
มอร์นิ่งสตาร์ เพิ่ม3กลุ่มกองทุน
อุตสาหกรรมกองทุนรวมไทยเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (เอ็นเอวี)
โดย พูลศรี เจริญ
อุตสาหกรรมกองทุนรวมไทยเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (เอ็นเอวี) รวม 5 ล้านล้านบาท (ข้อมูลจากสมาคมบริษัทจัดการลงทุน หรือสมาคม บลจ. ณ วันที่ 30 ส.ค. 2561)
อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ลงทุนผ่านกองทุนรวมถือว่ายังน้อยเมื่อเทียบกับบัญชีเงินฝาก
ข้อมูลจากสมาคม บลจ. ระบุว่า เดือน มิ.ย. 2561 มีจำนวนบัญชีเงินฝาก 97 ล้านบัญชี จำนวนบัญชีกองทุนรวม 6 ล้านบัญชี จำนวนผู้ถือหน่วยกองทุนรวมต่อบัญชีเงินฝาก 6.37% ดังนั้นจะเห็นได้ว่าโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมกองทุนรวมยังมีอีกมาก
สำหรับชั้นวางสินค้าหรือผลิตภัณฑ์กองทุนรวม พบว่าผู้ประกอบการแข่งขันกันนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของนักลงทุนมากขึ้น ทั้งกองทุนหุ้น ตราสารหนี้ และกองทุนทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น ซึ่งกองทุนเหล่านี้มีทั้งการลงทุนในประเทศและการลงทุนต่างประเทศ หรือที่เรียกว่า กองทุนเอฟไอเอฟ
ว่าด้วยกองทุนเอฟไอเอฟ ถือว่าน่าสนใจอย่างมากกับการเติบโตที่สูง โดย ณ เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิถึง 1 ล้านล้านบาท หรือมีสัดส่วน 19.85% ของกองทุนรวมทั้งอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2561 เป็นต้นไป บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จะเพิ่มกลุ่มกองทุนใหม่ (Morningstar Category) อีก 3 กลุ่ม โดยให้เหตุผลว่าในช่วงที่ผ่านมาอุตสาหกรรมกองทุนรวมของไทยมีการขยายตัวและมีการออกผลิตภัณฑ์กองทุนรวมประเภทใหม่ๆ มากขึ้น
ดังนั้น การเพิ่มประเภทกองทุนขึ้นมาใหม่อีก 3 ประเภท จะช่วยให้นักลงทุนสามารถเปรียบเทียบข้อมูลกองทุนในประเภทนั้นๆ ได้ดียิ่งขึ้น
การจัดประเภทกลุ่มกองทุนของมอร์นิ่งสตาร์ ยังคงวัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดกลุ่มกองทุนที่มีการลงทุนเหมือนกัน และมีสินทรัพย์ที่มีลักษณะเหมือนกันอยู่ในกลุ่มเดียวกัน
สำหรับการจัดประเภทกองทุนจะพิจารณาจากพอร์ตการลงทุนจริงของกองทุนนั้นๆ เพื่อให้กองทุนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันสามารถเปรียบเทียบกันได้ ทั้งด้านผลการดำเนินงาน การลงทุน การจัดอันดับกองทุน (Morningstar Rating) รวมถึงการพิจารณา Morningstar Fund Award อีกด้วย
กลุ่มกองทุน 3 กลุ่มใหม่มีดังนี้
กลุ่มที่ 1 Global High Yield Bond เป็นกลุ่มกองทุนประเภทตราสารหนี้ ที่เน้นลงทุนในตราสารต่างประเทศที่มีเครดิตเรตติ้งต่ำกว่าอันดับที่ลงทุนได้ (Investment Grade) โดยเน้นลงทุนในตราสารที่ผู้ออกมีธุรกิจหลักอยู่ต่างประเทศ โดยในปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 11 กอง
นักลงทุนจะเห็นได้ว่ากองทุนกลุ่มใหม่นี้มีลักษณะเดียวกันกับ Global High Yield Bond Fixed Term แต่ต่างกันเพียง Global High Yield Bond จะไม่ได้กำหนดอายุของกองทุน
กลุ่มที่ 2 Global Infrastructure เป็นกลุ่มกองทุนประเภทตราสารทุนต่างประเทศ ที่เน้นลงทุนในกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า ประปา การขนส่งทางถนน ระบบราง ทางอากาศ รวมทั้งเครือข่ายการสื่อสาร โดยในปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 7 กอง
กลุ่มที่ 3 Global Technology เป็นกลุ่มกองทุนประเภทตราสารทุนต่างประเทศ ที่เน้นลงทุนในกลุ่มธุรกิจด้านเทคโนโลยี เช่น คอมพิวเตอร์ สารกึ่งตัวนำ ซอฟต์แวร์ ระบบเครือข่าย หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต โดยในปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 12 กอง
ทั้งนี้ มอร์นิ่งสตาร์จะเริ่มเปลี่ยนกลุ่มกองทุนที่เข้าเกณฑ์ไปยังกลุ่มที่เพิ่มขึ้นใหม่ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย.ปีนี้ เพื่อให้นักลงทุนที่สนใจในกองทุนประเภทดังกล่าวสามารถเลือกพิจารณาเปรียบเทียบกองทุนที่มีลักษณะเดียวกันได้ง่ายขึ้น







