
พระธรรมทูตไทย ไปไกลถึง‘กองทัพสหรัฐ’
พระราชธรรมวิเทศ (ประเสริฐ) รองประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
โดย สมาน สุดโต
พระราชธรรมวิเทศ (ประเสริฐ) รองประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา เจ้าอาวาสวัดพุทธานุสรณ์ ซานฟรานซิสโกสหรัฐอเมริกา แสดงความเห็นส่วนตัวต่อกรณีที่พระธรรมทูตไทย ในสหรัฐอเมริกา หลายรูปลาสิกขา แล้วเข้าร่วมกับกองทัพบกสหรัฐอเมริกา ว่า
1.บวชเรียน ปฏิบัติธรรมและลาสิกขาเมื่อไม่สามารถปฏิบัติตามพระธรรมวินัยได้นั้นมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล 2.การบวชเรียนเป็นประเพณีคู่ไทยตั้งแต่โบราณกาล 3.เมื่อไม่ยินดีในสมณเพศและ/หรือไม่สามารถปฏิบัติศาสนกิจในสมณเพศได้เพราะเหตุผลใดๆ พระธรรมทูตควรลาสิกขา ย่อมจะดีกว่าทำชั่วในสมณเพศ 4.อนุศาสนาจารย์กองทัพอเมริกาต้องผ่านขั้นตอนการศึกษาและการฝึกฝนตามระเบียบและระบบของกองทัพอเมริกาซึ่งทุกคนยอมรับว่ามีมาตรฐานระดับโลก จึงต้องยอมรับว่าอนุศาสนาจารย์เป็นผู้มีมาตรฐานอเมริกา 5.ผู้ที่จะเป็นอนุศาสนาจารย์ต้องผ่านการศึกษาตามระเบียบของกองทัพอเมริกา จึงนับว่าผู้ต้องการเป็นอนุศาสนาจารย์เป็นคนมีมาตรฐานการศึกษาที่ดี 6.ในฐานะและตำแหน่งอนุศาสนาจารย์ช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนาแบบไทยพร้อมทั้งวัฒนธรรมไทยด้วย 7.ในฐานะกัลยาณมหาอุบาสกสามารถสอนพระพุทธศาสนาได้ทั้งภาคปริยัติและปฏิบัติ เพราะสังคมอเมริกันยอมรับความรู้และคุณธรรม ไม่ใช่รูปแบบอย่างเดียว 7.วัดต่างๆ ก็ได้รับผลกระทบจากกฎอนิจจังนี้ จึงควรมีหลักการและกฎระเบียบการคัดเลือกพระธรรมทูตพร้อมส่งเสริมพระธรรมทูตในด้านการศึกษาด้วย 8.อนุศาสนาจารย์ไทยในกองทัพอเมริกาเป็นคนมีคุณภาพและเป็นประโยชน์ทั้งแก่อเมริกาเองและสังคมไทยด้วย เพราะอย่างไรก็ไม่สามารถห้ามพระธรรมทูตให้สึกได้ เพราะนี่คือกฎอนิจจัง
ทั้งนี้ อนุสนธิข่าวที่ส่งทางไลน์ ว่า บัดนี้ มีพระธรรมทูตไทย เดินทางไกลไปถึง “กองทัพสหรัฐอเมริกา” และ “นิกายมหายาน” จำนวนมากแล้ว ทราบอีกว่ายังมีพระธรรมทูตไทยที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยชีไหล มุ่งหน้าเดินสู่เส้นทางเดียวกับรุ่นพี่ที่ก้าวนำไปทั้งหกท่านอยู่รำไร
มีความโดยสรุปดังนี้
1.นายร้อยเอก สมญา มาลาศรี หรืออดีตพระมหาสมญา สมญาโณ น.ธ.เอก ป.ธ.4 พธ.บ. พระธรรมทูตรุ่นที่ 7/2544 เดิมนั้นสังกัดวัดโพธินิมิตร เขตธนบุรี กรุงเทพฯ เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจเป็นพระธรรมทูตในสังกัดวัดสันติธรรม เมืองโคโลราโด สปริงส์ รัฐโคโลราโด เป็นอดีตพระธรรมทูตไทย “คนแรก” ที่เข้าไปดำรงตำแหน่ง “นายทหารสัญญาบัตร” ในกองทัพสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2553 (ค.ศ. 2010)
2.นายร้อยโท สงกรานต์ ไวยกา หรืออดีตพระมหาสงกรานต์ โชติปาโล น.ธ.เอก ป.ธ.7 พธ.บ. สังกัดพระธรรมทูตรุ่นที่ 3/2540 เดิมสังกัดวัดราชนัดดาราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจที่วัดพุทธานุสรณ์ เมืองฟรีมอนท์ รัฐแคลิฟอร์เนีย นับเป็นนายทหารคนที่สองของกองทัพ
3.นายร้อยโท พิสิทธิ์ มณีวงศ์ หรืออดีตพระมหาพิสิทธิ์ มณิวํโส น.ธ.เอก ป.ธ.6 พธ.บ. พระธรรมทูตรุ่นที่ 15/2552 เดิมสังกัดวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจ ณ วัดพุทธมงคลนิมิต เมืองอัลบูเคอร์กี รัฐนิวแม็กซิโก
4.นายร้อยโท สายัญ ทองพิมพ์ หรืออดีตพระสายัญ ธมฺมสุนฺทโร น.ธ.เอก ประโยค 1-2 พระธรรมทูตรุ่นที่ 14/2551 เดิมสังกัดวัดนายโรง เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจ ณ วัดมหาธาตุเจติยาราม เมืองเวสต์ปาล์มบีช รัฐฟลอริดา
ข้างต้นนี้เป็นอดีตพระธรรมทูตสายมหานิกาย ส่วนในสายธรรมยุตก็มีจำนวน 2 ท่าน ได้แก่
1.นายร้อยเอก นิพนธ์ สุขอ้วน หรืออดีตพระมหานิพนธ์ ฐิตวีรคุโณ น.ธ.เอก ป.ธ.6 ศน.บ. ศศ.บ. เดิมสังกัดวัดธรรมมงคล เขตพระโขนง กรุงเทพฯ เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจที่วัดพุทธไทยถาวรวนาราม รัฐนิวยอร์ก
2.เรือเอก อรุณ สีดา หรืออดีตพระอรุณ ปภากโร น.ธ.เอก ศน.บ. วท.ม. เดิมสังกัดวัดมกุฏกษัตริยาราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจที่วัดพุทธนิมิต เมืองพาซาเดนา รัฐแคลิฟอร์เนีย
อดีตพระธรรมทูตไทยส่วนใหญ่จะเข้ารับการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและเอก ที่มหาวิทยาลัยชีไหล (University of the West) รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อจบมาแล้วจึงจะสามารถนำเอาวุฒิการศึกษาเข้าไปรับรองการบรรจุเป็นนายทหารได้ แต่ทั้งนี้ยังต้องมีการรับรองจาก Buddhist Churches of America (BCA) ซึ่งเป็นนิกายของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่มหานครซานฟรานซิสโก อีกต่างหากด้วย







