posttoday
‘เอไอเอส’เน้นแข่งที่บริการ

‘เอไอเอส’เน้นแข่งที่บริการ

15 กันยายน 2561

เอไอเอสมองหลังซิมดีแทคไม่ดับ เน้นแข่งที่ความเชื่อมั่นครึ่งปีหลังเน้นทำให้ได้ ARPU

เอไอเอสมองหลังซิมดีแทคไม่ดับ เน้นแข่งที่ความเชื่อมั่นครึ่งปีหลังเน้นทำให้ได้ ARPU เฉลี่ยเพิ่มขึ้นและเพิ่มอัตราใช้เน็ตบ้าน

นายศิรภพ ปภัทธนนันท์ นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส (ADVANC) เปิดเผยถึงกรณีที่ศาลปกครองคุ้มครองลูกค้า บริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) ชั่วคราวหลังคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ จะสิ้นสุดสัมปทานวันที่ 15 ก.ย.นี้ ว่า ทางบริษัทไม่ได้รับประโยชน์เพราะซิมไม่ได้ดับก็จะกลับไปสู่การมุ่งเน้นการให้บริการที่หลากหลายทั้งด้านเนื้อหาและเรื่องของแบรนด์ ซึ่งผลจะแตกต่างหากเกิดซิมดับเกิดขึ้นอาจทำให้มีลูกค้าที่ได้ย้ายค่ายมาใช้บริการเอไอเอสเพิ่มขึ้นได้

สำหรับแผนการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง บริษัทจะเน้นการทำให้รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 258 บาท เป็นเติมเงิน 138 บาท และรายเดือน 574 บาท โดยพยายามที่จะทำให้การกำหนดราคาขั้นต่ำแบบลิมิเต็ดลดลง โดยพยายามที่จะกำหนดสเปกและใช้กลยุทธ์ขายเนื้อหาบนแพลตฟอร์มเพื่อให้ได้ ARPU อยู่ที่600 บาท ขณะที่มองว่าอุตสาหกรรมก็มองการปรับตัวไปในทิศทางเดียวกัน อีกทั้งเชื่อว่าแนวโน้มลูกค้าใหม่มีความต้องการเปลี่ยนจากเติมเงินมาใช้เป็นรายเดือนมากขึ้น เพราะต้องการใช้ข้อมูลออนไลน์มากขึ้น

นายศิรภพ กล่าวต่อว่า เป้าหมายการเติบโตของรายได้ปีนี้ที่ 5-7% จากเดิมมอง 7-8% ซึ่งครึ่งปีแรกมีการเติบโตที่ 4.9% รวมถึงงบลงทุนลดลงมาอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับลดลงมาตั้งแต่งบไตรมาส 2 ออกมา ส่วนอัตรากำไรก่อนหักภาษีดอกเบี้ยและค่าเสื่อมราคา (อีบิตดามาร์จิ้น) จะอยู่ที่ 45-47%

ขณะเดียวกัน ยังคาดว่าจำนวนลูกค้าใช้อินเทอร์เน็ตบ้านภายในสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 8 แสนราย จากปัจจุบันทำได้6.23 แสนราย โดยบริษัทพยายามที่จะเพิ่มอัตราการใช้งานในพื้นที่ที่มีการขยายครอบคลุมไปแล้วมากกว่า 50 เมืองใหญ่แล้ว โดยในระยะ 3-4 เดือนนี้จะยังไม่มีการขยายพื้นที่เมืองใหม่ ซึ่งปัจจุบันอัตราการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 40% และไตรมาส 2 ที่ผ่านมา มีลูกค้าใหม่เพิ่มเข้ามา 5-6 หมื่นราย

อย่างไรก็ดี ตอนนี้บริษัทยังไม่มีแผนงานหรือการลงทุนเพื่อรองรับการขยายไปลงยังระบบ 5จี เนื่องจากยังต้องมีนโยบายที่ชัดเจนก่อนว่าจะมีการประมูลคลื่นแบบไหนบ้าง แต่เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 2.5-3 หมื่นล้านบาท

ขณะเดียวกัน ตอนนี้ยังไม่ต้องมีการปรับแผนโครงสร้างทางการเงินแต่อย่างใด ซึ่งปัจจุบันมีหนี้ทั้งหมดประมาณ 1 แสนล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ที่มีการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 75% และดอกเบี้ยที่มีการยืดหยุ่นตามตลาดอยู่ที่ 25% โดยต้นทุนการเงินเฉลี่ยรวมจะอยู่ที่ประมาณ 3% ซึ่งถ้าอนาคตจะมีการใช้เงินลงทุนหรือชำระค่าสัมปทานก็สามารถปรับโครงสร้างทางการเงินได้

อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 บริษัทจะมีการชำระค่าสัมปทานจำนวนทั้งหมด 6.3 หมื่นล้านบาท ส่วนปีนี้มีการชำระค่าสัมปทานจำนวน 2.1 หมื่นล้านบาท โดยชำระไปแล้วกว่า 1.55 หมื่นล้าน ยังเหลืออีก 6,500 ล้านบาท ที่บริษัทเพิ่งชนะการประมูลใบอนุญาตคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์มา โดยกำหนดจ่ายเงินในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ซึ่งก็มีเม็ดเงินพร้อมจ่าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท