
‘วิลเลียม ไฮเน็ค’ จากนักเขียนสู่ธุรกิจระดับโลก
เมื่อมองย้อนกลับไป ถือว่าเราเดินทางมาไกลมากๆ
โดย รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
เมื่อมองย้อนกลับไป ถือว่าเราเดินทางมาไกลมากๆ จากครั้งที่ตนได้เริ่มต้นจากการก่อตั้งบริษัทโฆษณาและบริษัททำความสะอาดสำนักงานจนกระทั่งในปี 2521 ได้เริ่มเข้าลงทุนในธุรกิจโรงแรมความท้าทายต่างๆ ที่ผ่านมา ได้ช่วยให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม
และเมื่อก้าวสู่ทศวรรษที่่ 5 บริษัทมีความทะเยอทะยานสู่ความเป็นเลิศผู้นำโรงแรม ธุรกิจร้านอาหาร และจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์สู่ระดับโลก นั่นคือ วิสัยทัศน์ของวิลเลียม ไฮเน็ค แห่งไมเนอร์ กรุ๊ป
วิลเลียม ไฮเน็ค ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เล่าว่า จากจุดเริ่มต้นที่มีเพียงโรงแรมหนึ่งแห่งและร้านอาหารหนึ่งร้านในพัทยาเมื่อ 40 ปีก่อน สู่ความเจริญรุ่งเรืองทางธุรกิจในระดับโลก ครอบคลุมถึง 64 ประเทศใน 5 ทวีปทั่วโลก เคล็ดลับที่ทำให้ไมเนอร์ กรุ๊ป ประสบความสำเร็จก้าวสู่การเติบโตมากกว่า 5 ทศวรรษ คือ การมีวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจที่มีความชัดเจน “ลูกค้า” ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการดำเนินธุรกิจของไมเนอร์ กรุ๊ป เราทำสินค้าและบริการต้องสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าสูงสุด
สำหรับความท้าทายของธุรกิจนับจากนี้ ต้องปรับรับเมกะเทรนด์ของโลกที่เกิดขึ้นและให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด การเกิดเทคโนโลยีและมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีธุรกิจเกิดใหม่มาพร้อมกับเทคโนโลยีแล้วจะเข้ามาดิสรัปชั่นธุรกิจเก่า ซึ่งจะสร้างผลกระทบให้กับธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ สำหรับไมเนอร์ต้องมองถึงการปรับตัว สร้างช่องทางหรือมองหาโอกาสใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น การขยายช่องทางออนไลน์ ต้องนำเทคโนโลยีมาเชื่อมโยงกับกลุ่มลูกค้าให้เข้าถึงสินค้าและบริการได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ยังมองเกี่ยวกับบริการเดลิเวอรี่ บริการส่งอาหารที่อนาคตจะเริ่มมีความสำคัญยิ่งขึ้น ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป หรือกระทั่งช่องทางจำหน่ายสินค้าในรูปแบบคีออสก์ ขณะนี้ในกลุ่มธุรกิจโรงแรม ที่โดนดิสรัปชั่นจากธุรกิจแชริ่งที่พักอาศัยกำลังมาแรง ในเครือของบริษัทเราก็ต้องปรับปรุงการบริการโรงแรมให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อสร้างความแตกต่างระหว่างธุรกิจแชริ่งที่พักอาศัย นั่นคือการแข่งขันในยุคนี้ ซึ่งการปรับตัวดังกล่าวก็ทำให้โรงแรมยังสามารถเติบโตได้
ในส่วนของกลุ่มธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ ทั้งกลุ่มเริ่มขยายช่องทางออนไลน์ เพื่อสร้างประสบการณ์ช็อปปิ้งให้ไร้รอยต่อระหว่างออฟไลน์ แต่เนื่องจากสินค้าที่จัดจำหน่ายส่วนใหญ่ บริษัทได้รับสิทธิเป็นตัวแทน 100% ทำให้ขณะนี้ในเครือของเรายังไม่มีแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งการสร้างการเติบโตในกลุ่มธุรกิจนี้ คือ การสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา เพื่อปั้นไปสู่เส้นทางระดับโลก ไม่ต่างกับธุรกิจโรงแรมซึ่งขณะนี้มีสัดส่วนรายได้ 55% แต่ในปีหน้านี้จะมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้น 70% ส่วนธุรกิจร้านอาหารจากเดิมมีรายได้ 38% จะเหลือกว่า 20-30% และธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์จาก 7% จะเหลือสัดส่วนที่น้อยลง
“เมกะเทรนด์หนึ่งที่น่าสนใจ ที่ผมมองว่ามีความสำคัญ คือ กลุ่มชาวมิลเลนเนียลจะมีบทบาทสำคัญในธุรกิจ โดยจะเป็นประชากรส่วนใหญ่ของโลก ซึ่งพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มนี้ ธุรกิจจะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อตอบสนองความต้องการ ในเครือมองถึงการใช้ดาต้าเข้ามาวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมมากขึ้น การทำธุรกิจจากนี้เป็นการต่อสู้ในเรื่องดาต้ามาวิเคราะห์และพัฒนาสินค้าให้โดนใจ”
ไฮเน็ค กล่าวว่า การก้าวครบ 50 ปีแรกของไมเนอร์ กรุ๊ป ถือเป็นเพียงการเริ่มต้นของการเดินทางเป็นการสร้างรากฐานเพื่อก้าวไปสู่อนาคตที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ปัจจุบันไมเนอร์ กรุ๊ป มีโรงแรมและรีสอร์ทจำนวน 549 แห่ง ร้านอาหาร 2,130 สาขา และร้านค้าและจุดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นและเครื่องใช้ในบ้านกว่า 429 แห่ง ภายใต้แบรนด์ที่หลากหลาย จากเงินลงทุนเพียงกว่า 2.5 หมื่นบาท และพนักงานเพียงไม่กี่คนในประเทศไทย จนปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าตามราคาตลาดมากกว่า 1.7 แสนล้านบาท และมีพนักงานมากกว่า 8 หมื่นคนทั่วโลก
ขณะที่ความสำเร็จที่ผ่านมาของไมเนอร์ กรุ๊ป เกิดจากปัจจัยหลายประการ อย่างแรกก็คือ การวางแผนกลยุทธ์ระยะยาวอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งแผนธุรกิจดังกล่าวส่งผลให้บริษัทมีการกระจายธุรกิจ โดยมีทั้งแบรนด์และรูปแบบการทำธุรกิจในหลากหลายภูมิภาค ซึ่งมีส่วนช่วยให้บริษัทสามารถสร้างผลการดำเนินงานที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงที่ผ่านมา ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน
นอกจากนี้ ผมเชื่อว่าบริษัทของเราประสบความสำเร็จได้ด้วยการขับเคลื่อนและความทุ่มเทของทีมบุคลากรที่มากด้วยความสามารถ ทั้งผู้บริหารและพนักงาน ซึ่งได้ทุ่มเทสร้างและขยายเครือข่ายแบรนด์ให้แข็งแกร่งเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งไปกว่านั้นบริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอสินค้าและบริการที่เป็นเลิศ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง
“การก้าวไปข้างหน้าได้ พนักงานและบุคลากรเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญเพื่อสร้างธุรกิจให้เติบโตไปด้วยกัน โดยภายใต้ 5 กลยุทธ์ การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางพัฒนาสินค้าและบริการตอบโจทย์ ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ดำเนินการ การมุ่งเน้นสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงการผนึกความร่วมมือกับพันธมิตร และสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ๆ ที่มีความสามารถ สู่เป้าหมายการสร้างสรรค์ธุรกิจให้มีกำไรจากทรัพย์สินที่มี อีกทั้งยังมองหาโอกาสใหม่ๆ การควบรวมหรือกิจการ เพื่อสร้างการเติบโต”
หากมองย้อนไปในอดีตเมื่อตอนอายุ17 ปี ไฮเน็คเป็นเด็กหนุ่มที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ แต่ตัดสินใจไม่เข้าเรียนและเลือกที่จะมาทำธุรกิจในประเทศไทยแทน ไฮเน็คมองธุรกิจไม่เหมือนกับคนอื่นๆ เป้าหมายคือ การอยากเป็นเถ้าแก่ ก่อนหน้านี้เริ่มหารายได้พิเศษ ด้วยการขายโฆษณาและเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับรถในหนังสือพิมพ์บางกอกเวิลด์
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันไมเนอร์มีโอกาสจะแตกธุรกิจใหม่ๆ ได้อีกมากมาย แต่ท้ายที่สุด เรายังคงให้ปักธงใน 3 ธุรกิจหลัก วิลเลียม ไฮเน็ค กล่าวด้วยแววตาที่มุ่งมั่นและยังคงมีพลังขับเคลื่อนธุรกิจที่แข็งแกร่ง พร้อมกับมองโอกาสที่ยิ่งใหญ่รออยู่ข้างหน้า และเชื่อว่าเราจะสามารถก้าวไปยืนในจุดหมายใหม่ที่สูงขึ้นกว่าเดิมพร้อมๆ กันได้อย่างแน่นอน ด้วยการก้าวสู่ผู้นำธุรกิจในระดับโลก







