posttoday
พื้นที่เช่าเก็บของจ่อโต

พื้นที่เช่าเก็บของจ่อโต

15 กันยายน 2561

สตอเรจ เอเชีย เล็งผุดอีก 3 สาขา พร้อมขายแฟรนไชส์ เน้นพื้นที่ซีบีดีและเมืองท่องเที่ยว ชิงเค้ก 20-30%

สตอเรจ เอเชีย เล็งผุดอีก 3 สาขา พร้อมขายแฟรนไชส์ เน้นพื้นที่ซีบีดีและเมืองท่องเที่ยว ชิงเค้ก 20-30%

นายภักดี อนิวรรตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท สตอเรจ เอเชีย เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้ให้บริหารเช่าห้องเก็บของและทรัพย์สินภายใต้แบรนด์ไอ-สโตร์ (i-Store) ที่เน้นพื้นที่ในย่านซีบีดี โดยมองว่าตลาดพื้นที่เช่าเก็บของในไทยมีแนวโน้มเติบโตตามการขยายตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ และสอดรับกับไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัยในเมือง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมเพราะด้วยข้อจำกัดด้านพื้นที่

ทั้งนี้ คาดว่าอีก 5 ปีข้างหน้า ตลาดพื้นที่เช่าเก็บของจะอยู่ที่ราว 4 แสนตารางเมตร (ตร.ม.) จากปัจจุบันมีพื้นที่ให้บริการรวม 1.5 หมื่น ตร.ม. ขณะที่บริษัทมีพื้นที่ให้บริการ 2,500 ตร.ม. และวางเป้าหมายในปี 2565 มีส่วนแบ่งตลาด 20-30%

สำหรับในปี 2562 จะใช้งบลงทุนราว 50 ล้านบาท ในการเปิด 3 สาขาใหม่ จากปัจจุบันมี 2 สาขา ได้แก่ เฟส 2 ของสาขาสุขุมวิท 24 มีพื้นที่เชิงพาณิชย์ 2,800 ตร.ม. ซึ่งจะมีทั้งค้าปลีก พื้นที่ออฟฟิศ และพื้นที่เช่าเก็บของ ซึ่งจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปีหน้า ส่วนอีก 2 สาขาอยู่ระหว่างการหาโลเกชั่นเป็นการเช่าตึกระยะยาวนำมาปรับปรุงใหม่

นอกจากนี้ มีแผนขยายธุรกิจผ่าน ระบบแฟรนไชส์ โดยอยู่ระหว่างกำหนดรูปแบบและรายละเอียดในการลงทุนซึ่งมีผู้สนใจแล้ว 2 ราย คาดจะเปิดขายแฟรนไชส์ได้ในไตรมาส 4 ปีนี้ ใช้งบลงทุนราว 6-8 ล้านบาท สำหรับขนาดพื้นที่500 ตร.ม. โดยถึงจุดคุ้มทุนใน 4 ปี อีกทั้งมีแผนขยายสาขาในเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต พัทยา ในปี 2563

“กลุ่มเป้าหมายคือลูกค้าที่อาศัยในคอนโดในเมือง ผู้ประกอบการออนไลน์ ออฟฟิศต่างๆ โดยเน้นทำเลในย่านซีบีดี หรือเป็นแหล่งชุมชนมีคอนโดอยู่มากซึ่งการให้บริการจะต่างกับแวร์เฮาส์ที่อยู่รอบนอก เชื่อว่าจะมีผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาดนี้อีกมาก” นายภักดี กล่าว

ขณะเดียวกันได้วางแผนงาน 5 ปี ตั้งเป้าเปิด 15-20 สาขา มีส่วนแบ่งตลาดที่ 20-30% โดยสัดส่วนลูกค้าไทยจะเป็น 60-70% ชาวต่างชาติ 30-40% จากปัจจุบันลูกค้าคนไทย 40% ลูกค้าต่างชาติ 60%

พร้อมกันนี้บริษัทวางแผนเตรียมระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยผ่านไลฟ์แพลตฟอร์มคราวด์ฟันดิ้ง และการซื้อขายหลักทรัพย์ในรูปแบบเจรจาต่อรอง ซึ่งเป็นการซื้อขายระบบนอกตลาด โดยอยู่ระหว่างหารือกับกองทุนร่วมทุน คาดได้ข้อสรุปในเดือน พ.ย.ปีนี้ วงเงิน 40-60 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในส่วนของไอ-สโตร์ให้บริการ 4 รูปแบบ ได้แก่ บริการห้องเก็บของส่วนบุคคล ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 60% บริการห้องเก็บของสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ 30% บริการห้องเก็บไวน์ 5% และบริการบ็อกซ์สตอเรจ 5% รวมทั้งร่วมกับบริษัท แสนสิริ ให้บริการด้วยข้อเสนอพิเศษ และเปิดบริการบ็อกซ์สตอเรจกับคอนโดทั่วไปที่เข้ามาใช้บริการผ่านเว็บไซต์ตั้งแต่เดือน ก.ย.นี้เป็นต้นไป ปีนี้คาดมีรายได้ 50 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 10 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท