
หอบรักมาห่ม ‘ป่าบุญเรือง’
ขณะเดินลึกเข้าไปใน “ป่าบุญเรือง” เราสัมผัสได้ถึง “ความรัก”
โดย เพ็ญแข สร้อยทอง
ขณะเดินลึกเข้าไปใน “ป่าบุญเรือง” เราสัมผัสได้ถึง “ความรัก” เป็นความรักของป่า สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ และโลก ซึ่งมอบให้กับมนุษย์ แต่ ... บางคนกลับปฏิเสธความรักนี้ ทั้งยังต้องการทำลายลง และเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น
หลายปีมาแล้วที่ชาวบ้านในพื้นที่รอบๆ ป่าบุญเรือง ต.บุญเรือง อ.เชียงของ จ.เชียงราย พยายามต่อสู้เพื่อไม่ให้ป่าซึ่งพวกเขาเกิดและเติบโตมาด้วยนี้กลายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ การเข้ามาขัดถูกมองว่าเป็นการขวางความเจริญ แต่ถ้าหากได้ชั่งตวงวัดดู ระหว่างสิ่งที่คำนวณว่าจะได้ กับสิ่งซึ่งต้องสูญเสียนั้น เหตุผลของการคัดค้าน และเรียกร้องให้มีการทบทวนของชาวบ้านจึงเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น
ป่าบุญเรืองเป็นป่าสาธารณะขนาดใหญ่มีพื้นที่มากกว่า 3,000 ไร่ อยู่ในพื้นที่ ต.บุญเรืองอ.เชียงของ จ.เชียงราย เป็นป่าชุ่มน้ำผืนใหญ่ในลุ่มน้ำอิง ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขง
นี่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland) ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เป็นแก้มลิงที่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปี ช่วยรองรับและชะลอน้ำ ป้องกันน้ำท่วมได้ ทั้งยังเป็นแหล่งทรัพยากรและผลผลิตทางธรรมชาติอันประเมินค่าไม่ได้ มีความสำคัญสำหรับคนท้องถิ่นทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และเป็นแหล่งศึกษาวิจัยทางธรรมชาติ มีความสำคัญทางนิเวศวิทยา และการอนุรักษ์ธรรมชาติ
ปัจจุบันความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำในโลก และในประเทศไทยจำนวนมากถูกเมินเฉย ทำให้พื้นที่เหล่านี้ตกอยู่ในภาวะถูกคุกคาม ไม่ว่าจะเป็นด้วยการเกษตร การเพาะปลูก การประมง การขยายตัวเมือง หรือการพัฒนาอุตสาหกรรม
เพื่อป่าบุญเรือง ชาวบ้านรวมตัวสร้างให้ชุมชนตระหนักถึงคุณค่า และความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำ รวมทั้งหาหนทางใช้ประโยชน์ของป่าอย่างยั่งยืน เปิดโอกาสให้สมาชิกในชุมชนมีส่วนร่วมวางแผนและจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้
ระหว่างการสำรวจ เราได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของป่าบุญเรือง ซึ่งเปรียบเสมือนเป็น “หม้อแกง” ของชาวบ้านเพียงตั้งหม้อไว้ที่บ้าน แล้วเดินเข้าป่ามาเก็บผักไปใส่ก็กลายเป็นแกงที่กินอิ่มได้โดยไม่ต้องซื้อ ผู้คนรอบๆ ป่าบุญเรืองทำกันอย่างนี้มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ในผืนป่าแห่งนี้มีพืชที่เป็นอาหารได้เกือบ 50 ชนิด ไม่ว่าจะ ยอดเดา ผักกูด หน่อไม้ ฯลฯ บางคนเดินเข้าป่า ก่อนจะออกไปพร้อมกับยารักษาโรค เพราะที่นี่มีพืชสมุนไพรเกือบ 40 ชนิด เช่น ฮ่อสะพายควาย ม้ากระทืบโรง ปอบิด ฯลฯ พืชที่เป็นทั้งอาหารและสมุนไพรอย่างเช่น ส้มป่อย ม้านหมู ขี้เหล็ก เป็นต้น
ป่าบุญเรืองยังมีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพืชและสัตว์ รวมถึงเสือปลาที่อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ป่าบุญเรืองเก็บกักคาร์บอนเหนือดิน 172,479 ตัน เทียบได้กับการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากรถยนต์ขนาดเล็กกว่า 5 แสนคัน
เช่นนี้แล้ว ความรักของป่าบุญเรืองจึงไม่ได้มอบให้เฉพาะชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง แต่ยังหมายความถึง คนที่อยู่ห่างไกล ทว่าอาศัยอยู่บนดาวดวงเดียวกันนี้ด้วย
ขณะเดินลึกเข้าไปใน “ป่าบุญเรือง” เรายังสัมผัสได้ถึง “ความรัก” เป็นความรักของชาวบ้านที่มีต่อป่า ซึ่งหมายความถึง สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ และโลก
ด้วยอานุภาพของความรักนี้ พวกเขาจะปกป้องป่าบุญเรืองไว้จนถึงที่สุด
เพราะความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของชุมชนหรือประเทศอาจจะมีหนทางและวิธีการสร้างได้หลากหลาย แต่อาจไม่มีสักหนทางและวิธีการที่จะสร้างพื้นที่ป่าชุ่มน้ำอันสมบูรณ์เช่นนี้ขึ้นมาใหม่ หากป่าบุญเรืองถูกทำลายลง







