posttoday
เอกชนภูเก็ตห่วง ผลกระทบรถไฟฟ้ารางเบา

เอกชนภูเก็ตห่วง ผลกระทบรถไฟฟ้ารางเบา

29 กันยายน 2561

โครงการรถไฟฟ้ารางเบาภูเก็ต ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

โดย อชัถยา ชื่นนิรันดร์
 
โครงการรถไฟฟ้ารางเบาภูเก็ต ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นผู้รับผิดชอบไปเมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระยะคือ 
 
ระยะที่ 1 ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง ระยะทาง 42 กิโลเมตร 
 
แนวเส้นทางเริ่มจากท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 4031 จากนั้นลดระดับลงสู่ระดับดินที่ทางหลวงหมายเลข 4026 มุ่งหน้าเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 402 เข้าสู่เมืองภูเก็ต โดยแนวเส้นทางช่วงผ่าน อ.ถลาง จะเป็นรูปแบบโครงสร้างทางลอดใต้ดิน ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร 
 
จากนั้นแนวเส้นทางจะกลับขึ้นสู่ระดับดินผ่านอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร สถานีขนส่ง เข้าสู่เขตเทศบาลนครภูเก็ต ผ่านถนนภูเก็ต และข้ามสะพานเทพศรีสินธุ์ (สะพานข้ามคลองเกาะผี) เข้าสู่ถนนเจ้าฟ้าตะวันออก (ทางหลวงหมายเลข 4021) และไปสิ้นสุดที่บริเวณห้าแยกฉลอง 
 
ระยะที่ 2 ส่วนต่อขยายจากจุดตัดทางหลวง 402 และ 4026 ข้ามสะพานสารสินไปยังอ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เชื่อมต่อกับระบบรถไฟเส้นทางสุราษฎร์-ท่านุ่น ที่สถานีรถไฟท่านุ่น ระยะทาง 16.5 กิโลเมตร
 
สำหรับคนภูเก็ต โดยเฉพาะภาคเอกชน แม้จะตระหนักว่าโครงการนี้มีผลสำคัญต่อการเติบโตขยายตัวของเศรษฐกิจ แต่พวกเขาก็กังวลกับผลกระทบหลายด้านที่จะเกิดขึ้น
 
ก้องศักดิ์ คู่พงศกร นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ กล่าวว่า ตลอดเส้นทางต่างๆ ของรถไฟรางเบาต้องผ่านชุมชน เชื่อว่าจะเกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนรูปแบบที่กำหนดไว้เพียงเส้นทางเดียวนั้นอาจไม่ตอบโจทย์การเปลี่ยนพฤติกรรมคนได้ไม่มาก ขอให้รัฐบาลพิจารณาเพิ่มเส้นทางเชื่อมโยงรถไฟฟ้าให้มีหลาย
เส้นทางในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของภูเก็ต หรืออาจมีระบบรถบัส เชื่อมโยงรถไฟรางเบาเข้าเส้นเมนหลัก เชื่อว่าจะสามารถลดปัญหาการจราจรที่คับคั่งได้ 
 
สรายุทธ มัลลัม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต มองว่าประเด็นสำคัญคือยังไม่สามารถระบุได้ว่าใครจะลงทุน และจะคุ้มค่าการลงทุนหรือไม่ อีกเส้นทางที่รถไฟรางเบาผ่านเข้าในเมือง จะทำให้เกิดปัญหาจราจรติดขัดมากขึ้น เนื่องจากถนนในเมืองมีความแคบรถวิ่งได้ 2 เลนเท่านั้น จึงควรเปลี่ยนจากในเมืองผ่านไปทางถนนบายพาสที่มีความกว้างของถนน รองรับการก่อสร้างและจุดจอดได้ดีกว่าเข้าเมือง
 
“จากสนามบินเลี้ยวเข้าถนนบายพาสและตรงไปถึงห้าแยกฉลอง จะเป็นเส้นทางที่ง่ายต่อการก่อสร้างและไม่ก่อให้เกิดปัญหารถติดในเขตเมืองในช่วงก่อสร้าง อีกทั้งนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากสนามบินผ่านเส้นบายพาสจะได้มีจุดจอดเพื่อเดินทางต่อไปยังหาดป่าตอง หรือแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ได้ง่ายกว่าที่รถไฟรางเบาจะวิ่งเข้าในตัวเมือง ระยะทางจะสั้นกว่า ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับรูปแบบเส้นทางใหม่ เพื่อความเหมาะสมและความคุ้มค่าต่อการลงทุน” 
 
ด้าน สำราญ จินดาพล นายกเทศมนตรีตำบลฉลอง กล่าวว่า ในเขตพื้นที่ ต.ฉลอง ยังไม่ชัดเจนในจุดที่รถไฟจะจอด หากอยู่ในที่ดินของเอกชนต้องมีการเวนคืนที่ดิน ขอฝากถึง รฟม.ให้มีการตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้เข้าใจตลอดระยะเวลาของการก่อสร้าง
 
ขณะที่ สนิท ศรีวิหค รอง ผวจ.ภูเก็ต ก็ยืนยันว่า โครงการซึ่งกำหนดว่าจะต้องหาเอกชนมาร่วมลงทุนและเริ่มก่อสร้างในปี 2563 แล้วเสร็จในปี 2566 ถ้าเริ่มก่อสร้างอาจมีปัญหาตามมา จึงต้องหาวิธีทุเลาความแออัดช่วงการก่อสร้าง 
 
เสียงสะท้อน ท้วงติงจากคนในพื้นที่ ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในด้านเศรษฐกิจ เป็นข้อมูลสำคัญที่ควรต้องทบทวนให้รอบคอบ เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยสุด 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ