
ชี้ช่องการค้าเอฟทีเอ
พาณิชย์เดินหน้าศูนย์บริการข้อมูลเอฟทีเอ
พาณิชย์เดินหน้าศูนย์บริการข้อมูลเอฟทีเอ ตั้งเป้าให้ผู้ประกอบการใช้วางแผนการค้าและลงทุนผ่าน 12 กรอบ 17 ประเทศ
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้ทำการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ไทยทำกับประเทศต่างๆ ทั้ง 12 ฉบับ รวม 17 ประเทศ มาไว้ที่ศูนย์บริการข้อมูลเอฟทีเอ (FTA Center) ซึ่งสามารถค้นหาได้ทางออนไลน์ เพื่อให้บริการข้อมูลด้านการค้าระหว่างประเทศแก่ผู้ประกอบการ ประชาชน นักศึกษา หน่วยงานราชการ ที่ต้องการนำข้อมูลไปใช้ในการศึกษา วิเคราะห์ รวมทั้งวางแผนด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน
ทั้งนี้ ภายใต้เอฟทีเอ เซ็นเตอร์ จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับสถานะการเจรจา เอฟทีเอของไทยกับประเทศคู่ค้า ข้อผูกพันตามความตกลงเอฟทีเอของไทยและคู่ค้า ประโยชน์และความท้าทายจากความตกลงเอฟทีเอต่างๆ รวมทั้งข้อมูลการค้าระหว่างประเทศอื่นๆ เช่น สถิติการค้า อัตราภาษีนำเข้า ส่งออกของคู่เจรจา
เอฟทีเอ กฎระเบียบทางการค้าการลงทุนของประเทศคู่ค้า และขั้นตอนการลงทุนในประเทศคู่ค้า เป็นต้น
“ศูนย์ดังกล่าวจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเอฟทีเอทุกฉบับ ถ้าอยากค้าขายกับประเทศไหน สามารถเข้าไปดูและวางแผนทำการค้าได้ทันที หรืออย่างการค้าบริการ การลงทุน ก็จะมีรายละเอียดกฎหมาย ข้อบังคับ หรือเงื่อนไขในแต่ละเรื่องเอาไว้ เรียกได้ว่าสมบูรณ์และสามารถนำมาใช้ศึกษาก่อนที่จะเข้าไปทำธุรกิจหรือเข้าไปลงทุนได้” น.ส.ชุติมา กล่าว
ปัจจุบันไทยมีเอฟทีเอรวม 12 ฉบับ กับ 17 ประเทศ ได้แก่ ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน (อาฟต้า) เอฟทีเอไทย-ออสเตรเลีย เอฟทีเอไทย-นิวซีแลนด์ เอฟทีเออาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ เอฟทีเออาเซียน-จีน เอฟทีเอไทย-เปรู เอฟทีเอไทย-ชิลี เอฟทีเออาเซียน-เกาหลี เอฟทีเออาเซียน-ญี่ปุ่น เอฟทีเอไทย-ญี่ปุ่น เอฟทีเออาเซียน-อินเดีย และเอฟทีเอไทย-อินเดีย โดยมีเอฟทีเอที่จะมีผลใช้บังคับในต้นปี 2562 อีก 1 ฉบับ คือ อาเซียน-ฮ่องกง และอยู่ระหว่างการเจรจา เช่น ไทย-ศรีลังกา ไทย-ตุรกี ไทย-ปากีสถาน เป็นต้น
สำหรับมูลค่าการค้ารวมระหว่างไทยกับประเทศคู่เจรจาเอฟทีเอ หลังจากที่ความตกลงมีผลบังคับใช้แล้วมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นมากที่สุด ได้แก่ อาเซียน เพิ่ม 707.67% รองลงมา คือ ไทย-อินเดีย เพิ่มขึ้น 406.88% อาเซียน-จีน 262.45% ไทย-นิวซีแลนด์ 194.87% ไทย-ออสเตรเลีย 132.56% อาเซียน-อินเดีย 56.26% อาเซียน-ญี่ปุ่น 33.37%







