
EAหวังกำไรทำสถิติ
พลังงานบริสุทธิ์ลั่นปี 2561 ทำสถิติใหม่ กำไรสูงสุดหลังกำลังการผลิตไฟจากแสงอาทิตย์-ลมแตะ 664 เมกะวัตต์
พลังงานบริสุทธิ์ลั่นปี 2561 ทำสถิติใหม่ กำไรสูงสุดหลังกำลังการผลิตไฟจากแสงอาทิตย์-ลมแตะ 664 เมกะวัตต์
นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) เปิดเผยว่า คาดว่ารายได้และกำไรของบริษัทในปี 2561-2562 จะสร้างสถิติสูงสุดใหม่ได้ ซึ่งโรงไฟฟ้าพลังงานลมในโครงการหนุมานกำลังการผลิต 260 เมกะวัตต์ จะขายไฟได้ในไตรมาส 4 นี้ จะทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมเพิ่มขึ้นเป็น 664 เมกะวัตต์
น.ส.ออมสิน ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร กล่าวว่า ช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. ผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าไตรมาส 3 ของปี 2560 แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการติดอินเวอร์เตอร์ที่โรงไฟฟ้าลำปางและที่พิษณุโลก รวมถึงการติดแท็กเกอร์ที่โรงไฟฟ้าพิษณุโลก ทำให้รับแดดได้เพิ่มขึ้นซึ่งบางวันรับได้ถึงวันละ 8 ชั่วโมง จากปกติ 6.5 ชั่วโมง/วัน มีการยกระดับความสูงของเสาเพิ่มขึ้นเป็น 5 เมตร ทำให้รับลมได้สูงส่งผลให้แผงโซลาร์มีความเย็น ลดความสูญเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟได้มากขึ้น เพราะทุก 1 องศาที่อุณภูมิเพิ่มขึ้นจะทำให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟลดลง 0.5% จึงมั่นใจว่าปีนี้รายได้ของบริษัทจะดีกว่าปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ บริษัทเริ่มมีรายได้จากฐานธุรกิจใหม่ คือ พีซีเอ็มและกลีเซอรีน ที่ได้จากการผลิตไบโอดีเซล จากปาล์มที่เริ่มผลิตสินค้าออกมาได้แล้วบางส่วนและมีคำสั่งซื้อพีซีเอ็มจากญี่ปุ่น เพื่อนำไปใช้ในการควบคุมอุณหภูมิในอาคารบ้านเรือน จะทำให้ใช้แอร์และเครื่องทำความร้อนหรือฮีตเตอร์น้อยลง เป็นตลาดใหม่ใหม่ที่มีศักยภาพสูง เพราะสามารถใช้ได้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น ผลิตเสื้อผ้า หรือในวงการแพทย์ที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิ และเชื่อว่าจะสามารถทำตลาดพีซีเอ็มได้ไม่ยากหลังจากที่ญี่ปุ่นเริ่มใช้สินค้าดังกล่าว เพราะมีความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่วนกลีเซอรีนที่นำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตสบู่ โลชั่น แชมพู เริ่มทำรายได้แล้ว โดย 6 เดือนแรกทำกำไรได้ 117 ล้านบาท ให้ผลตอบแทนค่อนข้างดี
สำหรับความคืบหน้าการผลิตแบตเตอรี่ เฟสแรกขนาด 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง มูลค่าลงทุน 4 ,000 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนช่วงปลายปี 2562 ส่วนเฟส 2 ที่จะเพิ่มกำลังการผลิต 49 กิกะวัตต์ชั่วโมง อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ 5-6 ราย
“สถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทำไปแล้วกว่า 300 จุด ตามเส้นทางท่องเที่ยว คือ กรุงเทพฯ-หัวหิน และจะติดเพิ่มตามจุดท่องเที่ยว ยิ่งใช้รถยนต์ไฟฟ้าเท่าไรจะทำให้ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ของบริษัทขายดี” น.ส.ออมสิน กล่าว







