
มะกันย้ำชัดไม่มีแผนขาย น้ำมันสำรอง
สหรัฐยืนยันไม่ขายน้ำมันสำรองบรรเทาปัญหาน้ำมันแพง หลังคว่ำบาตรอิหร่าน มีผล พ.ย.นี้
สหรัฐยืนยันไม่ขายน้ำมันสำรองบรรเทาปัญหาน้ำมันแพง หลังคว่ำบาตรอิหร่าน มีผล พ.ย.นี้
ริค เพอร์รี่ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐ เปิดเผยว่า รัฐบาลไม่มีแผนนำน้ำมันจากคลังน้ำมันสำรองออกมาขาย เพื่อบรรเทาปัญหาราคาน้ำมันแพง ขณะที่มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐใกล้มีผลบังคับวันที่ 4 พ.ย.นี้ และคาดว่าจะส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกลดลง
เพอร์รี่ระบุว่า การเอาน้ำมันสำรองออกมาขายจะมีผลเพียงเล็กน้อยในระยะสั้นเท่านั้น พร้อมเสริมว่าผู้ผลิตรายอื่นๆ สามารถหาทางออกเพื่อชดเชยปริมาณน้ำมันจากอิหร่านที่หายไปได้ โดยก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า รัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อาจพิจารณานำน้ำมันในคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ออกมาขาย หลังทรัมป์ล้มเหลวในการกดดันให้กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ (โอเปก) และกลุ่มนอกโอเปกนำโดยรัสเซีย ปฏิเสธเพิ่มการผลิตน้ำมันดิบ
ทั้งนี้ การเปิดเผยดังกล่าวส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบเบรนต์งวดส่งมอบเดือน พ.ย.ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 81.73 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ระหว่างการซื้อขายวานนี้ ด้านสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเพิ่มขึ้นแตะ 72.32 ดอลลาร์/บาร์เรล วานนี้
“ผู้คนกำลังเดิมพันกันว่าน้ำมันจะพุ่งขึ้นไปแตะ 100 ดอลลาร์หรือไม่” บ๊อบ ยอว์เกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายสัญญาล่วงหน้าบริษัทหลักทรัพย์ มิซูโฮ ซิเคียวริตี้ส์ กล่าว
ด้านรอยเตอร์สรายงานว่า เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ นำเข้าน้ำมันจากอิหร่านลดลง 4.1% เมื่อเทียบรายปี อยู่ที่ 1.57 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งลดลงมากที่สุดในรอบ 2 เดือน โดยเกาหลีใต้นำเข้าน้ำมันอิหร่านลดลงถึง 84.2% ล่าสุด ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ประกาศระงับนำเข้าน้ำมันอิหร่านชั่วคราวแล้ว







