
อุดรูรั่วแก้ปัญหาที่ดินสปก.
ประเทศไทยมีเนื้อที่ทั้งหมด 320.7ล้านไร่ มีการนำที่ดินไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ แบ่งเป็น พื้นที่ป่า 1,072,410 ไร่
ประเทศไทยมีเนื้อที่ทั้งหมด 320.7ล้านไร่ มีการนำที่ดินไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ แบ่งเป็น พื้นที่ป่า 1,072,410 ไร่ พื้นที่ทางการเกษตร 149,271,848 ไร่ พื้นที่นอกการเกษตร 64,209,430 ไร่
อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศไทยจะมีที่ดินจำนวนมาก แต่ยังเห็นได้ว่า ปัญหาในเรื่องที่ดินทำกินของเกษตรกรยังคงเป็นปัญหาใหญ่ เช่น มีการใช้พื้นที่ทางการเกษตรเพื่อสร้างเป็นสถานประกอบกิจการทั้งในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม หรือนำไปสนองนโยบายภาครัฐ
นอกจากนี้ ยังมีการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์และไม่ได้นำที่ดินที่ได้รับการจัดสรรไปใช้ในการเกษตร มีการจัดสรรที่ดินให้กับผู้ที่ไม่ใช่เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่น อีกทั้งยังเกิดการรุกล้ำพื้นที่ป่า หรือแม้แต่การครอบครองที่ดินที่มีเอกสารสิทธิจะมีความยุ่งยาก เกษตรกรไม่มีคุณสมบัติเพียงพอตามที่กำหนดให้รับการจัดสรรที่ดิน
ที่กล่าวมาเป็นปัญหาที่สะสมมานาน และเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นเป็นลำดับ ควบคู่ไปกับปัญหาหนี้สินเกษตรกร เพราะที่ดินเป็นทั้งปัจจัยการผลิต และจุดเริ่มต้นของการสร้างครอบครัวและชุมชน เป็นแหล่งทุนที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เพราะเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด อีกทั้งความต้องการในการใช้ที่ดินที่เพิ่มมากขึ้น
รัฐบาลพยายามหาแนวทางแก้ไขปัญหาในเรื่องที่ดินด้วยวิธีการต่างๆ แต่ก็ยังไม่บรรลุเป้าหมาย เพราะเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรที่ดิน ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ เนื่องจากมีเกษตรกรยากจนอีกเป็นจำนวนมากไม่มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร (แม่โจ้โพลล์) จึงได้สำรวจความคิดเห็นของเกษตรกรไทยทั่วประเทศ ในหัวข้อ “มุมมองของเกษตรกรไทยต่อนโยบายการจัดสรรที่ดินของ ส.ป.ก.” พบว่า 80% มีการรับรู้ข่าวนโยบาย โดยทราบข่าวจากสื่อสารมวลชนมากที่สุด ในขณะที่อีก 20% ไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายการจัดสรรที่ดินของ ส.ป.ก. เนื่องจากเห็นว่าข่าวสารดังกล่าวไม่สำคัญและไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ดินในระยะยาว
เมื่อสอบถามถึงความสามารถในการแก้ไขปัญหาที่ดินทางการเกษตรของการจัดสรรที่ดินของ ส.ป.ก. พบว่า 64.72% บอกว่า สามารถแก้ไขปัญหาได้ โดยให้เหตุผลว่าสามารถลดต้นทุนเรื่องค่าเช่าที่ดินทำกินของเกษตรกร ป้องกันการรุกล้ำพื้นที่ป่าได้ อีกทั้งยังสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้เนื่องจากเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ส่วนที่เหลือ 27.70% ยังไม่แน่ใจในนโยบายนี้ โดยให้เหตุผลว่า ยังไม่เคยเห็นเกษตรกรตัวอย่างที่ได้รับการจัดสรรที่ดินแล้วนำที่ดินไปใช้ให้เกิดประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ รวมถึงการที่จะได้รับที่ดินนั้น มีเงื่อนไขในการครอบครองสิทธิที่ยุ่งยาก
และอีก 7.58% เห็นว่าการจัดสรรที่ดินของ ส.ป.ก.ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เนื่องจากเกษตรกรได้รับการจัดสรรที่ดินไม่ทั่วถึงและเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ยั่งยืน เมื่อสอบถามถึงปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้นโยบายการจัดสรรที่ดินของ ส.ป.ก.ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้
ทั้งนี้ พบว่าปัญหาแรก เป็นปัญหาที่เกิดจากการซื้อขายที่ดินแบบผิดกฎหมาย บางส่วนตกไปอยู่กับนายทุนที่ดินรายใหญ่ ทำให้ที่ดินนั้นไม่ได้นำมาจัดให้เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกิน (50.64%) รองลงมา เป็นปัญหาที่เกิดจากเกษตรกรไม่มีคุณสมบัติตามที่ ส.ป.ก.กำหนดเพื่อขอรับการจัดสรรที่ดินของ ส.ป.ก.จังหวัด (44.52%) และเป็นปัญหาที่เกิดจากเกษตรกรผู้ได้รับการจัดสรรที่ดินใช้ที่ดินไม่ตรงกับวัตถุประสงค์การใช้ที่ดินของ ส.ป.ก. (39.55%)
ผลจากการสำรวจ พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่จะรับรู้ข่าวสารและเห็นด้วยกับการจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรตามนโยบายของรัฐบาล แต่ก็เห็นได้ว่าปัญหาที่ดินเป็นปัญหาที่รัฐบาลพยายามแก้ไขมาตลอด แต่เป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้น และการที่เกษตรกรไม่รับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายก็จะทำให้มีการจัดสรรที่ดินไม่ทั่วถึง เนื่องจากไม่ทราบเงื่อนไขหรือคุณสมบัติตามที่ ส.ป.ก.ต้องการ
ด้วยข้อมูลที่กล่าวมา จึงพบว่า ยังมีเกษตรกรที่ยากจนที่ยังไม่มีที่ดินทำกิน ไม่สามารถเลี้ยงชีพตัวเองได้ เพราะมีความผิดพลาดจากการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก. ที่คัดเลือกเกษตรกรที่จะได้รับแจกที่ดินด้วยความรีบร้อน ทำให้มีเกษตรกรมากกว่า 10% แห่ขอคืนที่ดินของ ส.ป.ก.ที่ได้รับจัดสรรเพราะไม่สามารถใช้ที่ดินได้ตรงวัตถุประสงค์
หากแก้ปัญหาดังกล่าวได้ เกษตรกรจะกลับมามีความเชื่อมั่นและคาดหวังว่าการจัดสรรที่ดินให้ในแต่ละพื้นที่จะเป็นการแก้ปัญหาเพื่อเพิ่มมูลค่าที่ดินให้กับเกษตรกร และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งภายในและนอกประเทศให้ดีขึ้น อีกทั้งยังได้เห็นความสำคัญของเกษตรกรและแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดอีกด้วย







