
กองโบราณคดีใต้น้ำ เป็นศูนย์ฝึกของ UNESCO
จากการที่กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เชิญสื่อมวลชนคณะหนึ่งเข้าร่วมโครงการเผยแพร่มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ
โดย สมาน สุดโต
จากการที่กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เชิญสื่อมวลชนคณะหนึ่งเข้าร่วมโครงการเผยแพร่มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ณ จ.จันทบุรี ระหว่างวันที่ 16-17 ส.ค. 2561 โดยมี เมธาดล วิจักขณะ รองอธิบดีกรมศิลปากร เป็นหัวหน้าคณะนั้น วันแรก รองอธิบดีเมธาดล และทีมงานกลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ได้นำเยี่ยมชมและฟังบรรยายสรุปบทบาทของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จ.จันทบุรี ซึ่งตั้งอยู่ที่อาคารโบราณงามสง่าที่เคยเป็นที่ทำการมณฑลจันทบุรี ซึ่งสร้างสมัยรัชกาลที่ 6 พ.ศ. 2459 ต่อมาชมค่ายตากสิน เดิมเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการทหารฝรั่งเศส ตามด้วยอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล โบสถ์ในนิกายโรมันคาทอลิก อายุร้อยกว่าปี วันรุ่งขึ้น 17 ส.ค. คณะได้เยี่ยมเพนียด เมืองโบราณอายุพันกว่าปีสมัยขอม ตามด้วยพิพิธภัณฑ์วัดทองทั่ว ที่จัดแสดงวัตถุโบราณที่ประชาชนท้องถิ่นได้จากเมืองเพนียดแล้วนำมามอบให้ แต่ละชิ้นงามสง่ามีคุณค่าทางโบราณคดีสูงมาก จากนั้นนำคณะเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานกองโบราณคดีใต้น้ำ ณ สระฝึกอบรมและทดสอบการดำน้ำ ในสระเดชพิรุฬห์และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี ที่ ต.บางกะจะ จ.จันทบุรี
ผู้เขียนตื่นตาตื่นใจทุกอย่างที่คณะกรมศิลปากร นำโดย เมธาดล วิจักขณะ รองอธิบดี พาเข้าชมและฟังบรรยาย แต่วันนี้จะขอสรุปสั้นๆ เรื่องบทบาทกองโบราณคดีใต้น้ำ ที่บรรยายโดยผู้อำนวยการ ร.อ.บุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ นักโบราณคดีชำนาญการพิเศษ เพื่อจะได้สอดคล้องกับเรื่อง พนม-สุรินทร์ เรือโบราณอายุพันปี ที่นำเสนอในคอลัมน์สยามอัศจรรย์ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่อง แม้จะต่างยุคต่างสมัยกันก็ตาม
ร.อ.บุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ นักโบราณคดีชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกองโบราณคดีใต้น้ำ ได้บรรยายสรุปว่า
งานโบราณคดีใต้น้ำกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2517 เมื่อชาวประมงค้นพบซากเรือจมในร่องน้ำลึกใกล้เกาะคราม บริเวณอ่าวสัตหีบ จ.ชลบุรี ขณะนั้นมีนักล่าสมบัติทั้งชาวไทยและต่างประเทศต่างรุมงมโบราณวัตถุขึ้นมาขายกันเอิกเกริก ซึ่งส่วนมากเป็นถ้วยชามสังคโลกสมัยสุโขทัย แต่กรมศิลปากรไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการปฏิบัติงานทางทะเล จึงได้ขอความร่วมมือจากกองทัพเรือในการสนับสนุนบุคลากร อุปกรณ์การดำน้ำ และเรือปฏิบัติงานทางทะเล ให้มาช่วยในการขุดค้นและเก็บกู้โบราณวัตถุได้เป็นผลสำเร็จ
เมื่อตั้งเป็นกองโบราณคดีใต้น้ำแล้วก็มีภารกิจมากมายต่อเนื่อง เช่น การสำรวจขุดค้นแหล่งโบราณคดีใต้น้ำ ซึ่งหลักฐานต่างๆ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การคมนาคม การติดต่อค้าขายทางทะเล ตลอดจนถึงสินค้า แหล่งผลิตสินค้า เทคโนโลยีการต่อเรือ การเดินเรือ การสงคราม รวมไปถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเรือ เมืองท่าต่างๆ ในประวัติศาสตร์ทั้งในประเทศและภูมิภาคอื่น ศึกษาและวิเคราะห์หลักฐานทางโบราณคดีที่ได้จากการสำรวจและขุดค้น รวมไปถึงการร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน ตามกระบวนการศึกษาวิจัย
รวมทั้งรับเป็นศูนย์ฝึกอบรมโบราณคดีใต้น้ำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ณ อาคารปฏิบัติการทางทะเลท่าแฉลบ จ.จันทบุรี ในโครงการขององค์การยูเนสโก และดำเนินการฝึกอบรมหลักสูตรโบราณคดีใต้น้ำ
สุดท้าย ร.อ.บุณยฤทธิ์ ได้ให้สัญญาว่าตนจะขอทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ แม้ว่ารองอธิบดี เมธาดล จะเกษียณอายุราชการอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ก็ตาม







