโรงเรียนให้กับลูกๆ ทั้ง 5 คน 
 
Ad Astra หรือภาษาละตินที่แปลว่า ไปสู่ดวงดาวเป็นห้องเรียนในบริษัท SpaceX เริ่มจากนักเรียน 8 คน จนปัจจุบันมีประมาณ 31 คน โดยนักเรียนมีอายุตั้งแต่ 7-14 ปี
 
ในห้องเรียนจะสอนเรื่องการทำธุรกิจและศึกษาการแก้ไขปัญหา ซึ่ง​หนึ่งในหลักสูตรยังพูดถึงการรับมือการเพิ่มขึ้นของปัญญาประดิษฐ์ในโมดูลชื่อ Geneva 
 
แม้แต่เสียงสะท้อนจากผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง​เรายังเริ่มออกอาการลังเลว่าจะให้บุตรหลานเลือกเรียนไปในสาขาวิชาใด ที่จะตอบโจทย์และเป็นประโยชน์ในอนาคตข้างหน้ามากที่สุด  
 
เมื่อตลาดอาชีพได้พลิกโฉมจนยากจะคาดเดาได้อีก 10 ปีข้างหน้าจะมีอาชีพใหม่ๆ ใดบ้างเกิดขึ้นมา
 
ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “Where To Invade Next” ของไมเคิล มัวร์ ซึ่งนำเสนอทำนองเสียดสีประชดประชัน​ด้วยการเดินทางไปทั่วโลกเพื่อหาจุดเด่นของแต่ละประเทศและยึดกลับมาเป็นหลักพัฒนาประเทศของตัวเองนั้น
 
​ในมุมด้านการศึกษาเขาเลือกที่จะเดินทางไปยังฟินแลนด์ ประเทศที่ได้ชื่อว่าระบบการศึกษาดีที่สุดของโลก
 
ข้อเท็จจริงประการแรกคือโรงเรียนในฟินแลนด์ไม่มีระบบการวัดมาตรฐานที่จะชี้วัดว่าโรงเรียนไหนดีกว่าโรงเรียนไหน ดังนั้น การตัดสินใจเลือกโรงเรียนให้บุตรหลาน จึงอยู่แค่เพียงโรงเรียนไหนใกล้บ้านที่สุด
 
ไม่ว่าจะเป็นมหาเศรษฐีหรือรวยแค่ไหนเขาก็ส่งลูกมาเรียนโรงเรียนแถวบ้าน เพราะไม่มีโรงเรียนเอกชนที่ต้องจ่ายค่าเทอมแพงๆ เหมือนกับอีกหลายประเทศ
 
การที่เด็กรวยได้เป็นเพื่อนกับเด็กคนอื่นๆ จะทำให้พวกเขารู้จักและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่เกิดการเอาเปรียบต่อไป ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการลดความเหลื่อมล้ำ
 
สิ่งที่บรรดาผู้ปกครองฟินแลนด์ถึงกับตกอกตกใจเมื่อรับทราบว่าการแข่งขันทางการศึกษาในสหรัฐอเมริการุนแรงถึงขั้นทำให้ต้องตัดบางวิชาที่ไม่จำเป็นออกจากหลักสูตร เช่น ดนตรี ศิลปะ ซึ่งในมุมมองของคนฟินแลนด์วิชาเหล่านี้มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าวิชาอื่นๆ 
 
ยังไม่รวมกับการ “เล่น” ของเด็กๆ ที่จำเป็นสำหรับวัยเด็กที่ต้องสนับสนุนจริงจัง ช่วงประถมตารางเวลาเรียนจึงอยู่ที่ประมาณ 2-3 ชม. /วัน แถมเวลาที่เหลือเฟือในแต่ละวันเพราะไม่ต้องเอาไปใช้ทำการบ้าน ​
 
กลไกที่ออกแบบมาให้เด็กได้มีเวลา “เล่น” เป็นสิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องการ ​ถึงขั้นที่การก่อสร้างสนามเด็กเล่นของโรงเรียนในฟินแลนด์ สถาปนิกจะต้องมาพูดคุยกับเด็กๆ ซึ่งเป็นคนใช้ตัวจริงเพื่อนำไปยึดเป็นแนวการออกแบบให้ตรงความต้องการมากที่สุด 
 
ที่สำคัญด้วย “ระยะเวลา” ที่น้อยกว่าแต่ไม่ได้ทำให้ “คุณภาพ” ลดลง ในภาพยนตร์สัมภาษณ์เด็กๆ ที่นั่นหลายคนพูดได้ 3-4 ภาษา แถมยังดูมีความสุขกับการเรียนการสอนที่นั่น 
 
ข้อคิดจากฟินแลนด์​ที่ส่งไปยังประเทศอื่นๆ คือไม่อยากให้ออกแบบการศึกษาที่ต้องไปวัดกันด้วยระบบมาตรฐานกลาง ซึ่งจะบังคับให้เกิดการแข่งขันแทนที่จะมองด้วยเป้าหมายที่แท้จริง
 
มองย้อนกลับมาประเทศไทยในยุคที่มีแผนปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติซึ่งจะตีกรอบการศึกษาไปอีกหลายปี 
 
เป้าหมายการศึกษาที่อาจจะต้องชี้วัดกันด้วยดัชนีที่ต้องมีผลลัพธ์จับต้องได้ อาจทำให้การศึกษาไทยต้องติดหล่ม จนไม่อาจขยับหรือพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น ​
 
ยิ่งทำให้ต้องคิดหนักขึ้นกับคำถามที่ว่า​ “เรียนอะไรดี” 

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า