
เศรษฐกิจรอบสัปดาห์
“ร.อ.ธรรมนัส” พร้อมให้ข้อมูล
“ร.อ.ธรรมนัส” พร้อมให้ข้อมูล
กรณีตุ๋นบิตคอยน์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะเข้าพบกองปราบปราม แจงข้อมูลรับโอนหุ้นดีเอ็นเอ 2002
แหล่งข่าวใกล้ชิด ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งกองปราบปรามออกหมายเรียกมาให้ข้อมูลถือหุ้นบริษัท ดีเอ็นเอ 2002 เปิดเผยว่า ร.อ.ธรรมนัส พร้อมเข้าให้ปากคำและให้สัมภาษณ์สื่อสัปดาห์หน้า
พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) กล่าวว่า ได้ออกหมายเรียก นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต (บูม) นักแสดง นายปริญญา จารวิจิต พี่ชายบูม นายธนสิทธิ์ จารวิจิต น้องนายปริญญา นายชาคริส อาหมัด ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท เอ็กเพย์ และนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ มารับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกงในวันที่ 28-29 ส.ค.นี้ เนื่องจากส่งมอบหุ้นบริษัท ดีเอ็นเอ 2002 ให้ผู้เสียหายชาวฟินแลนด์ไม่ครบ
หวั่นคลังเสี่ยงค่าโง่และภาระเงินกู้แสนล้าน
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ทำรายงานความเสี่ยงทางการคลังปีงบฯ 2560 โดยชี้เรื่อง ข้อพิพาทจากการลงทุน อาจถูกฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและการปกครอง ซึ่งพบว่าในงบการเงินของรัฐวิสาหกิจ 12 แห่ง ที่ได้รับการตรวจจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ราว 1 แสนล้านบาท รวมถึงรัฐวิสาหกิจที่มีโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนใหญ่มีฐานะทางการเงินที่ไม่มั่นคง เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ อาจเป็นภาระทางการคลังหากชำระหนี้ไม่ได้ ซึ่งในปีงบฯ 2560 มีหนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน 4.18 แสนล้านบาท ส่วนในปีงบ 2561 มีหนี้ที่รัฐบาลต้องรับภาระกว่า 1.79 แสนล้านบาท
คอร์รัปชั่นไทยลดลง
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงผลสำรวจดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทย (CSI) ช่วงครึ่งปีแรก 2561 อยู่ที่ระดับ 55 ปรับตัวดีขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อน โดยค่าดัชนีการสร้างจริยธรรมและจิตสำนึกมีการปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 64 ซึ่งปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา และยังเป็นค่าดัชนีที่สูงสุดในรอบ 8 ปี นับตั้งแต่ทำการสำรวจเมื่อปี 2553
ขณะที่เปอร์เซ็นต์การจ่ายสินบนใต้โต๊ะในโครงการลงทุนต่างๆ ของภาครัฐ มีแนวโน้มลดลงจากปีก่อนที่มีการจ่ายในระดับ 25-35% แต่จากข้อมูลเบื้องต้นที่เก็บได้ พบว่าส่วนใหญ่มีสัดส่วนการจ่ายสินบนใต้โต๊ะที่ลดลงเหลือต่ำกว่า 20-25% จำนวนมาก ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ดีในการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น
คาราบาวกรุ๊ปทุ่ม8.7พันล้าน
หลังจากเปิดโรงงานบรรจุแห่งแรกที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ในปี 2557 ล่าสุดบริษัท คาราบาวกรุ๊ป ได้ขยายโรงงานเพิ่มเป็น 3 แห่ง ภายใต้งบลงทุนรวม 8,700 ล้านบาท เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าคุณภาพระดับโลก และสอดรับแผนสู่แบรนด์ระดับโลกของคาราบาวแดง
ทั้งนี้ โรงงานแห่งดังกล่าวประกอบด้วย โรงงานบรรจุเครื่องดื่ม
ชูกำลัง (CBD) โรงงานผลิตขวดแก้ว (APG) มีกำลัง การผลิตเต็มที่ 1,600 ล้านขวด/ปี และโรงงานผลิตกระป๋องอะลูมิเนียม (ACM) ซึ่งร่วมทุนกับ โชวะ เดนโกะ กรุ๊ป ผู้ผลิตอะลูมิเนียมรายใหญ่ประเทศญี่ปุ่น มีกำลังการผลิตปีละ 1,500 ล้านกระป๋อง ทั้งนี้ การลงทุนด้านการผลิต
ดังกล่าว ถือเป็นโครงการขยายกำลังผลิตเชิงบูรณาการแนวดิ่งในการขยายไลน์ผลิตสินค้าครบวงจร







