
เก็บภาษีหมา-แมว ไม่ง่าย
การแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าเมื่อต้นปีที่ผ่านมาในหลายจังหวัด
การแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าเมื่อต้นปีที่ผ่านมาในหลายจังหวัด ซึ่งในปีนี้พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า 6 คน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุม ดูแล ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้พยายามหามาตรการแก้ไขและป้องกันปัญหาอย่างยั่งยืน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีความคิดที่จะเสนอให้เก็บภาษีสัตว์เลี้ยง หวังว่าจะแก้ไขปัญหาการนำเอาสัตว์เลี้ยงที่ไม่อยากเลี้ยงไปปล่อยทิ้ง ทำให้เกิดปัญหาหมา แมว จรจัด นำมาซึ่งปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย
แนวคิดเก็บภาษีสัตว์เลี้ยงนั้น ถูกนำเสนอโดย นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่มีความเห็นว่าการเก็บภาษีจะเป็นการเซตซีโร่ปัญหาสุนัขและแมวจรจัดในประเทศไทย ทำให้ผู้ที่คิดจะเลี้ยงสัตว์จะต้องคิดให้รอบคอบก่อนจะไปหาสัตว์มาเลี้ยงว่ามีความพร้อมหรือไม่ และหากไม่สามารถเลี้ยงได้จะทำอย่างไรต่อไป
เรื่องการเก็บภาษีสัตว์เลี้ยงนี้อาจจะเป็นเรื่องใหม่ในประเทศไทย แต่ในต่างประเทศเรื่องนี้มีมานานแล้ว ในหลายประเทศมีการเก็บภาษีเป็นเรื่องราว มีการลงทะเบียนผู้เลี้ยงและสัตว์เลี้ยง บางประเทศมีการฝังชิปที่ตัวสัตว์ด้วยเพื่อจะได้ติดตามหากมีปัญหา
นอกจากนี้ กฎหมายคุ้มครองสัตว์มีโทษของการทารุณกรรมสัตว์ ทำให้คุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยงดี ส่วนผู้เลี้ยงก็มีความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยงของตัวเอง มีการนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดยาควบคุมโรคติดต่อ ป่วยไข้ไม่สบายก็พาไปหาหมอ และประเทศที่มีกฎหมายเก็บภาษีก็มีจำนวนสุนัขและแมวจรจัดน้อย
ตัวอย่างของประเทศที่มีการเก็บภาษีสุนัข อาทิ เยอรมนี ในเยอรมนีจะเก็บภาษีสุนัขแล้วแต่ฝ่ายปกครองแต่ละรัฐที่จะมีอัตราจัดเก็บภาษีที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับพันธ์ุและขนาดของสุนัขที่เลี้ยง แต่โดยเฉลี่ยนั้นในเขตเมืองจะเสียภาษีเฉลี่ยที่ 150 ยูโร/ปี มีการยกเว้นภาษีให้สุนัขนำทางสำหรับคนพิการและผู้ที่อุปการะสุนัขไร้บ้าน ซึ่งในปี 2559 กรุงเบอร์ลินเก็บภาษีการเลี้ยงสุนัขได้ 11 ล้านยูโร รัฐนำเงินภาษีที่ได้ไปจ่ายค่าทำความสะอาดถนนและสร้างบ้านให้สัตว์
หรืออย่างในประเทศอินเดีย มีการกำหนดให้ผู้เลี้ยงสุนัขที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป เสียภาษีไม่เกิน 5 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัว/ปี แต่จะมีการลดหย่อนภาษีให้ผู้เพาะพันธุ์สุนัขเพื่อฝึกฝนและจำหน่าย หากมีสุนัขเกิน 6 ตัว จะต้องเสียภาษีสูงสุดไม่เกิน 50 ดอลลาร์/ปี รัฐจะนำเงินภาษีที่เก็บได้ 20% ไปสนับสนุนการศึกษา และ 80% ไปจัดสรรให้ท้องถิ่นนำไปใช้สนับสนุนการดูแลสัตว์ ควบคุมโรคระบาดในสัตว์และนำไปชดใช้ให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดดังกล่าว
อีกตัวอย่างคือประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะเก็บภาษีผู้เลี้ยงสุนัขจากขนาดและน้ำหนักของสุนัข แต่ละรัฐจะมีอัตราที่แตกต่างกันไป โดยสุนัขเล็กเริ่มต้นที่ประมาณ 160 ดอลลาร์/ปี ทั้งนี้มีบางเมืองกำหนดโทษสำหรับเจ้าของสุนัขที่ไม่เสียภาษีให้ถูกต้อง และอาจมีมาตรการรุนแรงกับสุนัขถึงขั้นสังหารสัตว์ และที่สวิตเซอร์แลนด์มีการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีให้กับสุนัขนำทาง ส่วนเงินภาษีที่จัดเก็บได้จะถูกนำไปใช้จัดสรรให้ท้องถิ่นเพื่อใช้ในการกำจัดสิ่งปฏิกูล
สำหรับประเทศไทยเรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจน และคงจะต้องถกเถียงกันอย่างหนักว่าจะดำเนินการเก็บภาษีผู้เลี้ยงสัตว์และนำเอารายได้ไปใช้ในการจัดการเหมือนในต่างประเทศได้หรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเราขณะนี้คือการไม่ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ที่เมื่อเลี้ยงสุนัข เลี้ยงแมวแล้ว แต่เมื่อไม่อยากเลี้ยงก็นำมาปล่อยให้เป็นภาระของคนอื่นและสังคมส่วนรวม สุดท้ายปัญหานี้ก็ได้กลายเป็นปัญหาระดับชาติ ต้องมานั่งถกเถียงกัน หากมีความรับผิดชอบปัญหาเหล่านี้คงจะไม่เกิดขึ้น







