
ปลายปีเจอดีขึ้นดอกเบี้ย
รอบนี้กนง.ดูท่าทีเงินเฟ้อบาทออกตัวไร้แรงกดดันการเมือง
โพสต์ทูเดย์
— กนง. มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% รอดูสถานการณ์ให้รอบคอบ แจงไม่ใช่เพราะถูกกดดันทางการเมือง แบไต๋ 1 ธ.ค. ขึ้นแน่นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% เพราะเห็นว่าแม้ในขณะนี้จะเป็นวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น แต่สภาวะแวดล้อมของเศรษฐกิจโลกที่เริ่มชะลอลง อัตราเงินเฟ้อยังไม่เร่งตัวขึ้นมากจนทำให้เกินกรอบเงินเฟ้อเป้าหมายที่ตั้งไว้ จึงสามารถคงดอกเบี้ยไว้ได้เพื่อรอดูสถานการณ์ให้รอบคอบขึ้น
นายไพบูลย์ กล่าวว่า แม้จะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในรอบนี้ แต่ภายในปีนี้ กนง.ยังเหลือการประชุมอีก 1 ครั้ง คือ วันที่ 1 ธ.ค.นี้ ซึ่งหากสถานการณ์ต่างๆ เข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น ก็มีโอกาสมากที่ กนง.จะปรับดอกเบี้ยขึ้นมา
นายไพบูลย์ กล่าวยืนยันว่า การไม่ขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้เป็นเพราะเงินเฟ้อยังไม่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น ไม่ใช่เรื่องการเมืองหรือเรื่องเงินทุนไหลเข้า จนทำให้อัตราการแลกเปลี่ยนผันผวน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เป้าหมายของนโยบายการเงินหลักของ ธปท. เพียงแต่ดูผลทางอ้อมที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อหรือไม่
ดังนั้น ที่ประชุม กนง.จึงเห็นว่าการปรับดอกเบี้ยในภาวะที่เศรษฐกิจเป็นแบบนี้ต้องมีความระมัดระวังผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยด้วย ไม่ใช่ว่าเราวางเข็มไว้แล้วก็ต้องวิ่งตามนี้โดยไม่สนใจอย่างอื่น
ฉะนั้น การจะแก้ไขปัญหาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาบาทแข็งค่า นายไพบูลย์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องหามาตรการมาแก้ไขปัญหา เพราะหน้าที่หลักของ ธปท. คือการอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการในการทำประกันความเสี่ยงอัตราการแลกเปลี่ยนให้ง่ายและสะดวกขึ้น ส่วนการปรับตัวภาคธุรกิจต้องพยายามทำเอง
นายไพบูลย์ ยืนยันว่า กนง.ก็ไม่ได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ เพราะเหตุผลเรื่องอัตราการแลกเปลี่ยนหรือค่าเงินบาทเป็นหลัก แต่เป็นการพิจารณาจากหลายปัจจัยประกอบกัน โดยเฉพาะเศรษฐกิจนอกประเทศ เศรษฐกิจโลก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว การนำเข้าส่งออกของไทย
ผู้บริหาร ธปท. ยืนยันว่า ขณะนี้อัตราดอกเบี้ยของไทยยังเป็นขาขึ้น
นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การประชุม กนง.รอบหน้า เชื่อว่าจะคงดอกเบี้ยไว้อีกครั้ง เพราะโดยธรรมชาติของธนาคารกลางมักไม่ปรับๆ หยุดๆ ขณะนี้เงินเฟ้อทั่วโลกไม่น่าห่วง เพราะอัตราการใช้กำลังการผลิตยังไม่กลับไปสู่ระดับเดิมที่เคยสูงถึง 7580% จึงยังมีความสามารถในการผลิตอยู่
นายบันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า การประชุม กนง.รอบหน้า อยู่ที่ว่า ธปท.จะมีมาตรการมาควบคุมเงินทุนไหลเข้าหรือไม่ ถ้ามีมาตรการออกมาก็เป็นไปได้ที่จะขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อในอนาคต
อย่างไรก็ดี หากคงดอกเบี้ยต่ำไว้นานๆ ก็น่าห่วงภาวะฟองสบู่ในอสังหาริมทรัพย์ เพราะสภาพคล่องสูง ดอกเบี้ยต่ำ ประกอบกับเงินไหลเข้า ก่อให้เกิดภาวะฟองสบู่ได้ แต่ไม่น่าห่วงเท่าสิงคโปร์ ฮ่องกง จีน
“เงินบาทจะแข็งค่าต่อไปและปล่อยไว้ไม่ได้ สุดท้ายเชื่อว่าทางการจะมีมาตรการมาคุมเงินทุนไหลเข้า แม้จะเกิดผลข้างเคียงบ้าง” นายบันลือศักดิ์ กล่าวศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่าการคงดอกเบี้ยไว้ ธปท. จะต้องเผชิญกับการทยอยปรับสูงขึ้นของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ยังคงรออยู่ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า อาจทำให้ ธปท.มีความจำเป็นต้องพิจารณาใช้มาตรการดูแลการเคลื่อนย้ายเงินทุน







