posttoday
ยานพาหนะสัญชาติไทยยุคใหม่ ‘น้ำหนักเบา-แข็งแรง-ปลอดภัย’

ยานพาหนะสัญชาติไทยยุคใหม่ ‘น้ำหนักเบา-แข็งแรง-ปลอดภัย’

16 กันยายน 2561

เรือจากอะลูมิเนียมชนิด 5083-h116 Marine Grade

โดย อาทิตย์ ลมูลปลั่ง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
 
เรือจากอะลูมิเนียมชนิด 5083-h116 Marine Grade เป็นอะลูมิเนียมชนิดที่แข็งที่สุด ทำให้เรือมีความเบาแต่มีความแข็งแรง แก้ปัญหาเรื่องการรับน้ำหนัก และรับแรงกระแทกได้สูง แก้ปัญหาเรือสปีดโบ๊ตแบบเดิมที่ทำจากวัสดุไฟเบอร์กลาสรับแรงกระแทกได้น้อย ยกระดับความปลอดภัยสำหรับเรือขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งล่าสุดได้ขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทยสู่ตลาดนวัตกรรมภาครัฐแล้ว ขณะที่ “รถมินิบัสที่เป็นโครงสร้างอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา” ที่อนาคตอันใกล้จะเสริมระบบไฟฟ้าเพื่อประหยัดพลังงานน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เตรียมเปิดตัวในต้นปีหน้า อีกหนึ่งชิ้นงานนวัตกรรมจากผู้ผลิตสัญชาติไทย เพื่อยกระดับยานพาหนะสัญชาติไทยแท้ มุ่งเป้าพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่มาตรฐานสากล
 
นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ “นวัตกรรมฝีมือคนไทย” ที่สืบต่อและพัฒนานวัตกรรมจากรุ่นสู่รุ่น ของกลุ่มบริษัท โชคนำชัย (CNC Group) ผู้ผลิตแม่พิมพ์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่นำประสบการณ์กว่า 40 ปี และล่าสุดได้มาผนวกกับองค์ความรู้ด้านวิจัยและพัฒนา โดยร่วมกับองค์กรวิจัยระดับประเทศอย่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
 
ความร่วมมือครั้งใหญ่นี้ บริษัท โชคนำชัย ไฮ-เทค เพรสซิ่ง และบริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่นหนึ่งในกลุ่มบริษัท โชคนำชัย (CNC Group) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงกับ สวทช. เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการออกแบบการผลิตยานพาหนะสมัยใหม่ และโครงสร้างน้ำหนักเบา พัฒนายานยนต์สัญชาติไทยรุ่นใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย ที่สามารถนำมาต่อยอดในการสร้างหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์เดิม รวมถึงการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไทยให้สูงขึ้น
 

ยานพาหนะสัญชาติไทยยุคใหม่ ‘น้ำหนักเบา-แข็งแรง-ปลอดภัย’

 
ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) และศูนย์บริการปรึกษาการออกแบบและวิศวกรรม (DECC) หน่วยงานในสังกัด สวทช. ได้ร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาโครงสร้างเรือและรถโดยสาร โดย สวทช.มีกลไกของโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ ITAP รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานด้วยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการในการนำมาขยายขีดความสามารถในการผลิตนวัตกรรม การยื่นขอรับการพิจารณาบัญชีนวัตกรรม และการลดภาษี 300% ให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งการดำเนินโครงการต่างๆ นั้นประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี ช่วยให้บริษัท โชคนำชัย และบริษัท สกุลฎ์ซีอินโนเวชั่น สามารถพัฒนากระบวนการผลิตโดยมีนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา
 
“จากความสำเร็จที่ สวทช.ดำเนินงานการวิจัยและพัฒนาทางด้านยานยนต์มากว่า 10 ปีแล้ว และในอนาคตเทคโนโลยียานยนต์จะมุ่งไปสู่การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ รวมถึงการนำระบบอัจฉริยะต่างๆ มาติดตั้งในยานยนต์ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวทำให้เกิดการพัฒนาต่อยอดไปสู่การขับเคลื่อนยานพาหนะได้หลายรูปแบบ อาทิ จากการขับเคลื่อนผ่านล้อยางเป็นมอเตอร์ใบพัดในลักษณะของการบิน หรือเรือ ซึ่ง สวทช.ได้ทำวิจัยและพัฒนาประเด็นมุ่งเน้นด้านการขนส่งสมัยใหม่ หรือ Modern Transportation ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
 
อย่างไรก็ดี กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ พยายามสร้างแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานให้เอกชนมาทำงานร่วมกับสถาบันวิจัยอย่าง สวทช. เช่น ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ในมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่พื้นที่อีอีซีไอที่จะเกิดขึ้นในปีถัดไป ซึ่งนอกจากความร่วมมือในการวิจัย การช่วยเหลือจากภาครัฐ คือการขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย ปัจจุบันมีขึ้นบัญชีมากกว่า 200 รายการ โดยภาครัฐจะเป็นตลาดแรกที่ให้สินค้านวัตกรรมช่วยผู้ประกอบการสร้างตลาดได้ จึงจำเป็นที่ผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัว และใช้โอกาสในช่วงนี้เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ ยกระดับศักยภาพในการผลิตยานยนต์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย”
 

ยานพาหนะสัญชาติไทยยุคใหม่ ‘น้ำหนักเบา-แข็งแรง-ปลอดภัย’

 
ด้าน นำชัย สกุลฎ์โชคนำชัย ประธานกลุ่มบริษัท โชคนำชัย และบริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่นกล่าวว่า กลุ่มบริษัท โชคนำชัย (CNC Group) เป็นผู้ผลิตแม่พิมพ์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็น Top 5 ของเอเชียที่ทำแม่พิมพ์สำหรับผลิตตัวถังรถยนต์ได้ทุกชิ้นส่วน ส่งตรงบริษัทชั้นนำมากมายทั่วโลก และมีผลงานการค้นคว้าวิจัยด้านเทคโนโลยีที่บริษัทได้คิดค้นขึ้น อย่างไรก็ตามเพื่อนำองค์ความรู้ที่สำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม บริษัท โชคนำชัย ได้ร่วมมือกับ สวทช. เพื่อนำระบบสารสนเทศสำหรับการบริหารทรัพยากรขององค์กร (ERP) เข้ามาประยุกต์ใช้งานภายในและทดแทนระบบสารสนเทศที่ใช้อยู่เดิม ก่อให้เกิดความสะดวก และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานขององค์กรมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขยายความร่วมมือ โดยพัฒนากระบวนการผลิตด้วยระบบ Automation ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงร่วมกันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการออกแบบ ยานยนต์สมัยใหม่ ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า โดยใช้โครงสร้างน้ำหนักเบา พร้อมเทคโนโลยีไอทีที่ตอบรับยุค Thailand 4.0 นอกจากนั้น สวทช.ยังให้การสนับสนุนการสร้างเครือข่ายภาคเอกชน การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ร่วมกับผู้ผลิตชิ้นส่วนแบตเตอรี่ มอเตอร์ ระบบขับเคลื่อน ระบบไอที ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เพื่อให้เกิดการริเริ่มการทำโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ที่มีความยั่งยืน
 
วีรพลน์ เตชะผาสุขสันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้ยังต่อยอดองค์ความรู้ด้านการผลิตเรืออะลูมิเนียมของบริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น นั่นก็คือแนวทางในการออกแบบ เรือ SAKUN C โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการคำนวณทางพลศาสตร์ของไหล หรือ CFD ช่วยในการจำลองสภาวะการใช้งานและศึกษาความสัมพันธ์ ตลอดจนผลกระทบจากการไหลของน้ำที่มีต่อเรือ ที่สำคัญ สวทช.ยังช่วยให้คำปรึกษา และช่วยในการวิเคราะห์ความแข็งแรงของโครงสร้างรถโดยสารตัวถังอะลูมิเนียม ซึ่งบริษัท สกุลฎ์ซี ได้นำมาศึกษาและหาแนวทางลดน้ำหนักของโครงสร้างในอนาคต ความรู้นี้จะช่วยในการลดค่าใช้จ่าย และลดอัตราการกินน้ำมัน สร้างประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมของประเทศได้โดยตรง
 

ยานพาหนะสัญชาติไทยยุคใหม่ ‘น้ำหนักเบา-แข็งแรง-ปลอดภัย’

 
“บริษัท สกุลฎ์ซี และ สวทช. ริเริ่มโครงการพัฒนาเรืออัจฉริยะในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้แอพพลิเคชั่นเก็บข้อมูลและวิเคราะห์การขับขี่ของผู้ขับเรือ สร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารมากขึ้น การใช้ระบบ GPS และมอเตอร์ขับเคลื่อนในการควบคุมตำแหน่งของเรือ ลดการเกิดอุบัติเหตุและการแล่นออกนอกเส้นทาง รวมถึงการใช้ระบบข้อมูลไอโอทีเก็บข้อมูลเรือที่จำหน่ายออกไป เพื่อบริหารจัดการข้อมูลคู่ค้าและนำมาสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อต่อยอดสร้างจุดแข็งการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”
 
วีรพลน์ กล่าวว่า สำหรับ นวัตกรรมรถมินิบัสที่เป็นโครงสร้างอะลูมิเนียม ซึ่งร่วมมือกับทางศูนย์เอ็มเทค สวทช. ทำการวิเคราะห์โครงสร้างความแข็งแรงเรียบร้อยแล้ว โดยภายในต้นปีหน้าจะเห็นรถมินิบัสตัวถังอะลูมิเนียมทั้งคันนออกสู่ท้องตลาด และกำลังมุ่งไปสู่เป้าหมายต่อไปคือการทำรถมินิบัสไฟฟ้า เพราะนอกจากได้โครงสร้างน้ำหนักเบาและแข็งแรงปลอดภัยแล้ว ระบบต่างๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ได้ร่วมกับศูนย์เนคเทค และการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการไทยที่มีนวัตกรรมเพื่อทำรถไฟฟ้าในขั้นตอนต่อไป
 

ยานพาหนะสัญชาติไทยยุคใหม่ ‘น้ำหนักเบา-แข็งแรง-ปลอดภัย’

 
นับเป็นองค์ความรู้สำคัญต่อการพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยี นวัตกรรมของไทยให้มีคุณภาพที่สูงขึ้นทัดเทียมกับระดับมาตรฐานสากล สร้างขีดความสามารถในการสร้างมูลค่าเศรษฐกิจของประเทศ และส่งผลดีต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดียิ่งขึ้นไป 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ