posttoday
วิสาหกิจชุมชนฯบ้านโฮ่ง ต้นแบบเกษตรอินทรีย์ยั่งยืน

วิสาหกิจชุมชนฯบ้านโฮ่ง ต้นแบบเกษตรอินทรีย์ยั่งยืน

29 กันยายน 2561

จากพนักงานเอกชน ก้าวสู่ตำแหน่งบริหารในบริษัทประกัน

โดย วราภรณ์ เทียนเงิน
 
จากพนักงานเอกชน ก้าวสู่ตำแหน่งบริหารในบริษัทประกัน ก่อนที่จะตัดสินใจลาออกและไปทำงานที่สวนปกาศิต สวนเกษตรและศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตร ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 โปรดให้จัดตั้งขึ้น เป็นสิ่งจุดประกายให้ “ว่าที่ ร.ต.ชนะ ไชยชนะ” สนใจและศึกษาค้นคว้าข้อมูลการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ต่อมาเมื่อสวนปกาศิตได้ลดบทบาทลง จึงได้ตัดสินใจมาพัฒนาที่ดินของครอบครัวที่ จ.ลำพูน
 
“ว่าที่ ร.ต.ชนะ ไชยชนะ” ประธานวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์พืชผักสมุนไพรและผลไม้ อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน เปิดเผยว่า วิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์พืชผักสมุนไพรและผลไม้ อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ก่อตั้งขึ้นมาในปี 2548 จากการส่งเสริมของภาครัฐ เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มส่งเสริมและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยในพื้นที่มีการปลูกลำไยจำนวนมาก จึงเกิดปัญหาเรื่องผลผลิตออกมาจำนวนมาก ตามมาด้วยปัญหาลำไยล้นตลาดและราคาตกต่ำ
 
ขณะเดียวกันการปลูกลำไยก็มีการใช้สารเคมีและปุ๋ย ส่งผลต่อสุขภาพของคน ทำให้เกิดแนวคิดส่งเสริมทำเกษตรอินทรีย์ขึ้นมาในกลุ่ม โดยผลผลิตลำไยในท้องตลาดจะมีการใช้สารเคมีในสัดส่วน 99% และเป็นเกษตรอินทรีย์ 1% เท่านั้น กลุ่มในพื้นที่ จ.ลำพูน ซึ่งทำเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร โดยมีพื้นที่ปลูกประมาณ 100 ไร่ ทำให้ได้ผลผลิตที่มีความแตกต่างและไม่มีคู่แข่ง รวมถึงเป็นผลผลิตที่มีคุณภาพ 
 
สำหรับพื้นที่ของครอบครัวก็ทำเกษตรอินทรีย์และปลูกลำไยอินทรีย์ไปพร้อมกัน โดยมีเครือข่ายสมาชิกในพื้นที่มาร่วมดำเนินการ พร้อมกันนี้ได้มุ่งที่จะหาความรู้และต่อยอด รวมถึงการใช้เทคโนโลยีมาร่วมเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลผลิต
 
ผลผลิตลำไยอินทรีย์ที่ได้จะแบ่งเป็นลูกลำไยที่มีขนาดใหญ่ จะมีลูกค้าประจำมารับซื้อผลผลิตที่สวน ส่วนลำไยที่มีขนาดเล็กได้ใช้เทคโนโลยีฟรีซดาย (Freeze Dry) ในการแปรรูปผลผลิต จึงช่วยสร้างผลผลิตที่มีความแตกต่างและมีคุณภาพตามที่ต้องการ ซึ่งได้เข้าไปหารือกับผู้เชี่ยวชาญและมหาวิทยาลัยในการขอคำปรึกษาเรื่องนี้ ส่งผลให้สามารถมีสารสำคัญอยู่ในลำไยอบแห้ง ซึ่งได้นำเทคโนโลยีฟรีซดายมาใช้เมื่อประมาณ 10 ปีก่อนหน้านี้และได้ทำเป็นรายแรก
 
ผลผลิตของลำไยอบแห้งจะมีราคาประมาณ 4,000 บาท/กิโลกรัม สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นได้ และมีกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการสูง ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งมีการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ ทั้งประเทศญี่ปุ่น สหรัฐ และเยอรมนี
 
พร้อมกันนี้ในกลุ่มฯ ยังมีผลผลิตทางการเกษตรอีกหลายชนิด ทั้งมะม่วงมหาชนกออร์แกนิก ที่ได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการแปรรูปผลผลิตด้วยเทคโนโลยีฟรีซดาย ทั้งมะม่วงมหาชนก สตรอเบอร์รี่ เป็นต้น ล่าสุดได้พัฒนากระเทียมดำ ซึ่งได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานรัฐในการพัฒนาจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งในปัจจุบันมีความต้องการจากลูกค้าต่างประเทศ ทั้งประเทศจีนและสิงคโปร์ รวมถึงจากลูกค้าในประเทศด้วย
 
“ว่าที่ ร.ต.ชนะ” กล่าวว่า ได้มุ่งสร้างมาตรฐานสินค้าและมาตรฐานออร์แกนิกในต่างประเทศ และมาตรฐานการรับรองออร์แกนิกจากยุโรป จึงจะช่วยขยายการส่งออกไปต่างประเทศได้มากขึ้น และพร้อมที่จะพัฒนาสร้างมาตรฐานผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
 
นอกจากนี้ การดำเนินของกลุ่มฯ ที่ได้นำเทคโนโลยีมาบริหารจัดการฟาร์ม การทำเกษตร และการแปรรูปผลผลิต โดยได้รับการส่งเสริมจากทั้งมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหน่วยงานสถาบันการศึกษาต่างๆ รวมถึงได้เข้าร่วมโครงการอบรมอย่างต่อเนื่อง และได้รับการสนับสนุนจากทั้งสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ด้วยเช่นกัน
 
“ว่าที่ ร.ต.ชนะ” กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญคือ การมุ่งที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดเรียนรู้ เพื่อนำเสนอผลผลิตทางการเกษตรที่มีประโยชน์และมีคุณภาพ รวมถึงมีความแตกต่างและเป็นที่ต้องการในตลาดจากผู้บริโภค ทั้งหมด จึงส่งผลให้ประธานวิสาหกิจชุมชนพัฒนาพืชผักสมุนไพรและผลไม้
อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน มีการขยายตัวได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ