posttoday
คลังระดมแบงก์รัฐช่วยน้ำท่วม

คลังระดมแบงก์รัฐช่วยน้ำท่วม

21 ตุลาคม 2553

"กรณ์" ระดมแบงก์รัฐออกมาตรการช่วยน้ำท่วมชุดใหญ่ ช่วยเบาภาระชำระทั้งต้นและดอกเบี้ย พร้อมกับให้เงินกู้ใหม่ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ

"กรณ์" ระดมแบงก์รัฐออกมาตรการช่วยน้ำท่วมชุดใหญ่ ช่วยเบาภาระชำระทั้งต้นและดอกเบี้ย พร้อมกับให้เงินกู้ใหม่ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ธนาคารของรัฐทุกแห่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนทั้งที่เป็นลูกค้าและไม่เป็นลูกค้าของที่ประสบภัยจากน้ำท่วม ประกอบด้วย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีมาตรการช่วยเหลือ ประกอบด้วย กรณีลูกหนี้เสียชีวิตก็จะยกหนี้ทั้งหมดให้ โดยที่ผ่านมาลูกค้่าของธนาคารเสียชีวิตจำนวน 2 ราย

นอกจากนี้ กรณีเกษตรกรลูกค้าสูญเสียรายได้เกินกว่า 50% จะขยายเวลาการชำระหนี้เงินกู้เป็นเวลา 3 ปี ส่วนกรณีที่สูญเสียรายได้น้อยกว่า 50% จะขยายเวลาการชำระหนี้เงินกู้เป็นเวลา 1 ปี โดยจะงดคิดดอกเบี้ยเงินกู้เป็นเวลา 3 ปี รวมถึงจะให้เงินกู้ใหม่เพื่อฟื้นฟูการประกอบอาชีพรายละไม่เกิน 1 แสนบาท โดยจะลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากอัตราดอกเบี้ยปกติที่ ธ.ก.ส. เรียกเก็บจากลูกค้าลง 3% ต่อปี เป็นเวลาไม่เกิน 3 ปี

สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการประกันรายได้ ไม่ว่าผลผลิตจะเสียหายหรือไม่ ก็จะได้รับการชดเชยส่วนต่างจากโครงการเช่นเดิม

นายกรณ์ กล่าวว่า ในส่วนของธนาคารออมสิน จะช่วยเหลือกรณีหนี้เงินกู้เดิม จะพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน ให้แก่ลูกค้าสินเชื่อเดิมของธนาคารและลูกค้าสินเชื่อเคหะหากเป็นลูกค้าสินเชื่อเดิม จะขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ออกไปอีกไม่เกิน 6 เดือน หากเป็นลูกค้าสินเชื่อเคหะ จะปรับลดเงินงวด หรือขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ออกไปไม่เกิน30 ปี

ขณะที่กรณีลูกค้าสินเชื่อธุรกิจและ SMEs จะให้พักชำระหนี้เงินต้นเป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน ทั้งนี้ จะขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ออกไปอีกไม่เกิน 1 ปี และสามารถกู้เพิ่มเป็นเงินทุนหมุนเวียน ไม่เกินรายละ 5 แสนบาท คิดอัตราดอกเบี้ย MLR ลบ 1.5% ตลอด 5 ปี ส่วนลูกค้าสินเชื่อธุรกิจห้องแถวจะให้กู้ไม่เกินรายละ 1 แสนบาทอัตราดอกเบี้ย MLR – 1.5% ต่อปี

สำหรับกรณีการให้เงินกู้ใหม่ ประกอบด้วย ลูกค้าสินเชื่อเคหะเดิมและประชาชนทั่วไป สามารถกู้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยได้ไม่เกินรายละ 3 แสนบาท ผ่อนชำระภายใน 3-5 ปี อัตราดอกเบี้ยปีแรก 2.50% ปีที่ 2 คิด MLR-2%(ปัจจุบัน MLR เท่ากับ 6%) ปีที่ 3 เป็นต้นไปคิด MLR -1%

ด้านธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จะมีโครงการเงินกู้เพื่อลดภาระหนี้ ปลูกสร้าง ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยแก่ผู้ประสบอุทกภัยปี 2553 ซึ่งจะได้ทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ ได้แก่ ปีที่ 1 เดือนที่ 1 – 4 คิดอัตราดอกเบี้ย 0% เดือนที่ 5- 12 คิดอัตราดอกเบี้ย MRR - 2% (ปัจจุบัน MRR = 6.5%) ปีที่ 2 คิดอัตราดอกเบี้ย MRR - 2% ปีที่ 3 คิดอัตราดอกเบี้ย MRR - 1% ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา รายย่อย MRR - 0.5% สวัสดิการ MRR - 1%

นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าธนาคารที่ขอลดภาระหนี้ที่ผ่อนชำระจะได้รับการปลอดผ่อนชำระเงินงวด 4 เดือน และ สำหรับประชาชนที่ไถ่ถอนปลูกสร้างซ่อมแซมที่อยู่อาศัยผ่อนชำระเงินงวดปกติ

ขณะที่ธนาคารกรุงไทย จะมีการผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้ ให้กู้เพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงกิจการ สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้าน กู้ซ่อมแซม อนุมัติภายใน 3 วัน ส่วนลูกค้าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ธนาคารจะให้การสนับสนุนสินเชื่อเพิ่มเติมแก่ลูกค้าเพื่อใช้ในการซ่อมแซมและปรับปรุงกิจการ รวมทั้งเป็นเงินทุนหมุนเวียน และส่วนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม ธนาคารผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ โดยให้พักชำระเงินต้นนาน 6 เดือน หรือชำระดอกเบี้ยบางส่วน

ด้าน ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) จะให้สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย เงินทุนหมุนเวียน และสินเชื่ออเนกประสงค์ ไม่จำกัดวงเงิน โดยพิจารณาตามความเสียหายจริง และมีการผ่อนปรนเงินต้นและอัตรากำไรเป็นระยะเวลา 3 เดือน เดือนที่ 4 – 24 จะคิดอัตรากำไรต่ำ กว่าสัญญาเดิม 1% หรือเลือกชำระหนี้เฉพาะส่วนอัตรากำไรเป็นระยะเวลา 12 เดือน ส่วนเดือนที่ 13 – 24 ชำระทั้งเงินต้นและกำไร โดยจะคิดอัตรากำไรต่ำกว่าสัญญาเดิม 1%

สุดท้าย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)จะพิจารณาผ่อนปรนเงื่อนไขให้กับผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นรายๆ ไป ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) จะพิจารณาผ่อนปรนเงื่อนไขการให้สินเชื่อ กรณีสินเชื่อเดิมและสินเชื่อใหม่เป็นกรณีพิเศษ และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จะประสานงานกับสถาบันการเงินทุกแห่งเพื่อผ่อนปรนค่าธรรมเนียมการค้ำประกันให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ กรมธนารักษ์ได้ออกมาตรการช่วยเหลือประกอบด้วย

1.ผู้เช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อที่อยู่อาศัย กรณีเสียหายบางส่วนให้ยกเว้นการเรียกเก็บค่าเช่า เป็นเวลา 1 ปีและกรณีเสียหายทั้งหลังให้ยกเว้น เป็นเวลา 2 ปี

2.ผู้เช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อประกอบการเกษตร ให้ยกเว้นการเรียกเก็บค่าเช่าเป็นเวลา 1 ปี

3.ผู้เช่าอาคารราชพัสดุที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติเป็นเวลา 3 วัน ให้ยกเว้นการเก็บค่าเช่าเป็นเวลา 1 เดือน และ

4.ให้ยกเว้นการคิดเงินเพิ่ม กรณีที่ผู้เช่าไม่สามารถชำระค่าเช่า ค่าธรรมเนียมหรือเงินอื่นใดที่ต้องชำระภายในเวลาที่กำหนด

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า