
หวั่น2แบงก์ใหญ่หนี้เสียปูด
เอเซีย พลัส เตือนจับตาแบงก์ทหารไทยและกรุงศรีอยุธยา หวั่นเอ็นพีแอลสินเชื่อที่อยู่อาศัยพุ่ง
เอเซีย พลัส เตือนจับตาแบงก์ทหารไทยและกรุงศรีอยุธยา หวั่นเอ็นพีแอลสินเชื่อที่อยู่อาศัยพุ่ง
น.ส.อุษณีย์ ลิ่วรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เปิดเผยถึงปัญหา หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลของสินเชื่อที่อยู่อาศัยว่า หลังจากนี้ต้องระมัดระวังเอ็นพีแอลของ 2 ธนาคารใหญ่ คือ ธนาคารทหารไทยและธนาคาร กรุงศรีอยุธยา
ทั้งนี้ เนื่องจาก 4 ธนาคารใหญ่ คือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงไทย มีการเติบโตของสินเชื่อน้อยกว่าเอ็นพีแอล และหากดูย้อนหลังไป 5 ปี สินเชื่อไม่โต แต่เอ็นพีแอลโต ซึ่งทั้ง 4 ธนาคารปล่อยกู้มากในปี 2555-2557 แต่ปี 2558-2560 ก็ชะลอปล่อยกู้ลง
"ทั้ง 2 แบงก์ต้องสังเกตและให้ระวัง เพราะการที่ 4 แบงก์ใหญ่ชะลอลงแล้ว แต่ 2 แบงก์เพิ่งใส่เกียร์เพิ่ม อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3 ปีนี้ เอ็นพีแอลยังไม่น่ากลัว เพราะยังอยู่ในเงื่อนไขดอกเบี้ยต่ำ แต่จะไปเห็นตอนปี 2562-2563 ที่เงื่อนไขดอกเบี้ยต่ำหมด และดอกเบี้ยขยับขึ้น จะเห็นเอ็นพีแอล 2 แบงก์เกิดขึ้น" น.ส.อุษณีย์ กล่าว
นายณัฐพล ลือพร้อมชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารกรุงศรี อยุธยา กล่าวว่า สินเชื่อบ้านของธนาคารที่เติบโตในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มาจากการที่ธนาคารควบรวมกับเอ็มยูเอฟจีทำให้ฐานสินทรัพย์ใหญ่ขึ้นจึงต้องมีการปรับสมดุลของยอดสินเชื่อและการปรับปรุงกระบวนการภายในในการปล่อยสินเชื่อให้เติบโตได้ภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม จึงเห็นได้ว่าเอ็นพีแอลของสินเชื่อบ้านทรงตัวในระดับ 2.4-2.6% อย่างต่อเนื่องต่ำกว่าเอ็นพีแอลตลาดที่เฉลี่ยประมาณ 3.39%
"การเติบโตของเราเป็นไปด้วยความระมัดระวังมาตลอด แม้ส่วนไหนที่แข่งขันกันดุ เราก็ไม่ได้เฮโลไปตามตลาด และซึ่งจากการคัดกรองสินเชื่อใหม่ที่เป็นไปตามมาตรฐาน เชื่อว่าผลให้พอร์ตสินเชื่อบ้านมีคุณภาพต่อเนื่องในระยะต่อไป" นายณัฐพล กล่าว
นายผยง ศรีวณิช กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า เอ็นพีแอลสินเชื่อบ้านของธนาคาร ต่ำสุดไม่ถึง 1% และปัจจุบันยังไม่พบสัญญาณฟองสบู่ ลูกค้ามีความต้องการที่แท้จริง (ดีมานด์เทียม) หรือซื้อเก็ง กำไรส่วนเอ็นพีแอลรวมยังสูงถึง 4.5% ตั้งเป้าสิ้นปีนี้ลดให้ต่ำกว่า 4%
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการ ผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ธนาคารมีการวางกติกาการปล่อยสินเชื่อบ้านไว้อย่างเข้มงวดและไม่ได้เข้าข่ายข้อกังวลที่ ธปท.เป็นห่วง เพราะจะเน้นปล่อยกู้บ้านสำหรับเพื่ออยู่อาศัยจริงๆ ไม่ได้ปล่อยกู้ไปซื้อบ้านเพื่อปล่อยเช่าหรือเก็งกำไร







