
โบรกคาด GUNKUL กำไรขาขึ้นรอบใหญ่
โบรกฯ คาดไตรมาส 3 กันกุล ผลงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 453.3 ล้าน
โบรกฯ คาดไตรมาส 3 กันกุล ผลงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 453.3 ล้าน อานิสงส์โรงไฟฟ้าพลังลม 170 เมกะวัตต์ ซีโอดี
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน คาดการณ์ไตรมาส 3 กำไรปกติของบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) จะทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ 453.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 223% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 275% จากไตรมาส 2 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ บริษัทจะได้รับผลบวกโรงไฟฟ้าพลังงานลม 3 แห่ง รวมกำลังผลิต 170 เมกะวัตต์ จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้เต็มระบบและบันทึกเต็มทั้งไตรมาส ประกอบกับเป็นช่วงฤดูกาลของโรงไฟฟ้าพลังงานลม (แรงลมดีกว่าคาด) ในขณะที่พลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) คาดว่าทำได้ในระดับปกติค่อนข้างคงที่
บล.โนมูระฯ ประเมินรายได้จากธุรกิจพลังงานทดแทน (ลมและแสงอาทิตย์) เติบโตก้าวกระโดดที่ 960 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 163% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 80% จากไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เป็นรายได้หลักมีสัดส่วนกว่า 70% ของรายได้รวม
ขณะที่อีก 30% เป็นรายได้จากงานรับเหมาก่อสร้างและธุรกิจเทรดดิ้ง รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้า คาดว่าอยู่ที่ 507 ล้านบาท ลดลงกว่า 52% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 8% จากไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ในขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินอยู่ที่ 226 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 54% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาส 2 ที่ผ่านมา สอดคล้องกับโรงไฟฟ้าที่ทยอยผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (ซีโอดี) เพิ่มขึ้น
“ผลประกอบการของ GUNKUL ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2 และฐานกำไรครึ่งปีหลังโดดเด่นมากพอที่จะลบล้างผลขาดทุนในไตรมาสแรกได้ (ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 588 ล้านบาท)” บล.โนมูระฯ ระบุ
ทั้งนี้ บล.โนมูระฯ ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2561-2562 และปี 2563 เพิ่มขึ้น 55% 30% และ 6% ตามลำดับ หรือเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 40% จากโครงการลมจ่ายไฟดีกว่าคาดการณ์ และรวมมูลค่าส่วนเพิ่มจากโครงการโซลาร์ฟาร์มในมาเลเซีย 14.5 เมกะวัตต์ (0.06 บาท)
พร้อมกันนี้ได้ปรับราคาเหมาะสมปี 2562 ที่ 4.46 บาท (เดิม 4.30 บาท) ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ราคาต่ำกว่ากลุ่มโรงไฟฟ้า และคาดการณ์กำไรปี 2562 เติบโตสูงถึง 106 %







