posttoday
ทรัมป์เปิดศึกจีนยกใหม่

ทรัมป์เปิดศึกจีนยกใหม่

09 กันยายน 2561

ผู้นำสหรัฐขู่เก็บภาษีจีนเพิ่มอีก 2.67 แสนล้านดอลลาร์ พร้อมพิจารณาคว่ำบาตรบริษัทจีนขโมยเทคโนโลยี

ผู้นำสหรัฐขู่เก็บภาษีจีนเพิ่มอีก 2.67 แสนล้านดอลลาร์ พร้อมพิจารณาคว่ำบาตรบริษัทจีนขโมยเทคโนโลยี

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ข่มขู่จะตั้งภาษีกับสินค้านำเข้าจากจีนอีก 2.67 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.7 ล้านล้านบาท) เพิ่มเติมจากการตั้งภาษีก่อนหน้านี้กับสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 6.5 ล้านล้านบาท) ที่ใกล้จะมีผลบังคับในอีกไม่นานนี้

ด้าน นายลาร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังประเมินความเห็นจากภาคเอกชน ก่อนจะประกาศวันเริ่มเก็บภาษีกับสินค้าจีน 6,000 รายการ มูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์

นายคุดโลว์ กล่าวว่า แม้สหรัฐพยายามพูดคุยกับจีนเพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง แต่ที่ผ่านมา จีนยังไม่สามารถทำตามที่สหรัฐเรียกร้องได้ ทั้งเรื่องการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา ลดการเกินดุลการค้า เปิดกว้างตลาดให้บริษัทสหรัฐ และเลิกใช้มาตรการอุดหนุนเอกชนจีนซึ่งสร้างการแข่งขันที่ไม่
เป็นธรรม

อย่างไรก็ดี การตั้งภาษีกับสินค้าจีนได้รับการคัดค้านจากเอกชนจำนวนมาก รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในสหรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ เดลล์ ซิสโก้ จูนิเปอร์ เน็ตเวิร์คส์ และฮิวเลตต์-แพคการ์ด

ล่าสุด แอปเปิ้ล อิงค์ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ของสหรัฐ ยื่นจดหมายต่อสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) คัดค้านการตั้งภาษีกับสินค้าจีน เนื่องจากจะส่งผลให้ต้นทุนสินค้าหลายรายการของบริษัทปรับตัวขึ้น โดยรอยเตอร์สรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐมีแนวโน้มเพิ่มอุปกรณ์สมาร์ทโฟนเข้าไปในรายชื่อสินค้าที่จะตั้งภาษี 2.67 แสนล้านดอลลาร์ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ จากประกาศล่าสุด สหรัฐขู่จะตั้งภาษีสินค้าจีนรวม 5.17 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 16 ล้านล้านบาท) ซึ่งในจำนวนดังกล่าวรัฐบาลทรัมป์เริ่มเก็บภาษี 25% กับสินค้าจีน5 หมื่นล้านดอลลาร์แล้วเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน กรมศุลกากรจีนเปิดเผยว่า จีนเกินดุลการค้ากับสหรัฐสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 3.1 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1 ล้านล้านบาท) เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจาก 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 9.17 แสนล้านบาท) ในเดือนก่อนหน้า โดยตัวเลขดังกล่าวมีแนวโน้มทำให้สหรัฐเพิ่มแรงกดดันจีนทางการค้ามากยิ่งขึ้น

สำหรับในภาพรวม ยอดเกินดุลการค้าของจีนปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือน ส.ค. จาก 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือน ก.ค. เนื่องการส่งออกจีนขยายตัวเพียง 9.8% ต่ำสุดในรอบเกือบ 5 เดือน เมื่อเทียบกับยอดนำเข้าที่ 20%

ด้านบลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวเกี่ยวข้องว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาคว่ำบาตรบริษัทจีนที่ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐผ่านการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นความพยายามกดดันจีนเพิ่มอีกนอกจากการตั้งภาษีกับสินค้านำเข้า

รายงานระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะเป็นการใช้คำสั่งของฝ่ายบริหารคว่ำบาตรบริษัทหรือบุคคลใดก็ตามที่พัวพันกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ แต่แหล่งข่าวเปิดเผยว่า แผนการนี้ได้รับการคัดค้านอย่างหนักจากนายสตีเฟน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ

สำหรับเศรษฐกิจไทยนั้น นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัสกล่าวว่า การตั้งกำแพงภาษีรอบที่ 3 ของสหรัฐและจีน รวมถึงผลเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและแคนาดา จะส่งผลกดดันต่อการลงทุนในตลาดหุ้น และจะทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ และจะส่งผลต้นทุนการผลิตสินค้าที่อยู่บนห่วงโซ่อุปทานในประเทศที่ถูกกีดกันทางการค้าปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยี

ขณะนี้ไทยมีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งพอรองรับแรงกระแทกที่เกิดขึ้นได้ โดยมีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในสัดส่วนที่สูงกว่า 10.8% ของจีดีพี การมีเงินทุนสำรองต่างประเทศสูงกว่าภาระหนี้ต่างประเทศที่ 1.63 เท่า และมีหนี้สาธารณะเพียง 42% ของจีดีพี ขณะที่จีดีพียังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยปัจจัยดังกล่าวจะทำให้ค่าเงินบาทไม่ผันผวนมากนัก แต่ยังไม่สามารถหยุดการไหลออกของเงินทุนต่างชาติได้ โดยนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันขายสุทธิแล้ว 2 แสนล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท