posttoday
เมื่อร่างกายโหยหา‘หมูกระทะ’  ร่างกายก็ต้องยอมรับโรคมะเร็ง

เมื่อร่างกายโหยหา‘หมูกระทะ’  ร่างกายก็ต้องยอมรับโรคมะเร็ง

16 กันยายน 2561

รู้หรือไม่ว่า เนื้อสัตว์ที่เรารับประทานกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนี้

โดย ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
 
รู้หรือไม่ว่า เนื้อสัตว์ที่เรารับประทานกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนี้ นอกจากจะมีส่วนทำลายสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีส่วนทำร้ายร่างกายของเราโดยตรง
 
น้อยคนจะรู้ว่า “เนื้อแดง” มีความเป็นไปได้ที่จะก่อมะเร็งในมนุษย์ โดย องค์กรวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ถึงกับจัดให้เนื้อแดงอยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็งกลุ่ม 2A (Probably carcinogenic to humans)
 
ทีมนักวิจัยภาควิชาการโภชนาการ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (HSPH) สหรัฐอเมริกา ได้ทำการศึกษาในหัวข้อ “พฤติกรรมการบริโภคเนื้อแดงสัมพันธ์ความเสี่ยงต่อการตาย” โดยเก็บข้อมูลจากคนวัยทำงานในสหรัฐกว่า 1 แสนราย พบว่าผู้ที่กินเนื้อแดงเป็นประจำเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งได้มากถึง 14%
 
อย่างไรก็ดี แม้ว่าโทษทัณฑ์จะรุนแรงน่าหวาดวิตก หากแต่พฤติกรรมการบริโภคของเรากลับตรงกันข้าม โดยเฉพาะเมื่อร่างกายโรยราและโหยหา “บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง-หมูกระทะ” หรือแม้แต่อาหารแปรรูปจำพวกไส้กรอก กุนเชียง ฯลฯ ความเสี่ยงเหล่านั้นยิ่งเพิ่มสูงขึ้นทวีคูณ
 
การประกอบอาหารด้วยวิธีการ “ปิ้งย่าง” จะเกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ก่อให้เกิดสารพีเอเอช (PAH) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งลอยขึ้นมาพร้อมเขม่าควัน ขณะที่เนื้อแดงที่ถูกความร้อนสูงยังมีสารก่อมะเร็งในกลุ่มเอมีนส์เกิดขึ้นอีกคำรบหนึ่ง
 
เรียกได้ว่า เสี่ยงรับมะเร็งแบบ 3 เด้ง
 
ข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตและแปรรูปสุกรเพื่อการส่งออก ปี 2554-2560 ระบุว่า ค่าเฉลี่ยของการบริโภคเนื้อสุกรในคนไทยเพิ่มขึ้นจากปีละ 10.28 กิโลกรัม เป็น 13.7 กิโลกรัม สอดคล้องกับตัวเลขของสำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร ที่ให้ภาพแนวโน้มการบริโภคเนื้อไก่ของคนไทยว่าเพิ่มมากขึ้นทุกปี
 
นั่นคือขนาดของความเสี่ยงที่ขยายวงออกไปเรื่อยๆ
 
การบริโภคเนื้อแดง แม้จะปริมาณน้อยแต่ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานย่อมมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะ “มะเร็งลำไส้ใหญ่” ซึ่งตัวเลขที่เหมาะสมในการรับประทานเนื้อแดงควรอยู่ที่สัปดาห์ละ 500 กรัม/คน
 
นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวในเวที สช.เจาะประเด็น เรื่อง “กินเปลี่ยนชีวิต หยุดวิกฤตมะเร็งลำไส้ใหญ่” เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงเป็นมะเร็งที่พบบ่อย  1 ใน 5 ของประเทศไทย มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องและมีผู้เสียชีวิตกว่า 3,000 ราย/ปี
 
สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค ได้แก่ ผู้ชอบรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง อาหารฟาสต์ฟู้ดเนื้อแดง เนื้อแปรรูป หรืออาหารปิ้งย่างจนไหม้เกรียม และกินอาหารที่มีเส้นใยไฟเบอร์พวกผัก ผลไม้น้อย ผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ออกกำลังน้อย โดยมักพบในผู้สูงอายุวัย 50-70 ปี
 
นอกจาก “มะเร็งลำไส้ใหญ่” แล้ว การรับประทานเนื้อแดงยังเกี่ยวพันกับ “เบาหวาน” อีกด้วย
 
งานวิจัยซึ่งเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ JAMA Internal Medicine รวบยอดความคิดว่า การบริโภคเนื้อแดงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ซึ่งจากการเก็บข้อมูลชาวอเมริกันร่วม 8 หมื่นชีวิต ในระยะเวลา 4 ปี พบว่า การกินเนื้อแดงเพิ่มขึ้นกว่าเดิม 45 กรัม/วัน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานถึง 48% หากลดปริมาณการกินเนื้อแดงลงกว่าเดิมตั้งแต่ 45 กรัม/วัน ความเสี่ยงจะลดลงตามลงไปถึง 14%
 
ผศ.วีระศักดิ์ พุทธาศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ยอมรับว่า การรณรงค์ให้ความรู้เท่าทันสุขภาพด้านอาหารเป็นเรื่องค่อนข้างยาก แต่เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันทำให้เกิดขึ้น คือสร้างทำให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจและตระหนักในการเลือกรับประทานมากกว่าความชอบส่วนตัวและรสชาติ ดังคำกล่าวที่ว่า “you are what you eat” สุขภาพอยู่ที่เราเลือก
 
“ทุกภาคส่วนสามารถสร้างสังคมสุขภาวะร่วมกันผู้ประกอบการผลิตอาหารที่ลดความเสี่ยง สร้างคำเตือนหรือไม่โฆษณาที่กระตุ้นการบริโภคเกินปริมาณขณะที่สื่อมวลชนก็ควรแสดงออกถึงความรับผิดชอบไม่โฆษณาชวนเชื่อเกินจริง มีพื้นที่หรือเวลาเผยแพร่ข้อมูลที่เอื้อต่อสุขภาพด้วย” อาจารย์วีระศักดิ์ ระบุ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท