
บจ.ลุยล็อกต้นทุนเงิน
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พาเหรดออกหุ้นกู้หวังล็อกต้นทุนเงินยาว 3 ปี หนีดอกเบี้ยขาขึ้น บาทแข็งค่าหนุน บจ.มีหนี้นอก/นำเข้าเครื่องจักรกำไรฟื้น
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พาเหรดออกหุ้นกู้หวังล็อกต้นทุนเงินยาว 3 ปี หนีดอกเบี้ยขาขึ้น บาทแข็งค่าหนุน บจ.มีหนี้นอก/นำเข้าเครื่องจักรกำไรฟื้น
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ได้รับแบบแสดงรายการข้อมูล
(ไฟลิ่ง) เพื่อขอออกและเสนอขายหุ้นกู้ในช่วงเดือน ต.ค. 2561 จากบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จำนวน 8 บริษัท ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่จะออกหุ้นกู้ที่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 3 ปี
สำหรับบริษัทที่จะออกและขายหุ้นกู้ประกอบด้วยบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) จะขายหุ้นกู้ 5,000 ล้านบาท อายุ 3 ปี บริษัท ออริจิ้นพร็อพเพอร์ตี้ (ORI) จะขายหุ้นกู้อายุ 3 ปี ให้ดอกเบี้ย 4.30% แต่ยังไม่กำหนดวงเงินที่จะเสนอขายบริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (MJD) ขายหุ้นกู้ 3 ปี จ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ลงทุน 7% บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ (CGD) ขายหุ้นกู้ 700 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ย 7.25% บริษัท อารียาพรอพเพอร์ตี้ (A) ขายหุ้นกู้ 3 ปี วงเงิน 250 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ย 5.95%
นอกจากนี้ ยังมีบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) ขายหุ้นกู้ 1,500 ล้านบาท อายุ 3 ปี จ่ายดอกเบี้ยนักลงทุน 5% และตะวันออกพาณิชย์ลิสซิ่ง (ECL) ขายหุ้นกู้ 600 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ย 4.40%
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กล่าวว่า การเร่งออกหุ้นกู้ของ บจ.เป็นผลจากการต้องการล็อกต้นทุนทางการเงินไว้หลังจากการประชุม ล่าสุดของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีเสียงไม่เอกฉันท์ในการคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.50% และคาดกันว่าดอกเบี้ยจะปรับตัวเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผลของการส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยหนุนให้เงินทุนไหลเข้าและทำให้ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นปิดที่ 32.38 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุว่า บาทแข็งค่าจะเป็นบวกกับ BTS เพราะไตรมาสแรกปี 2561-2562 ก่อนหน้ามีการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินลงทุนประมาณ 140 ล้านบาท แต่คาดว่าไตรมาสนี้จะพลิกเป็นกำไรและคาดการณ์รายได้รวมตลอดปี 2561-2562 สูงเป็น 7,000 ล้านบาท และรายได้จากการก่อสร้างสายสีชมพู-เหลืองปีนี้คาดว่ามากเป็น 2 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ เงินบาททยอยแข็งค่าเทียบกับดอลลาร์สหรัฐจะส่งผลดีกับตลาดหุ้น เพราะนักลงทุนต่างประเทศจะได้กําไร 2 ต่อทั้งจากตลาดหุ้น และกําไรอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อแลกกับเป็นดอลลาร์แต่ก็มีผลกระทบทางลบต่อภาคการส่งออก ทั้งในเรื่องราคาขายสินค้า รายได้สกุลเงินบาท และอัตรากําไรขั้นต้นที่ปรับลง แต่บริษัทที่มีหนี้สกุลเงินต่างประเทศจะได้รับประโยชน์ไปด้วย รวมถึงบริษัทที่มีการนำเข้าเครื่องจักร







